ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราชจ่องัดพรบ.สุขภาพจิตคุมคนคลั่งยาเสพติด

ภูมิภาค8 ต.ค. 2565 • 19:45 น.โดย กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล
ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราชจ่องัดพรบ.สุขภาพจิตคุมคนคลั่งยาเสพติด

จากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 5 กองปราบปราม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ร่อนพิบูลย์ ได้ เข้าชาร์จคุมตัวชาย 2 ราย ที่หน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งในท้องที่หมู่ 1 ตำบลควนพัง อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยผู้ขับขี่ได้พยายามหลบหนีด้วยการชนรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเจ้าหน้าที่ต้องใช้ยุทธวิธียิงยางรถยนต์ และชาร์จจับกุมไว้ได้พร้อมกับยึดของกลางที่อยู่ในรถเป็นอาวุธปืนยาวขนาด .22 อายุ 33 ปี ชาวตำบลควนพังเช่นเดียวกัน สำหรับนายธีรพงศ์ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ ส่วนนายเชาวลิต เป็นผู้นั่งตอนหน้าด้านซ้าย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ชาวบ้านและผู้ปกครองในย่านใกล้เคียงโรงเรียนหวาดผวาและส่งต่อในโซเชียลมีเดียเข้าใจว่ามีคนคลั่งยาเสพติดบุกเข้าจะก่อเหตุในโรงเรียนจนสร้างความตื่นตระหนกอย่างมาก จนกระทั่งนายอภินันท์ เผือกผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และ พลตำรวจตรีสมชาย ซื่อต่อตระกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ได้เข้าชี้แจงทำควงามเข้าใจด้วยตัวเอง

คืบหน้าเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2565 พันตำรวจเอกสุทัศน์ สงสยม ผู้กำกับการ สภ.ร่อนพิบูลย์ กล่าวถึงผู้ต้องหาทั้งสองราย ว่า ได้ถูกนำตัวฝากขังแล้วโดยถูกแจ้งข้อหาคือ ร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ,ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ,ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต,ร่วมกันพาอาวุธมีด,มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครอง,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และทำให้เสียทรัพย์ เว้นรายรายแรกที่เป็นผู้ขับขี่นั้นมีข้อหาเพิ่มอีก 1 ข้อหาคือ ขับรถขณะมีสารเสพติดในร่างกาย

ขณะที่นายอภินันท์ เผือกผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เรียกประชุมกรมการจังหวัด รวมทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ซึ่งโดยกฎหมายหลักแล้วไม่สามารถที่จะทำอะไรได้กับกลุ่มคนพวกนี้ซึ่งถือเป็นผู้ป่วย แต่ขณะนี้ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่าฝ่ายบ้านเมืองฃจะมีอำนาจตาม พรบ.สุขภาพจิต 2551 โดยจะต้องให้มีการคัดกรองบุคคลที่เสพยาแล้วสุ่มเสี่ยงที่จะคุ้มคลั่ง หรือมีพฤติกรรมทำนองคุ้มคลั่งอยู่แล้วเข้ามาอยู่ในความดูแล ขณะนี้กำลังดูพื้นที่ของค่ายอาสาสมัครรักษาดินแดนที่ 1 ของนครศรีธรรมราช เป็นที่กักตัวดูแลคนพวกนี้

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าพื้นที่นครศรีธรรมราช มีทั้งหมด 23 อำเภอ มีปรุชากรราว 1.5 ล้านคน ศูนย์วิทยุ 191 ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางในการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชม.ทั้งจังหวัดจะมีการรับแจ้งเหตุบุคคลเมายาเสพติดคุ้มคลั่งหลายรายต่อวันสร้างความลำบากใจให้กับเจ้าหน้าที่อย่างมาก โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงในจังหวัดที่เกี่ยวข้องได้ให้ข้อมูลเชิงลึกถึงสภาพปัญหาหลักแล้วคือกฎหมายอ่อนมากไม่สามารถดำเนินการได้เป็นรูปธรรมกล่าวคือ คนก่อเหตุติดยาเสพติดถือเป็นคนป่วย ตามกฎหมายใหม่ให้พาไปรักษาแต่กลับไม่มีสถานที่รักษารองรับ  เวลาคนป่วยเหล่านี้คลั่งอาละวาดขึ้นมาตำรวจทำอะไรไม่ได้มากเพราะเขาคือคนป่วยได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ทำอะไรมากไปตำรวจก็อันตรายเอง และญาติจ้องเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ถ้าเกิดรุนแรงไป 

แต่เมื่อเจ้าหน้าที่คุมตัวได้โรงพยาบาลแต่โรงพยาบาลก็ปฎิเสธอีกเพราะบุคคลากรทางการแพทย์มานั่งเสี่ยงกับการคลั่งหรือความรุนแรงโดยไม่จำเป็นเอาเวลาไปรักษาผู้ป่วยด้วยโรคภัยไข้เจ็บดีกว่า เมื่อญาติมันรับคนป่วยกลับบ้านแล้วเกิดเหตุรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำอีกเหตุการณ์ลูกฆ่าพ่อแม่ พ่อแม่จำต้องฆ่าลูกเพราะลูกคุ้มคลั่ง มีให้เห็นบ่อยครั้ง ความรุนแรงเช่นนี้จะเกิดขึ้นอีกหากกฎหมายยังเป็นเช่นนี้ 

ส่วนแนวคิดของผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นต้องถามต่อว่าใครจะมาดูแลรักษา แพทย์พยาบาล หรือ อส.ของผู้ว่าราชการจังหวัด ไฟไหม้ฟางทำนองนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว กรณีโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ในที่สุดหายไปโดยไม่มีผลสัมฤทธิ์เกิดขึ้นเลย