ปัดทุกข้อกล่าวหา! เจ้าอาวาสวัดดังขอนแก่น แชทหาสาวขอหอมแก้ม ลั่นพร้อมให้ตรวจสอบ

ภูมิภาค3 ก.พ. 2566 • 10:20 น.โดย จักรพันธ์ นาทันริ
ปัดทุกข้อกล่าวหา! เจ้าอาวาสวัดดังขอนแก่น แชทหาสาวขอหอมแก้ม ลั่นพร้อมให้ตรวจสอบ

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 3 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆ ทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้เผยแพร่ภาพของหญิงสาวรายหนึ่ง ในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น ซึ่งได้นำภาพข้อความแชทกล่าวหาว่าเป็นข้อความแชทระหว่างเจ้าอาวาสวัดดัง ใน ต.บ้านโคก อ.โคกโพธิ์ไชย โดยฝั่งซ้ายระบุว่า เป็นเจ้าอาวาสวัดดัง และฝั่งขวาระบุว่าเป็นฝ่ายหญิง "โดยทางฝั่งซ้ายพิมพ์มาว่า พ่อรู้จักกับเกดอยู่เหรอ และบอกอีกว่าอยู่ในใจเสมอ ก่อนที่ฝั่งขวาจะพิมพ์ตอบมาว่า จะนอนยัง ฝั่งซ้ายก็ตอบมาว่า ไม่จ้า ก่อนที่ฝั่งขวาที่ระบุว่าเป็นฝ่ายหญิงจะพิมพ์มาว่าเหมือนจะไม่สบาย ฝันดีค่ะ ก่อนที่อีกฝ่าย จะพิมพ์มาเป็นชุดว่า ขอหอมแก้มหน่อยจ้า พ่อบารมีหลับแล้วจ้า มาแป็ปเดียว มาเร็ว จะรอน้องก้อยจ้า บ่อมีคนเห็นหรอก ซึ่งเป็นการพิมพ์ข้อความทั้งหมดภายใน 3 นาที ก่อนที่ฝ่ายหญิงพิมพ์กลับมาว่า เราเพิ่งรู้จักกันเอง และนาทีต่อมาเป็นอีกฝ่ายที่กล่าวหาว่าเป็นเจ้าอาวาสวัดดัง พิมพ์ตอบกลับมาว่า ไม่เป็นไรแค่หอมแก้ม ไม่ทำเกินหรอกจ้า แค่หอมแก้ม"

นางวลัยพรรณ (ขอสงวนนามสกุล) กล่าวว่า ทั้งหมดเป็นเรื่องราวของความไม่โปร่งใสของเจ้าอาวาสวัดดัง ทั้งเรื่องเงิน ทั้งเรื่องแอบอ้างเป็นญาติธรรมหลวงปู่ผาง ทั้งยังมีเรื่องเสื้อของหลวงปู่ผาง สร้างเหรียญ อวดอุตริ และยังสืบทราบมาว่าหนีมาจากวัดคอนบุรี เพราะมีเรื่องผู้หญิง จึงย้ายมาขออาศัยอยู่กับหลวงปู่นงค์ที่วัดแห่งหนึ่ง แต่ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน ตนเองไม่ได้มีอคติอะไรกับที่วัด ตนเองเป็นลูกศิษย์ลูกหาที่ศรัทธาหลวงปู่ผาง มาทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเรียกได้ว่าเป็นสพานบุญให้กับวัด ตอนนี้ยังนึกเสียดายว่าเจ้าอาวาสวัดดัง ได้มาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งแล้วแต่ทำไมไม่ปฏิบัติให้ดี พอผ่านไปเริ่มเห็นความผิดปกติไม่โปร่งใสมากขึ้น จึงอยากให้มีการตรวจสอบ 

"ในส่วนของข้อความแชทนั้นรู้จากปากลูกศิษย์หลวงปู่ผางหลายคน ว่าหลวงปู่ผางไม่ได้บวชให้ มีเพียงหลวงปู่นงค์ หลวงปู่จื่อ หลวงปู่ประเสิร์ฐ ซึ่งมีหลักฐานข้อมูลชัดเจนในเรื่องนี้ และต่อมาเป็นเรื่องแชทขอหอมแก้มผู้หญิงนั้น ช่วงนั้นเคยไปหานักข่าวกระทั่งนักข่าวพาไปหาหญิงเจ้าของแชทดังกล่าว แต่หญิงรายนั้นปฏิเสธว่าทำหลักฐานขึ้นมาเอง เอาโทรศัพท์ของพระอาจารย์มาเอง หากไปถามชาวบ้านในหมู่บ้านก็จะชัดเจนว่าเป็นเรื่องจริง แต่ตนเองไม่มีหลักฐานนอกจากแชทนี้"

ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังวัดดังดังกล่าว ต.บ้านโคก อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น โดยได้พบกับ เจ้าอาวาสวัด นั่งอยู่บนศาลาการเปรียญเพียงรูปเดียว ซึ่งมีพระลูกวัดอยู่ในกุฏิและปฏิบัติกิจของสงฆ์ภายในวัดรวมทั้งหมด 5 รูป

เจ้าอาวาสวัด กล่าวว่า เรื่องนี้มีมานานกว่า 2 ปีแล้ว และครั้งนั้นก็มีการตรวจสอบรวมทั้งสื่อมวลชนในพื้นที่ด้วย และคนที่ทำแชทนี้ขึ้นมาก็ยอมรับแล้วว่าเป็นคนทำขึ้นมาเองจริงเพื่อทำลายอาตมา ซึ่ง กรณีดังกล่าวนั้น มีโยมผู้ชายมาขายของที่วัดโดยอยู่กับผู้หญิงอีกคน โยมผู้ชายได้ยืมโทรศัพท์ไปโทรหาแฟนสาว ซึ่งเป็นขณะที่กำลังทำวัตรเย็นอยู่บนศาลา แต่ยืมไปแล้วไม่เอามาคืน มาทราบอีกครั้งคือโยมผู้หญิงใช้โทรศัพท์ที่โยมผู้ชายยืมอาตมาไป ไปส่งข้อความแชทหาตัวเอง โดยเป็นการสร้างหลักฐานเท้จขึ้นมาโจมตีอาตมา สร้างเรื่องราวเองในเรื่องขอหอมแก้ม ต้องการให้ออกจากวัดไป เพราะไม่พอใจที่อาตมา เพราะมีโยมจะทำศาลปู่ภูประแดง ก็มีเม่าแก่มาสร้างให้ กระทั่งมีโยมกลุ่มหนึ่งเสนอราคาในการสร้างศาลปู่ครบชุดราคา 35,000 บาท แต่อาตมาและลูกศิษย์หาซื้อได้ในราคา 5,000 บาท โดยได้ซื้อที่ จ.แพร่ ทำให้เกิดความไม่พอใจ พยายามหาวิธีทำลายอาตมาให้ออกไปจากวัดให้ได้ ซึ่งในเวลาต่อมา โยมผู้หญิงรายนี้ก็ออกมาแก้แล้วว่าเป็นคนทำเองจริงๆ ซึ่งก็มีการตรวจสอบยอมรับจากโยมผู้หญิงรายนี้แล้วเรื่องก็จบไปเมื่อหลายปีก่อน

"ในส่วนเรื่องของธรรมทายาทนั้น อาตมามาจำพรรษที่วัดหลวงปู่ผางเมื่อปี 2562 ต่อมาพ่อแม่ครูบาอาจารย์ เจ้าคณะอำเภอบ้านไผ่ เจ้าคณะอำเภอชนบท ทั้งหลวงพ่อสมานเจ้าคณะอำเภอมัญจาคีรี-โคกโพธิ์ไชย ได้บอกให้มาอยู่ที่วัดถ้ำของเราหน่อยเพราะเป็นสายธรรมยุติ ส่วนมากเป็นมหานิกายมาอยู่ ซึ่งอาตมาก็มีวัดของอาตมาอยู่แล้ว  จึงเห็นว่าถ้าเป็นของหลวงปู่ผางก็อยากมาอยู่ อยากจะสานต่อหลวงปู่ผาง และการปกครองก็ลำบากเพราะเป็นวัดสายธรรมยุติ แต่มีพระสายมหานิกายอยู่ด้วย และเรื่องญาติโยมทำบุญทำนุบำรุงศาสนาก็ยังไม่ทั่วถึง จึงเข้ามาอยู่ที่วัดเพื่อมาสานต่อ และสร้างทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และภายในวัดให้ชาวบ้านเข้าถึงและมาทำบุญอยู่ร่วมกันได้ทั้งพระและฆารวาส จนถึงปัจจุบันนี้"

เจ้าอาวาสวัด กล่าวต่ออีกว่า หากพูดตามหลักตรงๆอาตมาก็ไม่ทันหลวงปู่ผาง อาตมาบวชในปี 2534 ไม่ใช่ลูกศิษย์แท้ๆ ไม่เคยได้รับการอบรบสั่งสอนโดยตรงจากหลบวงปู่ผาง แต่เป็นสายญาติธรรมที่สืบต่อกันมา แต่ในวงการของหลวงปู่ผาง พ่อแม่ครูบาอาจารย์ก็รู้จักอาตมา ไม่ได้แอบแฝงหาผลประโยชน์ เงินกฐินได้มาก็มาทำนุบำรุงวัดทั้งหมด แจ่สิ่งที่เกิดขึ้นอาตมายอมรับว่าตามไม่ทัน เพราะโยมผู้หญิงคนนี้พยายามสร้างหลักฐานเท็จสร้างเรื่องมากล่าวหาเพื่อให้อาตมาออกจากวัดไป และเรื่องนี้มีการพูดกล่าวหาอาตมาไปทั่วทั้งอำเภอแต่ทางโยมผู้หญิงก็มีการออกมายอมรับว่าสร้างหลักฐานแชทเท็จขึ้นมาแล้ว ส่วนโยมผู้ชายนั้นทราบว่าภายหลังจากเลิกขายของที่วัดก็ไปบวชและไม่รู้ว่าจำพรรษาที่วัดไหน และไม่ได้กลับมาที่วัดนี้อีก ส่วนโยมผู้หญิงก็ไม่อยู่ในพื้นที่เช่นกัน ส่วนตัวอาตมาไม่วิตกังวล ยืนยันในเรื่องความบริสุทธิ์ หากจะตรวจสอบก็พร้อมที่จะให้ตรวจสอบ ในส่วนอื่นๆก็จบไปแล้วก็ปล่อยเป็นวิบากกรรมตามธรรมชาติไป