ร.ร.ศรีสะเกษวิทยาลัย ติดตั้ง "SKW COVID WARROOM" โปรแกรมเชื่อมโยงข้อมูล สสจ.-ศบค. เพื่อยุติโควิด
วันที่ 8 ก.พ.65 ที่ ร.ร.ศรีสะเกษวิทยาลัย อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายยิ่งยง นันทวณิชชยากร ผอ.ร.ร.ศรีสะเกษวิทยาลัย เปิดเผยว่า ได้ลงนามในประกาศ ร.ร.ศรีสะเกษวิทยาลัย ฉบับที่ 3/2565 ลงวันที่ 25 ม.ค. 2565 เรื่อง การใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทางไกล (ออนไลน์) ระหว่างวันที่ 26 ม.ค.–4 ก.พ.65 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019(COVID-19) ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ และ จ.ใกล้เคียง ส่งผลให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาส่วนหนึ่งเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง หรือกลุ่มเสี่ยง และได้กักตัวหรือสังเกตอาการ ทำให้ไม่สะดวกในการจัดการเรียนรู้ที่ ร.ร.และการดูแลนักเรียนได้อย่างเต็มที่ เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน และป้องการการแพร่ระบาด ปรากฏว่ามี น.ร.ที่กักตัว 45 คนติดเชื้อรวมทั้งสิ้น 18 คน และมีครูติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 2 คน โดยผู้ที่ติดเชื้อได้รับการรักษาพยาบาลจากแพทย์จนหายเป็นปกติแล้ว
นายยิ่งยง นันทวณิชชยากร ผอ.ร.ร.ศรีสะเกษวิทยาลัย กล่าวว่า จากการที่ขณะนี้กำลังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเขตพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย เพื่อเป็นการร่วมต้านการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตนจึงได้สั่งการให้ ดร.นายเจตนิพิฐ แท่นทอง ครูชำนาญการพิเศษ และคณะบุคลากรทางการศึกษาทุกคนใน ร.ร. ได้จัดตั้งชุด Skw Covid Warroom ขึ้นมานี้ ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นมาเป็นแห่งแรกในระดับ ร.ร.ของประเทศไทย เป็นการเชื่อมข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ และ ศบค.เพื่อนำเอาข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยง โดยใช้พื้นที่ของเด็กตามทะเบียนราษฎรเพื่อให้ทราบว่า เด็ก น.ร.คนนี้อยู่ที่ตำบลไหนและตำบลนี้มีการติดเชื้อกี่คน ก็จะมีการสุ่มตรวจ ATK ตลอดนับตั้งแต่มีการเปิดเรียนมา แต่ที่ผ่านมาเนื่องจากว่าเกิดเหตุเด็กที่ติดเชื้อแล้วมีการกักตัวไม่ครบ ทำให้มีการแพร่กระจายออกมา ทำให้เราต้องหยุดเรียนเพื่อจะหยุดเชื้อเป็นการตัดไฟเตือนก่อนวายวอด แล้วจัดการปัญหาให้คลี่คลายก่อนเริ่มต้นใหม่ ซึ่งเมื่อเจอปัญหากลุ่มเสี่ยงหรือมีผู้ติดเชื้อ ก็มีระบบข้อมูลต่างๆให้สามารถทราบอย่างรวดเร็วภายใน 3- 4 ชั่วโมง หลังจากมีปัญหาแล้วก็จะสั่งปิดโรงเรียนหรือสั่งเปิด ร.ร.ตามสถานการณ์ได้ทันที แต่ว่าเราต้องมีข้อมูลในการตัดสินใจ แต่ว่าเมื่อไหร่ที่เรายังไม่มีข้อมูลเราจะยังไม่สามารถที่จะตัดสินใจในการบริหารความเสี่ยงได้
ผอ.ร.ร.ศรีสะเกษวิทยาลัย กล่าวต่อไปว่า โดยก่อนหน้านี้ได้มีการตรวจพบว่าเด็ก น.ร.มีการติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 18 ราย จากการดำเนินการของงานพยาบาลและสอบสวนโรค ชุด Skw Covid Warroom ตนก็ได้มาตรวจสอบดูว่า น.ร.ที่ติดเชื้อมีเด็กเรียนห้องใดบ้าง พอเรามีรายชื่อเด็ก น.ร.ออกมา แล้วสมมุติว่ามีเด็ก น.ร.ชั้น ม.4 ติดเชื้อเราก็ได้เข้าไปเอารายชื่อ น.ร.ในห้องเรียนดังกล่าวทั้งหมด 40 คน สมมุติว่าในกรณีมีเด็ก น.ร.ติดเชื้อ 18 ราย มี น.ร.อยู่ 10 ห้องๆ ละ 40 คน จำนวน น.ร.ทั้งสิ้น 40 × 10 = 400 คน ในจำนวน 400 คนนี้ เราก็จะส่งแบบสอบถามความเสี่ยงไปให้เด็ก น.ร.กรอกข้อมูลว่า เด็กที่อยู่ในห้องนั้นได้มี ปฏิสัมพันธ์หรือว่าใกล้ชิดกับ น.ร.คนใดบ้างโดยเฉพาะคนที่ติดโควิดได้นั่งใกล้กันหรือนั่งอยู่ด้านข้างกันหรือไม่อย่างไร จากนั้นจะได้นำเอาข้อมูลที่ได้มากรองว่าเด็กคนไหนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่แท้จริง เราก็จะเอาข้อมูลตรงนี้ส่งลงไปในพื้นที่ รพ.ส.ต. หรือว่าโรงพยาบาลในพื้นที่ซึ่งมีข้อมูลอยู่ในระบบดาต้าเซ็นเตอร์ของเราที่เป็นระบบเรียลไทม์ ซึ่งจะมีข้อมูลอยู่แล้วว่า น.ร.จำนวน 400 กว่ารายนี้อยู่ที่ใดบ้างโดยเมื่อมาวิเคราะห์ความเสี่ยงเสร็จแล้ว ก็จะส่งข้อมูลนี้ลงไปที่จุดที่เด็กพักอาศัยอยู่ ซึ่งทาง รพ.สต.หรือ โรงพยาบาลก็จะได้ทำการตรวจ ATK กับเด็ก จากนั้นก็จะรอดูผล 10 วันหากไม่มีอาการหรือไม่มีผลอะไรก็แสดงว่าเด็กนั้นปลอดภัย แต่หากตรวจพบว่าเด็กติดเชื้อก็จะดำเนินการตามระบบของสาธารณสุขจังหวัดต่อไป ซึ่งเป็นมาตรการที่ได้ดำเนินเพื่อความรวดเร็ว โดยการให้เด็ก น.ร.เข้ามากรอกข้อมูลในระบบและให้ครูประจำชั้น ครูที่ปรึกษาหรือครูประจำกลุ่มสาระ ได้ส่งลิงค์ไปให้เด็กนักเรียนได้กรอกข้อมูลต่อไปเนื่องจากว่าเรามีกลุ่ม LINE อยู่แล้ว ทั้งนี้เพื่อเป็นการร่วมกับทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อต้านการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเต็มที่