"กมธ.ป.ป.ง."ขอ ป.ป.ง.-ธนารักษ์ พิจารณาคดีอาคารชุดที่ยืดเยื้อนาน 10 ปี เหตุบริษัทโดนยึดทรัพย์คดีจำนำข้าว
วันที่ 24 มกราคม 2567 ห้องประชุมกรรมาธิการ N 407 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา(เกียกกาย) นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ง.) พร้อม กมธ. ที่ปรึกษา เลขานุการ ได้ประชุมพิจารณาปัญหาร้องเรียนจากผู้ได้รับความเดือดร้อนกรณีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินอาคารชุด ถนนประชาอุทิศ กรุงเทพมหานคร ซึ่งประกอบด้วยผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้อยู่อาศัยในอาคารชุด และบุคคลผู้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากเจ้าของโครงการอาคารชุดถูกยึดและอายัดทรัพย์สินในคดีในโครงการรับจำนำข้าว
โดย กมธ.ป.ป.ง. ได้เชิญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน อธิบดีกรมธนารักษ์ อธิบดีกรมบังคับคดี และผู้เสียหายเข้าร่วมประชุม ซึ่ง กรมบังคับคดี ส่ง นางเพ็ญรวี มาแสง รองอธิบดีกรมบังคับคดี ,นายวุฒิพงษ์ เหลืองประเสริฐ นิติกรชำนาญการพิเศษ ,นางสาวอรพินทร์ จันทนานิติกรชำนาญการ ,สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ส่งนายสุทธิศักดิ์ สุมน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย ,นายก้องภพ มีภู่นิติกรชำนาญการ ส่วนผู้ร้องเรียน จำนวน ๒ ราย บริษัท เคเอสบี เอ็นจิเนียริ่ง ซีสเต็มส์ จำกัด นายครรชิต บัวมาก กรรมการ,นางสาว อุไรรัตน์ บัวมาก กรรมการ,วิริยะพนธ์ บัวมาก วิศวกรบริษัท และ บริษัท เอ็น ไอ บี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด มีนายนิคม ชูสกุลวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ,นายประสาน คงสายที่ปรึกษา และผู้เสียหาย นางสาวเทียนศิริ ศิลานิล ,นางสาวณัฐธิดา กลิ่นจันทร ,นายชลิต จิระธรรมนุกูล ให้ข้อมูล
สำหรับการประชุมเป็นการพิจารณาเพื่อหาช่องทางในการช่วยเหลือผู้เสียหายที่มีอยู่กว่า 900 ราย ที่ตกเป็นเหยื่อในคดี ซึ่ง กมธ.ปปง.เห็นว่า เรื่องนี้ผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม ในการเข้ายึดและอายัดทรัพย์ของ “ป.ป.ง.” เพราะผู้เสียหายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีกับปัญหาของบริษัทที่ถูกยึดและอายัดทรัพย์สินในเหตุผลทางคดีโครงการรับจำนำข้าว การพิจารณาจึงได้รับฟังเหตุผล ความคืบหน้าต่อการดำเนินการของ ป.ป.ง.และธนารักษ์ ตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบัน ซึ่งผู้เสียหายได้พยามต่อสู้ที่หลายฝ่ายเข้าใจว่าผู้เช่าซื้อคอนโดได้รับความเดือดร้อนในกรณีนี้ แต่กลับไม่ได้รับความเป็นธรรมเกิดความเสียหายกว่า 400 ล้านบาทที่ต้องการเรียกคืนเงินดาวน์จากโครงการนี้ ทั้งนี้ที่ประชุมจึงมีมติให้ดำเนินการพิจาณาเพื่อหาช่องทางช่วยเหลือกันอย่างรอบคอบ
ด้าน พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาประธาน กมธ.ป.ป.ง กล่าวว่า แนวทางการที่จะช่วยเหลือประชาชนขอฝากถึง ป.ป.ช.-ธนารักษ์ ตามข้อสังเกตเป็นสองส่วน ส่วนแรก สำนักงาน ป.ป.ง. ควรจะนำคำพิพากษาศาลฎีกา คดีเลขที่ 2118/2566 ของศาลฎีกาเร่งดำเนินการพิจาณาโดยด่วน เพื่อให้ ป.ป.ง.ดำเนินการพิจาณาตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ตามมาตรา 53 ประกอบการพิจารณาคำวินัจฉัยเพื่อหาช่องทางการช่วยเหลือผู้เสียหายในคดี ส่วน กรมธนารักษ์ ควรที่จะรอผลการพิจาณาการพิจารณาทางเลือกตามมาตร 53 ให้ชัดเจนก่อน เพราะหากผลออกมาว่าผู้เสียหายที่ซื้อคอนโดไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่ ป.ป.ง. มีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์จะทำให้ผู้เสียหายที่ซื้อคอนโดไม่ได้รับความเป็นธรรม ดังนั้นข้อสังเกตมีอยู่ว่าจะทำอย่างไรที่จะช่วยเหลือประชาชนที่เป็นผู้เสียหายทุกฝ่าย
ขณะที่ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด กล่าวว่า กรณีดังกล่าว จะมีการพิจาณาต่อไป โดยให้ สำนักงาน ป.ป.ง. ได้นำข้อมูลในประเด็นที่ กมธ. เห็นว่ามีข้อพิรุธ กรณีทรัพย์สินที่ยึดอายัดไปแล้ว ว่าทรัพย์บางส่วนได้มีการรับมอบจาก ป.ป.ง. ให้เอกชนรายหนึ่งมาหารายได้ ห้องชุด ว่าเป็นข้องเท็จจริงอย่างไร และมีการส่งเงินให้มากน้อยแค่ไหน กรณีที่สอง ครั้งต่อไปจะเชิญ กรมธนารักษ์อีกรอบ พร้อมกับเชิญ กรมที่ดิน และนิติบุคคลที่อ้างว่าได้รับการแต่งตั้งแล้ว ว่าได้รับโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อดำเนินการขายทอดตลาด โดยเฉพาะ สำนักงาน ป.ป.ง. จะขอให้นำข้อสรุปทางกฏหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิ์ตามข้อกฏหมายคำวินิจฉัยศาลฎีกา 2118/66 เพื่อพิจารณาตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 53 ประกอบการพิจาณาในการหาช่องในการช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นผู้เสียหายต่อไป
สำหรับปัญหานี้รายงานแจ้งว่าเดิมบริษัทเจ้าของโครงการได้เปิดจองห้องพักหลายโครงการ เริ่มเปิดจองเมื่อเดือน พ.ย. 2556 จะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ. 2560 แต่ยังไม่ได้ลงมือก่อสร้าง ราคาห้องของโครงการมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 3 ล้านบาท จนถึง 15 ล้านบาท ต่อมาเมื่อเดือน มิ.ย. 2557 หุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท ได้ขายหุ้นให้เจ้าของใหม่พร้อมเปลี่ยนชื่อบริษัทกระทั่งเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2559 ที่ผ่านมา ป.ป.ง.มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์ของกลุ่มบริษัทและบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับ อดีตพ่อค้าข้าวชื่อดังและเป็นจำเลยในคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจีโดยมิชอบ ทำให้การก่อสร้างหยุดชะงัก