สหกรณ์ครูโคราช แจงข้อกล่าวหาโกงเงินสมาชิก 45 ล้านบาท

ภูมิภาค11 ก.พ. 2563 • 19:20 น.
สหกรณ์ครูโคราช แจงข้อกล่าวหาโกงเงินสมาชิก 45 ล้านบาท
สหกรณ์ครูโคราช แจงข้อกล่าวหาโกงเงินสมาชิก 45 ล้านบาท ยันทำตามกฎระเบียบ เตรียมยื่นฟ้องสื่อกล่าวหาทำให้องค์กรเสื่อมเสีย เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา นายทอง วิริยะจารุ ประธานที่ปรึกษาสหกรณ์ ฯ พร้อมนายสมศักดิ์ จักสาร ประธานกรรมการสหกรณ์ ฯ ชุดที่ 62 ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีสื่อมวลชนเสนอข่าว “ครูกว่า 120 คน บุกร้องเรียนสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา ให้ตรวจสอบคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา โกงเงินสมาชิกกว่า 45 ล้านบาท” ทำให้สมาชิกกว่า 2.6 หมื่นคน รวมทั้งประชาชนเข้าใจผิดจนเกิดความไม่ไว้วางใจ สร้างความเสียหายให้แก่องค์กรส่งเสริมฐานะทางเศรษฐกิจของบุคลากรทางการศึกษาที่มีจำนวนสมาชิกและทุนดำเนินการมากที่สุดของประเทศไทย นายสมศักดิ์ ฯ ประธานคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ ฯ เปิดเผยว่า ที่มาของข้อมูลเกิดจากสมาชิกสามัญบางรายไปร้องเรียนและให้สื่อมวลชนเสนอข่าวที่ไม่ยอมตรวจสอบจึงไม่ตรงตามข้อเท็จจริง กล่าวหา ดีเอสไอรับไต่สวน 4 เรื่องใหญ่ การทุจริตสหกรณ์ครู โคราชฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน 1.การนำเงินฝากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำนวนเงิน 650 ล้านบาท และออกตั๋วสัญญาใช้เงินโดยไม่มีสถาบันการเงินรับรอง ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ กระทำความผิดฐานร่วมกันทุจริตฟอกเงิน 2.เงินฝากสหกรณ์เคหะสถานเมืองโคราช จำนวน 35 ล้านบาท และ กรรมการสหกรณ์ ฯ ออก ระเบียบว่าด้วยเงินกู้สามัญเพื่อการเคหะ พ.ศ. 2561 ให้สมาชิกกู้เงินไปซื้อบ้านพร้อมที่ดินแปลงละ 850,000 บาท ทำให้เกิดความเสียหายเป็นเงิน 34 ล้านบาท 3.สหกรณ์ฯเก็บเงินค่าประกันชีวิตตามโครงการ 1-2-3 และไม่นำส่งบริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) และกระทรวงการคลัง สั่งเพิกถอนใบประกอบอนุญาตธุรกิจ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2561 กรรมการสหกรณ์ปกปิดซ่อนเร้นการค้างจ่ายสินไหมทดแทนให้กับทายาทโดยธรรมเมื่อเสียชีวิตจำนวน 129 ราย 4.สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด ได้จัดตั้งโดยผิดกฎหมาย “ข้อกล่าวหาทั้งหมดได้ร้องทั้งสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมาและดีเอสไอ ได้ชี้แจงผลการสืบสวนไม่เข้าข่ายความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน จึงมีคำสั่งให้ยุติและไม่รับเป็นเรื่องสืบสวน ตามเอกสาร ยธ 012.4/257 ลงวันที่ 28 มกราคม 2563 ซึ่งผู้ร้องก็ทราบดีแต่ก็ยังสร้างเรื่องราวขึ้นมาอีก ส่วนข้อกล่าวหาทุจริตเงิน 45 ล้านบาท เราได้ตั้งไว้สำรองหนี้สงสัยจะสูญในปี พ.ศ.2562 ปรากฏอยู่ในงบประมาณการเงินและรายงานประชุมใหญ่ประจำปี สมาชิกทราบข้อมูลนี้ รวมทั้งหมายเหตุประกอบการเงินได้อธิบายได้ชัดเจนเป็นไปตามหลักของงบประมาณการเงิน กรณีนี้จึงไม่ใช่การทุจริตแต่อย่างใด ดังนั้นเงิน 45 ล้านบาท เป็นการตั้งสินไหมที่สมาชิกรอจะได้รับจาก บริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) กองทุนประกันวินาศภัยเป็นผู้ชำระบัญชี โดยมีหนังสือจ่ายให้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา และให้สมาชิกได้รับประโยชน์ในปี พ.ศ. 2563 กรณีนี้จึงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์กร สำหรับกรณีการเรียกเก็บเงินประกันภัยจากสมาชิกจนมีการเรียกร้องให้ส่งเงินคืนนั้น ขอชี้แจง สหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯ ได้ทำประกันชีวิตให้กลุ่มสมาชิกฯ ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต โดยสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯ ได้ทำนิติกรรมสัญญากับ บริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 หลังจากนั้นก็มีการจ่ายเงินกันตามสัญญา จนถึงวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2561 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้แจ้งให้ชะลอการทำนิติกรรม แต่เราทำไว้ก่อนหน้านี้และเป็นไปตามสัญญา ส่วนการจ่ายเงินเบี้ยประกันให้กับสมาชิก ในระเบียบสหกรณ์ฯ การทำประกันชีวิตมีระเบียบรองรับสหกรณ์สามารถจ่ายเบี้ยประกันให้กับสมาชิก ฯ แล้วเรียกเก็บคืนเป็นรายเดือน เพราะมีอายุกรมธรรม์ 1 ปี คุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 กพ. 2561 – 31 มค.2562 แม้น บริษัท เจ้าพระยาประกันภัย ฯ จะถูกเพิกถอนไป แต่การคุ้มครองยังคงอยู่ตามกรมธรรม์ โดยมีบริษัททิพยประกันภัยมารับช่วงต่อจนครบอายุกรมธรรม์” นายสมศักดิ์ ฯ กล่าว อย่างไรก็ตาม นายทอง ฯ ประธานที่ปรึกษาสหกรณ์ ฯ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การเสนอข่าวดังกล่าว ทำให้สหกรณ์ ฯ เกิดความเสียหายขาดความเชื่อถือ ยิ่งเป็นสื่อส่วนกลางคนทั้งประเทศเข้าใจตามอีก คณะกรรมการยืนยันดำเนินการตามกฎหมายอย่างแน่นอน นครราชสีมา/เกษม ชนาธินาถ