เกษตรกรชาวสวนฝรั่งและมะละกอตรัง สอดรับแบน3สารเคมีอันตราย ไม่ใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชในสวนฝรั่งและมะละกอ
วันที่ 24 ตุลาคม 2562 ในพื้นที่ สวนฝรั่งและสวนมะละกอเรดเลดี้ หมู่4 ต.ควนเมา อ.รัษฎา จ.ตรัง นายสมพงษ์ สีทอง เกษตรกรเจ้าของสวนฯทำสวนฝรั่ง และมะละกอเรดเลดี้ ในพื้นที่หมู่ 4 ต.ควนเมา อ.รัษฎา จ.ตรัง กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนใช้ เนื้อที่ประมาณ 9 ไร่ ปลูกฝรั่งและมะละกอเรดเลดี้ ที่กำลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมีฆ่าหญ้า และโดยเฉพาะสารฆ่าแมลงแต่อย่างใด แต่จะใช้วิธีห่อผลด้วยกระดาษ และถุงพลาสติกห่อหุ้มภายนอก ทำให้ปลอดจากสารพิษ
นายสมพงษ์ กล่าวว่า ในการปลูกฝรั่ง และมะละกอ ในทุกปีประมาณเดือนมีนาคม - เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดอากาศร้อนชื้น มักจะเกิดเพลี้ยแป้ง เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยไฟ ทำให้ได้รับความเสียหาย ซึ่งในการกำจัดเพลี้ยไฟทำได้ยากมาก เกษตรกรจะใช้น้ำหมักชีวภาพ หรือน้ำส้มควันไม้ในการกำจัด แต่หากแปลงใดที่อยู่ติดกันหลายๆแปลงอาจจำเป็นต้องใช้สารเคมีบ้าง แต่จะใช้ในปริมาณที่น้อยมาก และในระยะเวลาอันสั้นเท่านั้น เพราะต้นมะละกอ และต้นฝรั่งจะแพ้สารเคมี เพราะหากถูกสารเคมีต้นจะเหี่ยวเฉา ยอดตาย ใบร่วง ดอกและผลก็จะร่วงทั้งหมด จึงเป็นอันตรายแม้แต่กับต้น ผู้ที่ฉีดพ่น จะมีฤทธิ์ตกค้างเป็นอันตรายกับผู้บริโภค เกษตรกรจึงไม่นิยมใช้
นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า โดยเฉพาะในสวนของตนเองซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัว เนื้อที่ประมาณ 9 ไร่ จะไม่ใช้สารเคมีเลย แต่จะใช้น้ำยาล้างจาน มาผสมกับน้ำเปล่าฉีดพ่นแทน โดยใช้น้ำยาล้างจาน (ซันต์) 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 20 ลิตร แรกๆจะฉีดพ่นในระยะ 7 วันต่อครั้ง หลังจากนั้นก็จะฉีดพ่นทุก15 วันต่อครั้ง ป้องกันแมลงกัดกินใบและลำต้น ส่วนผลจะใช้วิธีห่อด้วยกระดาษ และห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกชนิดบางที่ย่อยสลายง่ายอีกชั้น ทั้งนี้ ถุงพลาสติกจะมีทั้งแบบหนาและแบบบางที่ย่อยสลายง่าย
"หากห่อด้วยแบบหนาจะมีน้ำขังภายในผลจะเน่าได้ จากนั้นใช้เวลาประมาณ 35 - 45 วัน ก็สามารถเก็บผลได้ ก็จะได้ผลผลิตสวยงาม ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน ปลอดภัยทั้งเจ้าของสวนและผู้บริโภค ส่วนตัวจึงเห็นด้วยเป็นอย่างมากที่การแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิด เพราะไม่อยากให้เกษตรกรใช้ เพราะจะเป็นอันตรายกับคนฉีดพ่น และเกิดสารตกค้างเป็นอันตรายกับผู้บริโภค"นายสมพhงษ์ กล่าว