สาวโคราชหลายรายถูกตุ๋นขายหน้ากากอนามัยโร่แจ้งตำรวจ สร้างโปร์ไฟล์ดราม่าแม่ลูกอ่อนให้หลงเชื่อ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 ก.ค.63 ที่ สภ.เมือง นครราชสีมา นายสุวีระ โพนเกาะ อายุ 55 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 68 หมู่ 1 ต.หมื่นไวย อ.เมือง จ.นครราชสีมา นำน้องปาล์มมี่ลูกสาวนักเรียนชั้นมัธยมปลายโรงเรียนชื่อดังในตัวเมืองนครราชสีมา พร้อมเอกสารหลักฐานภาพถ่ายสลิปการโอนเงินเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.ศุภณัฐ สิงห์สุวรรณ พนักงานสอบสวนเวร ระบุเป็นผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพที่รู้จักกันผ่านสังคมออนไลน์ อ้างเป็นผู้ค้าหน้ากากอนามัยราคาถูก เมื่อแชทติดต่อและโอนเงินตามยอดสั่งซื้อแต่ไม่ได้รับสินค้า เมื่อทวงถามได้ปิดเฟสบุ๊กหายไม่สามารถติดต่อได้
น้องปาล์มมี่ เปิดเผยว่า หลังสถานการณ์โรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 กลับมาระบาดรอบสอง ประชาชนตื่นกลัวออกมาหาซื้อหน้ากากอนามัยกันมากขึ้น จึงค้นหาผู้ขายในโลกออนไลน์สังคมเฟสบุ๊กพบชื่อ “ดีไม่พอ ต้องขออภัย” ขายหน้ากากอนามัยชิ้นละ 1 บาท 70 สตางค์ ซึ่งมีราคาถูกที่สุดและในช่องแสดงความคิดเห็นมี “หน้าม้า” หลายรายอ้างเป็นลูกค้าโพสต์ข้อความการันตีรับประกันคุณภาพ ของสินค้า ส่งจริง ส่งไวไม่โกงแน่นอนประกอบกับอ้างเป็นหญิงที่มีทารกน้อยยังไม่หย่านมแม่ยิ่งทำให้หลงเชื่อมากขึ้น คาดหวังมาใช้และขายในราคาชิ้นละ 2 บาท กำไรไม่มากเพราะขายให้เพื่อนนักเรียนและคนที่รู้จักมักคุ้น จากนั้นได้รวบรวมเงินออมโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อนางสาวเมษา ศูนย์รัมย์ จำนวน 8,500 บาท เมื่อถึงวันเวลานัดส่งสินค้ากลับถูกเลื่อนนัด ตนพยายามติดต่อเรื่อยๆ ก็บ่ายเบี่ยงจนกระทั่งปิดเฟสบุ๊ก จึงรู้ว่าถูกหลอกได้บอกพ่อให้พามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ในขณะพนักงานสอบสวนกำลังสอบปากคำนายสุวีระและน้องปาล์มมี่ ได้มีนางสาวกันยกร วรรณรักษ์ อายุ 27 ปี ชาวตำบลหนองกระทุ่ม อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ซึ่งพฤติการณ์การกระทำผิดคล้ายกับผู้เสียหายรายแรกมาก คาดหวังหาซื้อหน้ากากอนามัยมาขาย จึงค้นหาในสังคมเฟสบุ๊ก “ห้องขายหน้ากากอนามัย” และตรวจโปรไฟล์ผู้ค้าแต่ละรายอย่างละเอียดป้องกันการถูกหลอก พบผู้ค้ารายหนึ่งมีครอบครัวและกำลังตั้งครรภ์ทำให้หลงเชื่อ “คนจะเป็นแม่คน ไม่คิดทำชั่วอย่างแน่นอน” จึงโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทยชื่อ นางสาวดรัลรัตน์ ศรชัย จำนวน 3,000 บาท แล้วก็เงียบหายทุกอย่าง สินค้าก็ไม่ได้รับและเฟสบุ๊กก็ถูกปิดไม่สามารถติดต่อได้ จึงมาแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมมิจฉาชีพมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เสียดายเงินที่ถูกหลอก ยุคเศรษฐกิจซบเซา หาเงินลำบากมาก ฝากเตือนเพื่อนๆ ต่อไปนี้หากต้องการซื้อสินค้าให้นัดเจอกันแล้วยื่นสินค้าลักษณะยื่นหมูยื่นแมวดีกว่า สังคมขณะนี้รู้หน้าไม่รู้ใจไม่ควรไว้ใจโอนเงินให้ก่อน
ด้าน ร.ต.อ.ศุภณัฐ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมือง นครราชสีมา เปิดเผยว่า ล่าสุดมีผู้เสียหายลักษณะนี้จำนวนหลายสิบราย มูลค่าความเสียหายรวมเลข 6 หลัก เบื้องต้นได้ประสานงานสถาบันการเงินเจ้าของบัญชีปลายทางที่ผู้เสียหายโอนเงินให้อายัดบัญชีและเร่งรวบรวมข้อมูลหลักฐานของผู้ต้องหาให้มากที่สุด เพื่อออกหมายเรียกให้มาพบตามกระบวนการเป็นผู้ถูกกล่าวหา ขอให้ประชาชนที่นิยมซื้อสินค้าออนไลน์ให้ระมัดระวัง โดยเฉพาะการโฆษณาชวนเชื่อในสังคมออนไลน์ที่รู้จักกันผ่านการแชท โปร์ไฟล์จะแต่งเสริมอย่างไรก็ได้ ต้องตัดสินเลือกซื้อสินค้าที่มีความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบติดตามได้ โดยเฉพาะผู้ค้าต้องมีที่อยู่หรือที่ตั้งเป็นหลักแหล่ง มิเช่นนั้นอาจเป็นผู้เสียหายถูกหลอกต้นตุ๋นได้