ชาวสวนลำใยจ.จันทบุรีวิงวอนรัฐบาล ได้โปรดช่วยต่อลมหายใจให้ชาวสวน ผ่อนผันให้แรงงานจากประเทศเข้ามาเก็บผลผลิตได้

ภูมิภาค28 ส.ค. 2563 • 15:20 น.
ชาวสวนลำใยจ.จันทบุรีวิงวอนรัฐบาล ได้โปรดช่วยต่อลมหายใจให้ชาวสวน ผ่อนผันให้แรงงานจากประเทศเข้ามาเก็บผลผลิตได้
จ่อล้มละลาย ไม่มีที่ดินให้ทำกินต่อไป!! ชาวสวนลำไยใน จ.จันทบุรี นับหมื่นครอบครัว สุดเครียด ลำไยถึงเวลาเก็บผลผลิตแต่ยังไม่มีแรงานเก็บแม้แต่คนเดียว เงินลงทุนเอาที่สวนที่ดินไปจำนองแบงก์ สหกรณ์และล้ง ไม่มีจะใช้หนี้ ที่ดินบรรพบุรุษจะถูกยึดที่ทำกิน เป็นปีแรกที่ล้งไม่ยอมรับซื้อ กลัวไม่มีแรงานเก็บเข้าล้ง วิงวอนรัฐบาล ได้โปรดช่วยต่อลมหายใจให้ชาวสวน ผ่อนผันให้แรงงานจากประเทศเข้ามาเก็บผลผลิตได้ วันที่ 28 ส.ค. 63 นายบุญช่วย โตประเสริฐ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเขาแดงพัฒนา หมู่ 17 ต.ทับช้าง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี นำผู้สื่อข่าวเข้าตรวจสอบสวนลำไยใน ต.ทับช้าง หลังจากนายบุญช่วยได้ฟังปัญหาของชาวบ้านว่าลำไยใน อ.สอยดาว และ อ.โป่งน้ำร้อน นับแสนไร่ มีทั้งถึงช่วงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วและกำลังจะได้เก็บในเร็ว ๆ นี้ ต่างประสบปัญหาเดียวกันคือไม่มีแรงงานเก็บ โดยผู้สื่อข่าวพบว่า สวนลำไยต่างให้ผลเต็มที่ หลายสวนให้ผลผลิตในปริมาณมาก ลำไยออกลูกดกจนกระทั่งดูละลานตาไปหมด นอกจากการพาผู้สื่อข่าวตรวจสอบการออกดอกให้ผลของสวนลำไยแล้ว นายบุญช่วยได้นำผู้สื่อข่าวเข้าร่วมฟังปัญหาการไม่มีแรงานเก็บลำไย ที่ชาวบ้านใน อ.สอยดาว และนายวินนา ศรีสงคราม ประธานชมรมชาวสวนลำไย อ.สอยดาว เปิดเวทีให้ชาวบ้านร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหา การประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียด ชาวบ้านต่างระบายปัญหาตรงกันว่า หากต้นเดือน ก.ย. ที่กำลังจะมาถึง ยังไม่มีแรงานเข้ามาเก็บลำไย ชาวบ้านจะพากันล้มละลายทันที เพราะต่างมีหนี้สินจากการกู้มาทำสวนลำไยด้วยกันทั้งสิ้น นายบุญช่วย เปิดเผยว่า ทุกสวนลำไยใน อ.สอยดาว และ อ.โป่งน้ำร้อน ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกลำไยมากที่สุดของภาคตะวันออก กำลังรอแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเก็บลำไยไปขายให้ล้งอย่างใจจดใจจ่อ ส่วนใหญ่จะต้องเก็บเกี่ยวภายในต้นเดือน ก.ย. ปีนี้เป็นแรกที่ล้งไม่ออมมาตระเวนรับซื้อผลผลิต เพราะติดขัดเรื่องแรงงานเก็บ ล้งไม่กล้าเสี่ยง กลัวจะขาดทุน เมื่อล้งไม่รับซื้อ ชาวบ้านที่มีทุนรอนเพียงจำกัดที่นำสวนผลไม้ไปจำนองกับธนาคารไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อนำเงินมาลงทุนในการเพาะปลูกลำไย ต่างกำลังเสี่ยงต่อการล้มละลายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะถูกธนาคารยึดที่ทำกินไปตาม ๆ กัน ซึ่งไม่เพียงการเงินมาใช้หนี้ธนาคารเท่านั้น ชาวสวนลำไยยังต้องดิ้นรนหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอีกจิปาถะ ทำให้ต่างเครียดไปทุกครอบครัว ด้านนายวินนา เปิดเผยว่า อ.สอยดาว และ อ.โป่งน้ำร้อน จำเป็นมากต้องใช้แรงงานจากกัมพูชาเข้ามาเก็บลำไยอย่างช้าสุดคือต้นเดือน ก.ย. 63 เรื่อยไปจนถึงเดือน เม.ย. 64 ความจำเป็นนี้คือต้องการแรงงานกว่า 20,000 คนเป็นอย่างน้อย แต่ทุกวันนี้ยังไม่มีแรงงานเข้ามาได้แม้แต่คนเดียว ทำให้ล้งมีความหนักใจไม่น้อยไปกว่าชาวสวน เกรงว่าถ้ารับซื้อลำไยแล้ว ถ้าแรงงานเข้ามาเก็บไม่ได้ ล้งจะทำยังไง เรื่องนี้ล้งได้แจ้งแก่ชาวสวนไปแล้วว่าไม่มั่นใจเลยที่จะรับซื้อลำไยเหมือนทุกปี เพราะล้งไม่รู้ว่าลำไยที่กำลังให้ผลผลิตอยู่เวลานี้รัฐบาลจะอนุญาตให้แรงงานกัมพูชาเข้ามาเก็บได้หรือไม่ นายวินนา เปิดเผยอีกว่า ถ้ารัฐบาลไม่อนุมัติเรื่องนี้ ผลกระทบจะเกิดขึ้นกับชาวสวนอย่างมหาศาล ชาวสวนจะนับหมื่นครอบครัวจะล้มละลายจำนวนไม่น้อย จะไม่มีที่ดินทำกินได้อีกต่อไป เพราะต่างเป็นหนี้ธนาคาร เป็นหนี้สหกรณ์ต่าง ๆ หรือแม้แต่เอาที่ดินไปจำนองกับล้งในการกู้เงินมาลงทุน จึงขอวิงวอนให้รัฐบาลหาทางผ่อนปรนเรื่องแรงงาน หาทางช่วยชาวสวนอย่างเร่งด่วน ให้แรงงานเข้ามาเก็บผลผลิตได้ ลำไยที่กำลังออกผล ไม่สามารถรอได้ ถ้ารอนานเกินไป จะเสียหายหรือเน่าคาต้นไปทุก ๆ สวน สิ่งนี้อยากจะบรรยายความรู้สึกของชาวสวนได้ ว่าจะเจ็บปวดกันแค่ไหน