ตร.เร่งล่าคนร้ายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารชื่อดัง ขอตรวจสอบระบบการโอนเงินร้านค้าโครงการคนละครึ่ง ก่อนจะนำรหัสไปโอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง

ภูมิภาค20 ธ.ค. 2564 • 18:54 น.โดย จักรพันธ์ นาทันริ
ตร.เร่งล่าคนร้ายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารชื่อดัง ขอตรวจสอบระบบการโอนเงินร้านค้าโครงการคนละครึ่ง ก่อนจะนำรหัสไปโอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง
จากกรณีที่คนร้ายอ้างตัวว่าเป็นพนักงานธนาคากรุงไทย โทรศัพท์เข้ามาที่ร้านค้าที่ร่วมโครงการคนละครึ่งและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อขอตรวจสอบช้อมูลและตรวนสอบระบบการใช้งาน โดยเมื่อร้านค้าหลงเชื่อก็จะนำข้อมูลไปทำการโอนเงินเข้ากับบัญชีธนาคารตนเอง โดยมีร้านค้าที่ถูกคนร้ายกลุ่มนี้กนะทำการหลอกลวงแล้วในพื้นที่ อ.บ้านไผ่ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นรวมหลายแสนบาทตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น ความคืบหน้าในเรื่องนี้เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 ธ.ค.2564 พ.ต.อ.พิชัยภูษิส จารุพงศ์ ผกก.สภ.บ้านไผ่ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความเมื่อวันที่ 2 ธัง.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่ามีเงินจากรัฐบาลโอนเข้ามาที่ร้านซึ่งร่วมโครงการคนละครึ่งและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยอดรวมเฉพาะวันดังกล่าวเป็นจำนวนเงินมาก ประมาณ 89,000 บาท หลังจากนั้นประมาณ 30 นาที มีข้อความเข้ามาว่าเงินได้ถูกโอนไปอีกหนึ่งบัญชี โดยผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของร้านไม่ทราบว่าเงินถูกโอนออกจากบัญชีไปได้อย่างไร จึงได้มาแจ้งความที่ สภ.บ้านไผ่ "เมื่อรับเรื่องเจ้าหน้าที่ได้ประสานได้ยังบัญชีปลายทางที่โอนไป ทราบว่าอยู่ที่ปทุมธานี ขณะที่จากการไปที่ธนาคารกรุงไทยสาขาบ้านไผ่ ทราบว่าการโอนเงินออกไปโดยที่ผู้เสียหายยังไม่ได้ทำธุรกรรมใดๆ นั้นในการโอนออนไลน์จะต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่างครบ ถึงจะโอนได้ ประกอบด้วยเลขบัญชี เลขบัตรและรหัสบัตร ถ้าไม่ครบ3 อย่างก็ไม่สามารถโอนได้ ทางธนาคารจึงสงสัยว่าทางผู้เสียหายจะต้องไปแจ้งองค์ประกอบ3 อย่างให้กับกลุ่มมิจฉาชีพได้ทราบ จึงจะสามารถโอนเงินออกไปได้" ผกก.สภ.บ้านไผ่ กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ตำรวจได้ทำหนังสือถึงธนาคารกรุงไทยและธนาคารไทยธนชาตแล้วเพื่อดำเนินการสอบสวน และได้เชิญเจ้าของบัญชีปลายทางมาให้ปากคำและนำหลักฐานแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ขณะที่จากการสอบสวนผู้เสียหายให้การว่ามีโทรศัพท์มาและอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคาร และ เจ้าหน้าที่พาณิชย์ให้อัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับกล่องตัวแสกนบัตรโดยอ้างว่าถ้าไม่อัปเดทก็จะไม่สามารถใช้งานได้ ก่อนที่จะมีการส่งลิ้งค์ข้อมูลมาให้กับผู้เสียหายได้กรอกในระบบ ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อและได้ทำการกรอกข้อมูลธุรกรรมต่างๆและส่งกลับไปยังเบอร์ที่ส่งมาให้ จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น อย่างไรก็ตามขอฝากเตือนไปยังประชาชนอย่าหลงเชื่อบุคคลที่โทรศัพท์มาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและให้ทำธุรกรรมเกี่ยวกับการเงินหรือกรอกข้อมูลทางการเงินหรือข้อมูลส่วนตัวต่างๆ หรือหากสงายให้ติดต่อไปยังหน่วยงานของรัฐโดยตรง เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่มาก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว อย่างไรก็ตามในแนวทางการสืบสวนสอบสวนนั้นเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎฟมายต่อไป