ปลดกำไลอีเอ็ม วินจยย. เป็น “แพะ” คดีค้ามนุษย์ หลังพบผู้ต้องหาตัวจริง ชื่อ-สกุลเดียวกัน

ภูมิภาค8 ก.พ. 2566 • 19:50 น.
ปลดกำไลอีเอ็ม วินจยย. เป็น “แพะ” คดีค้ามนุษย์ หลังพบผู้ต้องหาตัวจริง ชื่อ-สกุลเดียวกัน

ปลดกำไลอีเอ็ม วินจยย. เป็น “แพะ” คดีค้ามนุษย์ พบผู้ต้องหาตัวจริงชื่อ นามสกุลเดียวกันแต่เลขบัตร 13 หลัก ไม่ใช่ ขณะวินจยย.ขอบคุณสื่อ-มูลนิธิวินวิน ช่วยเป็นปากเสียงจนหลุด

เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 นายพยุง มงคล อายุ 50 ปี อาชีพขับวินมอเตอไซค์  ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์ เดินทางมายังศาลจังหวัดตราด เพื่อถอดกำไลอีเอ็ม หลังถูกตำรวจ สภ.หนองบอน อ.บ่อไร่ จ.ตราด  โดยมีนางจันทร์เพ็ญ ใสดี อายุ 41 ปี ภรรยา ติดตามมาจากกรุงเทพมหานครด้วย ภายหลัง พ.ต.ท. สมศักดิ์ ผลกระโทก สว.สอบสวน สภ.หนองบอน เจ้าของคดีถอดคดี ขณะเดียว นางสาวชลิดา พละมาตย์ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิวินวิน เดินทางร่วมสังเกตการณ์

นายพยุง กล่าวว่า เมื่อวานนี้ ขณะที่ตนเองกำลังทำงาน ได้รับแจ้งจากระทรวงยุติธรรมและมูลนิธิวินวิน ว่าตำรวจถอดคดีแล้ว ตนเองรู้สึกดีใจมาก รีบวิ่งไปหาภรรยาบอกข่าวดี ว่าตนเองหลุดพ้นจากการเป็นผู้ต้องหาแล้ว พร้อมกอดคอกันร้องไห้ และอยากจะฝากถึงตำรวจ ควรทำคดีให้รอบครอบกว่านี้ เพื่อไม่ให้จับผิดคน ซึ่งตนเองเข้าใจดีที่ตำรวจต้องจับกุมคนทำผิด เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข แต่กรณีเคสของตนนั้น เมื่อตำรวจตรวจสอบประวัติอาญชกรรม ปรากฎว่า มีชื่อและนามสกุลเดียวกันถึง 6 คน ทำไมถึงไม่เช็คเลขบัตรประชาชนด้วย 

“ส่วนเรื่องนี้ ตนเองเชื่อว่าตำรวจจับผิดตัวมากกว่า เพราะพ.ต.ท.สมศักดิ์ ผลกระโทก สว.สอบสวน สภ.หนองบอน บอกว่า บันทึกจับกุมระบุว่า นายพยุง มงคล  คือผู้ต้องหา แต่ทางตำรวจไม่ได้ตรวจสอบเลขบัตรประชาชนอย่างละเอียดทำให้การจับกุมนายพยุง มงคล ตัวจริงไม่ได้ ทำให้พ.ต.ท.สมศักดิ์  ต้องทำเรื่องถอดฟ้องในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ” นายพยุงกล่าว

ขณะที่นางจันทร์เพ็ญ  กล่าวถึงความรู้ว่า หลังทราบข่าวว่าสามีจะได้ปลดกำไลอีเอ็ม รู้สึกตื่นเต้น ดีใจจนร้องไห้ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ร้องไห้ เสียใจที่ตำรวจถูกจับ เพราะตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ได้ต่อสู้กับความถูกต้อง ต้องเดินทางขึ้นลงตราด-กรุงเทพ มารายงานตัว 4 ครั้ง รวมทั้งร้องสื่อ ร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีมูลนิธิวินวิน เข้ามาช่วยเหลือ หาความจริง ลงพื้นที่ตรวจสอบความจริงให้ จนได้รับความยุติธรรมในวันนี้ และขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือ

ด้านนางสาวชลิดา พละมาตย์ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิวินวิน กล่าวว่า หลังจากที่ผู้เสียหายเข้าร้องเรียกให้มูลนิธิวินวินเข้าช่วยเหลือ ทางมูลนิธิวินวิน จึงได้ติดตามเรื่องนี้ เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมลงพื้นที่ อ.บ่อไร่ จ.ตราด สอบถามพยานในรถตู้ที่เดินทางไปในเกิดเหตุ ว่าใช้นายพยุง มงคล วินมอโซต์ หรือไม่ ที่ขับรถไปส่งแนวชายแดนหรือไม่ ซึ่งทุกคนปฎิเสธว่าไม่ใช่ จึงนำหลักฐานไปมอบให้กับกระทรวงยุติธรรม ให้นายพยุงเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน จนตำรวจถอดหมายฟ้อง

นางสาวชลิดา  ยังกล่าวว่า เรื่องที่ตำรวจจับผู้ต้องตัวนั้น เป็นปัญหาใหญ่มาก ซึ่งนายพยุง ไม่ใช่เคสแรกที่ถูกจับเป็นแพะ และอยากจะฝากตำรวจว่า หากจะออกหมายจับใคร ให้ตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งชื่อ ทั้งเลขบัตรประชาชนให้ดี เพราะประชาชนอย่างตาสีตาสา ที่ไม่มีเงิน ไม่มีแรง ต่อสู้กับกระทรวงการยุติธรรม และปัจจุบันยังมีปัญหาการจับผิดตัวอยู่ 

 สำหรับการเรียกร้องเงินเยียวยานั้น นายพยุง มงคล และ นางจันทร์เพ็ญ ใสดี อยู่ระหว่างการรวบรวมค่าจ่ายที่เสียไป เพื่อเรียกร้องให้ทางตำรวจรับผิดชอบต่อไป