พ่อแม่เด็กสามขวบกังขาการตายของลูกที่จมน้ำ ร้องขอให้พิสูจน์
เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2567 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเหตุเด็กหญิง วัย 3 ขวบ ทราบชื่อคือ เด็กหญิง อลิส (นามสมมุติ) หรือ น้องอลิส จมน้ำเสียชีวิตในสระน้ำกลางทุ่งนาห่างจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก บ้านค้อ ตำบลคอนกาม อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ ประมาณ 800 เมตร จึงเดินทางไปที่บ้านของน้องที่จมน้ำเสียชีวิต คือ บ้านใน ตำบลคอนกาม อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ พอไปถึงได้พบ พ่อและแม่ของน้องที่จมน้ำเสียชีวิต โดย นายปริญญา(สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นพ่อของ น้องอลิส ได้เปิดเผยว่าตนมีลูกอยู่ 2 คน คนโตเป็นผู้ชาย วัย 6 ขวบ คนเสียชีวิตเป็นผู้หญิง วัย 3 ขวบ โดยตนพร้อมภรรยา ทำงานเป็นคนเก็บเงาะ ทุเรียน อยู่ที่จังหวัดจันทบุรี เพิ่งจะกลับมาพักที่บ้านได้ 4-5 วัน โดยวันเกิดเหตุ (วันที่ 14 มิ.ย. 67) เวลา 12.47 น. ตนได้รับโทรศัพท์จากผู้ใหญ่บ้านว่าลูกของตนหาย ให้ออกไปช่วยตามหาหน่อย เมื่อได้ทราบก็รีบออกไปที่โรงเรียน พอไปถึงก็มีคนบอกว่าลูกตนจมน้ำเสียชีวิตอยู่หลังศูนย์เด็กแล้ว พอลงไปดูพบว่าลูกลอยจมน้ำเสียชีวิตอยู่ในสระน้ำแล้ว ตอนนั้นตนทำอะไรถูกเลย รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก
นายปริญญา กล่าวต่อไปว่า การตายของลูก รู้สึกว่า มันดูผิดปกติ ตนและภรรยา พร้อมทางญาติๆ ต่างติดใจการเสียชีวิตในครั้งนี้ และคิดว่าต้องมีคนพาลูกของตนไปเสียชีวิตที่ตรงนั้นเป็นแน่ เพราะลูกเป็นเด็กอายุแค่ 3 ขวบ คงไม่สามารถที่จะเดินไปเสียชีวิตได้ไกลถึง ระยะทาง ตั้ง 800เมตร เพราะเส้นทางค่อนข้างที่จะเดินไปลำบาก และยังมีข้อสงสัยอีกหลายอย่างที่ทำให้ตนคิดว่าการตายของลูกผิดปกติ เช่น รองเท้าเด็กที่เจอในที่เกิดเหตุ ไม่ใช่ รองเท้าของลูกตน แพมเพิสของลูกตนมีการถอดเรียงกันเรียบร้อยไว้ใกล้กับสระน้ำ ซึ่งถ้าลูกตนใส่รองเท้าคู่นั้นเดินลงไปตรงจุดเกิดเหตุเองก็ต้องมีรอยเปื้อนโคนหรือดินบ้างและต้องมีรอยเท้าเดินไป อันนี้คือไม่มีรอยเท้าของลูกเดินไปเลย
นายปริญญา ยังกล่าวต่ออีกว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อวานเหมือนจะมีลางสังหรณ์หรือ ลางบอกเหตุอะไรบ้างอย่าง เพราะตนถามลูกไปว่าโตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร ลูกก็ตอบกับตนว่า อยากเป็นผี ซึ่งตอนนั้นตนก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดเพียงว่าลูกคงตอบไปตามประสาเด็กก็เท่านั้น
ด้านคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรยางชุมน้อย และแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ ได้ตรวจสอบชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย แต่ญาติยังข้องใจในสาเหตุการตาย โรงพยาบาลยางชุมน้อยจึงส่งต่อให้โรงพยาบาลศรีสะเกษ เพื่อชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์หาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป