- โฆษณา -

"พ่อน้องเปรม" ไกล่เกลี่ยกลุ่มผู้ปกครอง "รุ่นพี่โหด" ตำรวจเตรียมสรุปสำนวน

ภูมิภาค17 มี.ค. 2565 • 06:58 น.โดย เกษม ชนาธินาถ
"พ่อน้องเปรม" ไกล่เกลี่ยกลุ่มผู้ปกครอง "รุ่นพี่โหด" ตำรวจเตรียมสรุปสำนวน
ความคืบหน้าการคลี่คลายคดีนายพัสยศ หรือน้องเปรม อายุ 19 ปี นักศึกษา ปวส.1 ชั้นปีที่ 1 สาขาช่างกลโรงงาน วิทยาลัยนวัตกรรมอาชีพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน นครราชสีมา ถูกรุ่นพี่จำนวน 7 คน ซึ่งเป็นนักศึกษา ปวส. ชั้นปีที่ 2 สาขาและสถาบันการศึกษาเดียวกัน ได้ร่วมทำร้ายร่างกายนายพัสยศ หรือน้องเปรม เป็นเหตุให้เสียชีวิต เหตุเกิดช่วงกลางคืนวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 มีนาคม ที่ สภ.มะเริง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ผศ.สุรพจน์ วัชโรภากุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ มทร.อีสาน นครราชสีมา ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเวรเจ้าของคดี เพื่อให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดี โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ในการให้ปากคำและตอบข้อซักถาม จากนั้นนายเอกชัย ชลภักดี อายุ 55 ปี ผู้เป็นพ่อของน้องเปรม ผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาที่ สภ.มะเริง ตามที่นัดหมายกับผู้บริหารและอาจารย์ มทร.อีสาน โดยเป็นการเจรจากับกลุ่มผู้ปกครองของนักศึกษารุ่นพี่ 7 คน ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหา ทันทีที่นายเอกชัย กำลังเดินเท้าเข้าตัวอาคารสถานีตำรวจ กลุ่มผู้ปกครองได้พากันยกมือไหว้และกล่าวขอโทษแทนบุตรหลาน ต่อมาทั้งหมดได้เข้าไปไกล่เกลี่ยทางคดีโดยห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปด้านใน พ.ต.อ.คณัสนันท์ สุวรรณทรัพย์ ผกก.สภ.มะเริง เปิดเผยว่า กระบวนการขณะนี้ได้สอบปากคำนักศึกษารุ่นพี่จำนวน 25 คน และนักศึกษารุ่นน้อง 33 คน จากทั้งหมด 38 คน คงเหลือ 5 คนที่จะมาในเร็วๆนี้ ส่วนวันนี้ได้เชิญอาจารย์มาให้ปากคำ ส่วนใหญ่เป็นการชี้แจงมาตรการซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติและข้อห้าม โดย มทร.อีสาน ได้ออกประกาศทั้งปิดป้ายประชาสัมพันธ์ในสถาบันและเผยแพร่ในโลกออนไลน์ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 ต่อไปจะเชิญเจ้าของสถานที่มาให้ข้อมูล เพื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งพยานที่เกี่ยวข้องและพยานแวดล้อม จากนั้นรอผลชันสูตรพลิกศพจากสถาบันนิติเวช มาประกอบสำนวนการดำเนินคดี เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้เสียชีวิต ส่วนข้อหาอื่นๆ อยู่ระหว่างรวบรวมซึ่งต้องดำเนินการให้เร็วที่สุดและให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย การแจ้งข้อกล่าวหากลุ่มผู้ต้องหาหลักขณะนี้มี 7 คน หากสอบสวนพบใครมีส่วนเกี่ยวข้องอีกก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม สำหรับการบังคับให้นักศึกษารุ่นน้องแก้ผ้าเป็นความผิด มาตรา 388 ผู้ใดกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัลโดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกายหรือกระทำการลามกอย่างอื่น สำหรับความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) โรคติดต่อ 2558 ต้องมาเทียบเคียงกับคำประกาศของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา ว่าจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาอะไรได้บ้างอีก นายสรวิศ ต.ศิริวัฒนา ผู้ช่วยอธิการบดี มทร.อีสาน กล่าวในฐานะกรรมการและเลขานุการการสอบสวนข้อเท็จจริง ว่า ตามคำสั่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ที่ 0358/2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 24 มาตรา 27 มาตรา 28 วรรคแรก และมาตรา 46 แห่ง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. 2548 ประกอบกับคำสั่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ที่ 1841/2564 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 เรื่อง มอบอำนาจให้รองอธิการบดีรักษาราชการแทนอธิการบดีในกรณีที่อธิการบดีไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้ จึงขอแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้ 1.รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ ประธานกรรมการ 2. คณบดีสถาบันสหสรรพศาสตร์กรรมการ 3. นายกัมปนาท ถ่ายสูงเนิน กรรมการ 4. ผู้อำนวยการกองพัฒนานักศึกษากรรมการ 5.นายสรวิศ ต.ศิริวัฒนา กรรมการและเลขานุการ 6.นายรุจิภาส โพบุคดี ผู้ช่วยเลขานุการ 7.นางชุติมา จันทร์เจริญ ผู้ช่วยเลขานุการ เบื้องต้นมีการช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ผู้ปกครองดังนี้ มทร.อีสาน ช่วยเหลือเงิน 5 หมื่นบาท ศิษย์เก่า ปวส.สาขาช่างกลโรงงานฯ 1 แสนบาท ประกันชีวิตนักศึกษา 1.5 แสนบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลชันสูตรพลิกศพและรวบรวมหลักฐานจำเป็นต่างๆที่เกี่ยวข้องรอหลักฐานการชันสูตร ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณ ผกก.สภ.มะเริง ได้อำนวยความสะดวกและให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับรูปคดี หลังจากนี้จะรีบประชุมหาข้อสรุปทั้งหมดในส่วนของ มทร.อีสาน เพื่อดำเนินการลงโทษทางวินัยกับนักศึกษาที่เกี่ยวข้อง ตนในฐานะตัวแทนสถาบันขอแสดงความเสียใจและสิ่งที่ได้ครั้งนี้จะนำไปสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายต่อไป ด้าน นายเอกชัย ผู้เป็นพ่อนายพัสยศ หรือน้องเปรม กล่าวว่า ตอนนี้รู้สึกเหมือนฝันไป ยังไม่สามารถยอมรับความจริงสูญเสียลูกชายคนโต เมื่อพ่อแม่ของกลุ่มนักศึกษาผู้ก่อเหตุได้แสดงความเสียใจกล่าวขอโทษแล้วรู้สึกเข้าใจในหัวอกคนเป็นพ่อแม่ที่สูญเสียลูก หากประสบเหตุการณ์เช่นเดียวกับตนก็รู้สึกเสียใจเช่นเดียวกัน การพูดคุยตกลงไกล่เกลี่ยกันในครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการชดเชยเยียวยาความสูญเสีย การเจรจาน่าจะผ่านไปได้ด้วยดี สำหรับเรื่องคดีขอให้ดำเนินไปตามกระบวนการของกฎหมาย ตนยังไม่กลับง่าย เพราะเทียวไปเทียวมาหวังให้เรื่องทั้งหมดจบเร็วที่สุด เพื่อจะนำลูกชายกลับภูมิลำเนาบ้านเกิดภาคใต้ “เหตุการณ์ครั้งนี้ทุกฝ่ายไม่ต้องการให้เกิดขึ้นขอให้มหาลัยทุกแห่งทั่วประเทศออกกฎข้อบังคับเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ความสูญเสียนี้เกิดขึ้นอีกโดยเฉพาะการรับน้องทางที่ดีที่สุดคือขอให้ยกเลิกไปเลย กิจกรรมไม่ให้มีการจัดสร้างวัฒนธรรมผิดๆ แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ ไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยสร้างความเสียใจแก่บรรดาผู้ปกครองและครูบาอาจารย์ในอนาคต” พ่อของน้องเปรม กล่าว