สาวผวา ไปเก็บเห็ดในป่า เจอหญิงปรี่เข้าทุบต้นคอ ตบหน้า-ใช้มีดฟัน หาเป็นชู้ผัวทั้งที่ไม่เคยรู้จัก

ภูมิภาค1 ก.ย. 2563 • 20:32 น.
สาวผวา ไปเก็บเห็ดในป่า  เจอหญิงปรี่เข้าทุบต้นคอ ตบหน้า-ใช้มีดฟัน หาเป็นชู้ผัวทั้งที่ไม่เคยรู้จัก
สาววัย 25 ชาว อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ทั้งงงและผวา ออกไปเก็บเห็ดกับแม่ในป่าสาธารณะ จู่ๆ มีหญิงปริศนา รูปร่างสูงใหญ่ปรี่เข้ามาใช้มือทุบต้นคอกระชากเสื้อตบหน้าซ้ำ และพยายามใช้มีดฟัน กล่าวหาเป็นชู้กับผัว ทั้งที่ไม่เคยรู้จัก ด้านญาติคู่กรณีเผยผู้ก่อเหตุมีอาการไม่ปกติ คลั่งหวาดระแวงทำไปไม่รู้ตัว หลังก่อเหตุถูกหามส่ง รพ. หวั่นคลั่งทำร้ายคนอื่น (1 ก.ย.63) น.ส.พรพิมล หรือสา อายุ 25 ปี หญิงสาว ชาวบ้านประดู่ ต.ห้วยสำราญ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชุมแสง อ.สตึก ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.ดา (นามสมมติ) อายุ 23 ปี หญิงสาว บ้านโนนแดง ต.ชุมแสง อ.สตึก หลังจากถูก น.ส.ดา ทำร้ายร่างกายขณะเข้าไปเก็บเห็นในป่าสาธารณะห้วยจะเมิง ด้วยการใช้มือทุบต้นคอกระชากเสื้อและตบหน้าซ้ำ ทั้งยังพยายามจะใช้มีดฟันด้วย แต่โชคดีที่มีคนเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 27 ส.ค.63 ที่ผ่านมา โดย น.ส.พรพิมล เล่าให้ฟังว่า ปกติตนกับสามีทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่พอเจอสถานการณ์โควิดระบาดก็ตกงานต้องกลับมาอยู่บ้าน โดยเมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ออกไปหาเก็บเห็ดกับแม่ที่ป่าสาธารณะห้วยจะเมิง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้าน ประมาณ 10 กม. พอไปถึงป่าตนกับแม่ก็แยกกันเดินออกหาเห็ดก็ห่าง ห่างกันประมาณ 100 เมตร จากนั้นตอนเวลาประมาณ 15.00 น.เศษ ขณะกำลังก้มหาเห็ดอยู่ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ เดินปรี่เข้ามาใช้มือทุบที่ต้นคอของตนเอง 3 ครั้ง แล้วกระชากเสื้อลากตนไปยังจุดที่สามีของเขายืนอยู่ ซึ่งตอนที่ลากมาก็ใช้มือตบหน้าอีก 2 ครั้ง และหญิงคนดังกล่าวก็ตะโกนด่าตนเองว่า “มึงเป็นชู้กับผัวกูไปนอนกับผัวกู” ซึ่งตอนนั้นตนเองทั้งงงและตกใจมากเพราะไม่เคยรู้จักกับผู้หญิงคนนั้นเลย และไม่เคยไปยุ่งกับสามีของเขาตามที่ถูกกล่าวหาเลย และระหว่างที่ตะโกนด่าหญิงคนดังกล่าวยังคว้ามีดคล้ายกับมีดตัดอ้อยออกมาจากตะกร้าพยายามจะฟันตนเองอีก แต่เคราะห์ดีที่สามีของผู้ก่อเหตุเข้ามาห้าม และญาติของผู้ก่อเหตุอีกคนก็เข้ามาช่วยดึงมือผู้หญิงคนดังกล่าวออก แต่ไม่ยอมปล่อยป้าคนดังกล่าวจึงฉีกคอเสื้อให้ขาดออกแล้วให้ตนเองมุดออกทางชายเสื้อ ก่อนที่จะวิ่งหนีไปแบบไม่คิดชีวิต น.ส.พรพิมล ยังกล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุจนถึงขณะนี้หญิงคนดังกล่าวยังไม่เคยเห็นหญิงคนที่ก่อเหตุมาขอโทษ หรือสอบถามอะไรเลย ให้แค่ตัวแทนมาพูดคุยไกล่เกลี่ยที่บ้านผู้ใหญ่บ้านเท่านั้น จึงอยากให้คู่กรณีออกมาแสดงความรับผิดชอบ และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การทะเลาะวิวาท แต่ถูกจู่โจมทำร้ายและพยายามจะใช้อาวุธมีดฟัน จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของผู้ก่อเหตุ แต่ไม่พบผู้ก่อเหตุมีเพียงญาตินั่งอยู่หน้าบ้านเท่านั้น แต่เมื่อสอบถามญาติก็บอกว่า น.ส.ดา ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลสตึก เนื่องจากมีอาการไม่ปกติ คุ้มคลั่งหวาดระแวง พร้อมทั้งได้นำยาออกมาให้ผู้สื่อข่าวดูด้วยเพื่อยืนยันว่า น.ส.ดา ไปรักษาที่โรงพยาบาลจริง จากการสอบถามนางสงกา ยายของผู้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เล่าให้ฟังว่า น.ส.ดา หลานสาว ได้ไปอาศัยอยู่ที่บ้านของสามี ประมาณ 2 – 3 ปีแล้ว นานๆ จะกลับมาเยี่ยมแม่ที่บ้าน โดยในวันเกิดเหตุ น.ส.ดา และสามี ได้เดินทางมาเยี่ยมแม่ที่บ้าน จึงพากันออกไปเก็บเห็ดด้วย ซึ่งตอนแรกก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกระทั่งได้ยินเสียงโวยวายดังลั่น จึงรีบวิ่งไปดูก็เห็นหลานใช้มือกำคอเสื้อของหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ ก็สอบถามว่าเกิดอะไรขึ้นและพยายามเข้าไปห้ามด้วยการแกะมือออกจากเสื้อหญิงคนดังกล่าวออก แต่หลานไม่ยอมปล่อยจึงตัดสินใจดึงคอเสื้อให้ขาดออกแล้วบอกให้หญิงคนดังกล่าวมุดออกทางชายเสื้อแล้ววิ่งหนีไป จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกับหลานมีอาการผิดปกติคุ้มคลั่งหวาดระแวง เหมือนกับไม่รู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไป ทางญาติก็เลยพาไปหาหมอ ขณะนี้ก็ยังรักษาตัวที่โรงพยาบาล ก็ยอมรับว่า หลานทำร้ายเขาจริง แต่อาจจะทำไปเพราะไม่รู้ตัว ก็อยากให้อีกฝ่ายเห็นใจด้วย เพราะเรียกค่าเสียหาย 150,000 บาท จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายอีกทั้งคู่กรณีก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก