ตร.สภ.ตรอน เร่งไล่ล่ากลุ่มคนร้ายขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าหนัก 3 ตัน เจ้าของร้านตั้งรางวัลนำจับ 3 หมื่น

ภูมิภาค28 มิ.ย. 2566 • 14:22 น.
ตร.สภ.ตรอน เร่งไล่ล่ากลุ่มคนร้ายขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าหนัก 3 ตัน เจ้าของร้านตั้งรางวัลนำจับ 3 หมื่น

ตร.สภ.ตรอน  เร่งไล่ล่า กลุ่มคนร้าย 3-4 คน ขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าหนัก 3 ตัน ขึ้นรถบรรทุกเฮี๊ยบ ชนิดเครนยกในตัวสีฟ้า หลังเจ้าของโครงการบ้านเทียนหอม ตั้งรางวัลนำจับ 30,000 บาท สอบปากคำพยานแล้ว 5 ปาก เจ้าหน้าที่ชุดสายสืบเร่งหาเส้นทางคนร้ายหลบหนีจากกล้องวงจรปิด


เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  น.ส.ดรุณี  ไวทยะโชติ ผู้จัดการร้านอาหารบ้านเทียนหอม ต.ป่าเซ่า  อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ได้ประกาศตั้งรางวัลนำจับโจรขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ขนาด 500 KVA  เป็นเงินจำนวน 30,000 บาท หม้อแปลงดังกล่าวติดตั้งอยู่บนแท่นเสาไฟฟ้าแรงสูงคู่ สูง 12 เมตร ตั้งคานสูง 6 เมตร บนคานยาว 3.45 เมตร มีน้ำหนักประมาณ 3,000 กิโลกรัม หรือ 3 ตัน ยี่ห้อ THAI MAX WELL หมายเลข TR65-108924 Serial No R6550778 ติดตั้งอยู่บนพื้นที่ไซด์งานก่อสร้างโครงการบ้านเทียนหอม สาขา2 ลักษณะอาคาร 2 ชั้น เป็นศูนย์อาหาร เอาท์เลท แหล่งของกินของฝาก แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่จังหวัดอุตรดิตถ์ มีจุดพักรถสำหรับนักท่องเที่ยว บนเนื้อที่ดินประมาณ 18 ไร่ มูลค่าก่อสร้างกว่า 15 ล้านบาท ตั้งอยู่พื้นที่ หมู่ 9 ต.น้ำอ่าง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ติดถนนสายเอเชียที่11  พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-เด่นชัย ใกล้กับสี่แยกบ้านน้ำอ่าง (เส้นทางขาขึ้นเข้าตัวเมืองอุตรดิตถ์) ติดกับสะพานข้ามคลองตรอน ขอประกาศให้รางวัลนำจับผู้ชี้เบาะแสคนร้ายหรือกลุ่มคนร้ายที่มาขโมยหม้อแปลงขนาดใหญ่ จนสามารถจับกุมคนร้ายหรือกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีได้ ติดต่อหมายเลข 085-5416808

เหตุผลที่ตั้งรางวัลนำจับครั้งนี้ เนื่องด้วยหม้อแปลงไฟฟ้ามีขนาดใหญ่ถึง 3 ตัน คนร้ายหรือขโมยยังกล้าที่จะลักเอาไปได้ อย่างอื่นคนร้ายก็ต้องกล้าด้วยเช่นกัน โดยผู้จัดการร้านเทียนหอมได้นำภาพหม้อแปลงแสดงให้กับผู้สื่อข่าวดูเปรียบเทียบกันระหว่างหม้อแปลงที่ติดตั้งไปแล้วกับหม้อแปลงที่สูญหายหรือโดนลักขโมยเอาไป หม้อแปลงที่ถูกลักขโมยเอาไปนั้นเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าชนิดใหม่ ได้รับการอนุญาตจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2565 ระหว่างที่มีการก่อสร้างอาคารโครงการบ้านเทียนหอมแห่งใหม่ สาขา 2 ตรวจสอบข้อมูลภาพวิดีโอที่ถ่ายเก็บเอาไว้ กับช่วงของระยะเวลาการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ น้ำหนักประมาณ 3,000  กิโลกรัม หายไปนั้นน่าจะถูกคนร้ายขโมยเอาไป ระหว่างวันที่ 20-25 พฤษภาคมที่ผ่านมา จากการติดตามสอบถามชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง พอจะทราบว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 3-4 คน ได้ใช้รถเฮี๊ยบบรรทุก 6-10 ล้อ สีฟ้า ชนิดมีเครนยกในตัว ช่วยกันขนย้ายขโมยไป จึงได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ดุสิต  คำจ้อนพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตรอน เพื่อนำตัวคนร้ายที่ก่อเหตุลักขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ไปมาดำเนินคดีตมกฏหมาย


ด้าน ร.ต.อ.ดุสิต  คำจ้อน พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตรอน ได้เรียกพยานแวดล้อมเป็นผู้หญิง มีบ้านพักอาศัยอยู่ใกล้กันมาสอบปากคำได้ความคืบหน้าระดับหนึ่ง หลังจากมีการสอบปากคำเจ้าทุกข์ที่แจ้งความ ให้ติดตามหากลุ่มคนร้ายที่คาดว่ามีจำนวนไม่ต่ำกว่า 3 คน ลักขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ 3 ตัน ใช้รถยนต์บรรทุก สีฟ้า ชนิดมีเครนยกในตัวช่วยกันลักขโมยและขนย้ายหม้อแปลงไฟฟ้าไป มาประกอบในสำนวนคดี เพื่อติดตามหาคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฏหมายให้ได้ ในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเจ้าทุกข์พร้อมพยานแวดล้อมใกล้เคียงรวมแล้วประมาณ 5 ปาก ยังไม่สามารถเปิดเผยได้


แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนหาข่าวสถานีตำรวจภูธรตรอน กล่าวว่า คดีนี้ทางผู้บังคับบัญชาให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเจ้าทุกข์มีการแชร์ข้อมูลข่าวสารไปหลายทิศทางรวมถึงสื่อออนไลน์ด้วย ประกาศตั้งรางวัลนำจับผู้ชี้เบาะแสจนสามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้สูงถึง 30,000 บาท 


เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตั้งข้อสันนิฐานถึงสาเหตุที่คนร้ายต้องการขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่นี้ไปอยู่ 2 ประเด็น 1.มีออเดอร์สั่งจอง 2.ต้องการแยกชิ้นส่วนไปขาย รวมถึงกลุ่มคนร้ายที่ลักขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าไปนั้นเป็นกลุ่มคนประเภทไหนบ้าง หนึ่งในคนร้ายต้องมีความรู้เรื่องไฟฟ้า แยกคนทำงานออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกผู้ใช้อุปกรณ์รัดหม้อแปลงเพื่อเคลื่อนย้ายออกจากฐานเสาไฟฟ้า ส่วนสองผู้ควบคุมและขับเคลื่อนรถเพื่อยกหม้อแปลงไฟฟ้ามาไว้ที่รถบรรทุก ซึ่งต้องใช้คนไม่ต่ำกว่า 3 คนขึ้นไปตรงกับข้อมูลที่พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเอาไว้  


ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คิดว่ากลุ่มคนร้ายใช้รถบรรทุกคันดังกล่าว ขนหม้อแปลงขนาดใหญ่หลบหนี ทั้งของภาคเอกชน หน่วยงานราชการและบ้านประชาชนที่อยู่ตามเส้นทางถนนสายเอเชีย พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-เด่นชัย ระยะพื้นที่ 3 ตารางกิโลเมตร 

สิ่งที่สืบหายากที่สุด   คือ การบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดที่ส่วนใหญ่สามารถเก็บไว้ได้นานเพียง 15-30 วัน แต่เจ้าทุกข์แจ้งต่อความต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน เหตุเกิดประมาณวันที่ 20-25 พฤษภาคม 66 หวั่นเรื่องภาพจากกล้องวงจรปิดจะถูกลบหายไป การติดตามค้นหาภาพจากกล้องวงจรปิดต้องใช้เวลาหลายวัน  แต่เจ้าหน้าที่ก็พยายามกันอย่างสุดความสามารถ หากได้ภาพจากกล้องมาแล้วจะทำให้เชื่อมโยงกลุ่มคนร้ายได้ทันที.