วีระไม่เชื่อมั่นศรีวราห์ดูแลคดีที่ดินปารีณา

ภูมิภาค19 ธ.ค. 2562 • 16:46 น.
วีระไม่เชื่อมั่นศรีวราห์ดูแลคดีที่ดินปารีณา
นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น ลงพื้นที่ตามความคืบหน้า คดีบุกรุกที่ดินป่าสงวนของนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่สถานีตำรวจภูธรจอมบึง เผยไม่สบายใจหลัง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เข้ามาดูแลเกี่ยวข้องทำคดีหวั่นคดีไม่คืบ เพราะอดีตเคยมีปัญหากับตน เวลา 09.00 น. ( 19 ธ.ค. 62 ) นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น ได้เดินทางมาเข้าพบกับ พ.ต.ท.พสิษฐ์ สายชนม์ศักดิ์ รองผู้กำกับสอบสวน สภ.จอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีที่แจ้งความดำเนินคดี รุกป่าสงวน ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ ที่ถือครองที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่ และอยู่ที่พื้นที่เขตป่าสงวน 46 ไร่ ซึ่งพื้นที่ ส.ป.ก. ได้มอบคืนพื้นที่ให้กับ ส.ป.ก.แล้ว ส่วนพื้นที่ 46 ไร่ ทางป่าไม้ดำเนินคดีในข้อหาบุกรุก โดยนายวีระได้สอบถามความคืบหน้าของคดีว่ามีการสอบสวนหน่วยงานหรือผู้เกี่ยวข้องเป็นใครไปบ้างแล้ว และเรื่องคดีไปอยู่ที่หน่วยงานไหน เพื่อจะได้ติดตามคืบหน้าได้ถูกต้อง มีการพูดคุยสอบถามถึงผู้ที่เดินทางมาให้ปากคำ ทั้งหน่วยงานของรัฐ และบุคคลที่เกี่ยวข้องได้แก่ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ราชบุรี นาย ปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรางบัว นายทวี ไกรคุปต์ บิดาของนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ และชาวบ้านอีก 3 ปาก ที่เป็นเจ้าของที่ดิน ส่วนนางสาวปารีณา ไกรคุปต์นั้น ยังไม่ได้มาให้ปากคำ พ.ต.ท.พสิษฐ์ สายชนม์ศักดิ์ รองผู้กำกับสอบสวน สภ.จอมบึง กล่าวว่า คดีนี้ได้มีการร้องทุกข์ที่กองบังคับการการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการเรียกประชุม รวมทั้งพนักงานสอบสวน สภ.จอมบึง เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เข้าร่วมประชุมด้วยที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และมีข้อสั่งการให้สอบส่วนเพิ่มเติม โดยให้พนักงานสอบ สภ.จอมบึง สอบสวนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และที่เกี่ยวข้องไปแล้ว และยังมีข้อสั่งการให้ทำหนังสือถึง ตร. เพื่อให้นำข้อมูลนี้ให้ บก.ปทส. เป็นผู้นำไปสอบสวนและได้โอนคดีไปเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม และทำหนังสือเสนอพร้อมกับส่งมอบสำนวนให้ กองบังคับการการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) รับไปดำเนินการแล้ว ตอนนี้สำนวนจึงอยู่ที่ บก.ปทส.ทั้งหมด ส่วนนางสาวปารีณา เท่าที่ดูในสำนวนยังไม่ได้เรียกมาสอบสวน ทั้งนี้ พ.ต.ท.พสิษฐ์ สายชนม์ศักดิ์ รองผู้กำกับสอบสวน สภ.จอมบึง ได้นำเอกสารมาชี้แจงความคืบหน้าของดีต่อนายวีระว่า ขณะนี้สำนวนยังคงอยู่ที่ ตำรวจภูธรภาค 7 อยู่ระหว่างการรอส่งสำนวนไปที่ ปทส. ด้านนายวีระแย้งว่าเรื่องคดีนี้ตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เกือบ 2 อาทิตย์แล้วแต่กลับนำไปดองไว้ที่ตำรวจภูธรภาค 7 ซึ่ง ทางรองผู้กำกับสอบสอบชี้แจงว่าเรื่องคดีจะถูกส่งไปที่ตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรีก่อน จากนั้นจึงจะถูกส่งไปที่ตำรวจภูธรภาค 7 เพื่อจะส่งสำนวนไปที่ ปทส. ตามขั้นตอน นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น กล่าวว่า คดีนี้มองว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีท่าทีเรื่องนี้เลย ทั้งที่เป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ แต่กลับไม่มีท่าทีที่จะส่งสัญญาณต่อทางพนักงานสอบสวนให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา คงต้องจับตาดูแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป รู้สึกไม่สบายใจถ้าคดีถูก พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล เข้ามาเกี่ยวข้องเนื่องจากมีปัญหากันตนอยู่แล้ว ตอนนี้ได้เข้ามายุ่งในคดีนี้อีก ซึ่งจะทำให้คดีนี้ไม่เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา เป็นเรื่องที่ไม่สบายใจ ความจริงเรื่องดังกล่าวนี้จะต้องเป็นหน้าที่ของผู้มีอำนาจเต็มของบัญชาการตำรวจแห่งชาติจึงจะถูกต้อง หรือจะเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติท่านอื่น ที่ยังไม่เกษียณอายุราชการ น่าจะให้เข้ามาดูแลเรื่องนี้จะดีกว่า ต่อมาเวลา 10.30 น. นายวีระ สมความคิด ได้เดินทางไปที่ สภ.สวนผึ้ง เข้าพบ พบกับ ร.ต.อ.ประดิษฐ์ คงเปรม พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เพื่อติดตามคดีที่มีการแจ้งความนายทวี ไกรคุปต์ บิดาของนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ บุกรุกป่าสงวนกว่า 600 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี นายวีระ กล่าวว่า ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสอบสวนเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าที่นำเสาไฟฟ้าเข้าไปปักในพื้นที่ เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลภาค 8 เข้าไปดำเนินการเจาะบ่อบาดาลให้จำนวน 13 บ่อ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว 3 คน ขณะนี้ยังไม่ได้สอบปากคำนายทวี ไกรคุปต์ ขณะที่ขอสอบถามข้อมูลไปที่ป่าไม้จังหวัดราชบุรีก็ยังไม่ตอบกลับมา ขอข้อมูลไปยังนายก อบต.ท่าเคย เพื่อสอบถามการเสียภาษี ภ.บ.ท.5 ก็ยังไม่ตอบกลับมา ทำหนังสือไปถึงผู้จัดการไฟฟ้าราชบุรี สาขาสวนผึ้ง ว่าใครเป็นคนไปทำเรื่องขอไฟฟ้าเข้าไปในที่ป่าสงวนแห่งชาติที่นายทวีครอบครองอยู่ ทางไฟฟ้าราชบุรียังไม่ตอบกลับมา ซึ่งก็ยังได้แนะนำให้สอบถามไปยังทรัพยากรเกี่ยวกับว่าใครเป็นคนขออนุญาตขุดเจาะบ่อบาดาล 13 บ่อ ในที่ดินที่ ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง ของนายทวี ไกรคุปต์ ส่วนคดีนั้นทราบว่าได้ย้ายไปอยู่ที่ บก.ปทส.แล้ว ก็คงจะต้องไปตามคดีที่นั่นอีกครั้งหนึ่ง จริง ๆ แล้วคดีเรื่องนี้ต้องให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาดูแลเพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ มีประชาชนสนใจมาก และยังมีการโยนเรื่องกันไปกันมาผ่านมา 2 อาทิตย์แล้ว คดียังไม่มีความคืบหน้าเลย ล่าสุดสำนวนเพิ่งจะส่งไปที่ ปทส. แล้ว ปทส.ก็ตอบกลับมาเมื่อเช้าเองว่า ตอนนี้เรื่องไปอยู่ที่สอบสวนกลางอีกแล้ว คิดว่าน่าจะถูกดึงเกมแล้ว อย่าลืมว่า ตาม ป. วิอาญา พอมีการแจ้งความกล่าวโทษแล้ว หรือมีการแจ้งความร้องทุกข์แล้ว พนักงานสอบสวนต้องทำการสืบสวน สอบสวนโดยมิชักช้า กฎหมายจะใช้คำนี้ “โดยมิชักช้า” ต้องสืบสวนหาความจริงให้ได้ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ผู้ที่ถูกกล่าวหากระทำความผิดจริงหรือไม่ ถ้าจริงก็จะต้องทำความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องต้องส่งไปที่อัยการ เพราะตนเองมีความประสงค์ให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด ต้องให้ไปสู่กระบวนการยุติธรรมถึงศาลต่อไป เพราะต้องการเอาคนผิดเข้าคุกทุกคนด้วย ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ที่เข้าข่ายละเว้นที่ผ่านมาได้ปล่อยปละละเลย ให้ครอบครองบุกรุกที่ป่าสงวนที่ป่าไม้มาหลายสิบปีนั้นก็จะมีความผิดจะต้องดำเนินคดี ถ้าอันไหนอยู่ในอำนาจของ ส.ป.ก.แล้วไม่ดำเนินการปล่อยให้บุกรุก ก็จะต้องถูกดำเนินคดีด้วย และไฟฟ้าเอาเข้าไปในที่ป่าสงวนนั้นใครเป็นคนอนุญาต มีหน่วยงานหรือใครเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีทุกคนที่ทำให้เกิดความเสียหายกับรัฐ..