ครูชายแดนใต้มาเลือกตั้งที่กระบี่ หวังให้รัฐบาลแก้ปัญหาความไม่สงบของชายแดนใต้

ภูมิภาค17 มี.ค. 2562 • 11:48 น.
ครูชายแดนใต้มาเลือกตั้งที่กระบี่ หวังให้รัฐบาลแก้ปัญหาความไม่สงบของชายแดนใต้
ครูชายแดนใต้มาเลือกตั้งที่กระบี่ หวังให้รัฐบาล แก้ปัญหาความไม่สงบของชายแดนใต้ นักเรียน ครู โรงเรียน จะต้องเป็นที่ ที่ปรอดภัย ร้อยเปอร์เซ็น เวลา 08.00 น.วันที่ 17 มี.ค.62 ที่ หอประชุมโรงเรียนอนุบาลกระบี่ ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ ซึ่งเป็นสถานที่เลือกตั้งหน่วยเลือกตั้งกลาง นอกเขตเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 1จังหวัดกระบี่ ได้มีผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดกระบี่ ได้ เดินทางมาตรวจรายชื่อตามจังหวัดต่างๆ ก่อนหน่วยเลือกตั้งเปิดทำการ นางนิตยาภร ฉันทศาสตร์พงศ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ในวันที่ 17 มี.ค.62 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า ทาง กกต.กระบี่ ได้จัดเตรียมสถานที่ไว้ จำนวน 2 แห่งในเขตเลือกตั้ง ที่ 1 ใช้หอประชุมโรงเรียนอนุบาลกระบี่ มีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้ง จำนวน 6,621 คน เขตเลือกตั้งที่ 2 ใช้หอประชุมโรงเรียน คลองท่อมราษฎร์รังสรรค์อำเภอคลองท่อม มีผู้ลงทะเบียน จำนวน 1,672 คน เบื้องต้นยังไม่พบปัญหาการทุจริตหรือการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยในการเลือกตั้งในครั้งนี้พบว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งค่อนข้างตื่นตัว ส่วนใหญ่เป็น ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และ ที่มาประกอบอาชีพในพื้นที่ ที่ต้องการลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งจริง ในวันที่ 24 มี.ค.62 นอกจากนี้ ทาง กกต.ได้ใช้ รด.จิตอาสา จากโรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกุล มาคอยบริการแนะนำ ตรวจสอบรายชื่อรวมถึงขั้นตอนการลงคะแนน เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้สิทธิก่อนเวลา 17 นาฬิกา ซึ่งปิดหีบลงคะแนนเพื่อป้องกันปัญหาการตกหล่นของผู้ที่ต้องการออกมาใช้สิทธิ สำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้า ในเขตจังหวังหวัดกระบี่ ทั้ง 8 อำเภอ ใช้ศาลาประชาคม ประจำอำเภอเป็นหน่วยลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์ จำนวน 31 คน โดยอำเภอเกาะลันตา และอำเภอเหนือคลองไม่มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์ คาดว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์กว่า ร้อยละ 80 ทางด้าน นางสาวปาตีเมาะ มูซอ อาชีพข้าราชการครู อยู่ที่ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ได้กล่าวว่า ความคาดหวังของการมาใช้สิทธ์เลือกตั้งครั้งนี้ิ ประการแรก เพื่อต้องการที่จะให้รัฐบาลได้เข้าไปดูแลเรื่องความปลอดภัย ของพี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กๆ ครู สถานศึกษา จะต้องเป็นพื้นที่อที่มีความปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็น ปัจจุบัน ตนเอง และเพื่อนๆ ที่เรียนจบมาด้วยกัน ต้องทิ้งถิ่นกำเหนิด ทิ้งพ่อแม่ พี่น้อง ไปประกอบอาชีพที่อื่น เพราะกลัวกับเหตุการที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น ทางด้านนางสาวฮานีซะ ดอฆอ อายุ 22 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ได้กล่าวว่า ตนเองต้องทิ้งบ้าน ทิ้งพี่น้อง มาเป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนทุ้งต้นปีก ตำบลเขาคราม อ.เมือง จังหวัดกระบี่ เพราะหลีกหนีความไม่ปลอดภัย ในบ้านเกิดของตัวเอง มาเป็นครูสอนที่กระบี่ ต้องการให้นักการเมืองที่ ประชาชนเลือกเข้าไป และได้เข้าไปบริหารบ้านเมือง ให้แก้ปัญหา และอีกประการสำคัญ ปัญหาพืชผลทางการเกษตร ยางพารา ปาล์มน้ำมัน เพราะว่าพ่อแม่ มีโอกาสที่จะส่งบุตรหลานเรียนหนังสือสูงๆ ก็ด้วยพืชเศษฐกิจเหล่านี้