แจ้งดำเนินคดีอาญา"ทีมชิงตัวผู้ต้องหาคราดหอยเถื่อน"

ภูมิภาค4 ต.ค. 2562 • 07:15 น.
แจ้งดำเนินคดีอาญา"ทีมชิงตัวผู้ต้องหาคราดหอยเถื่อน"
วันที่ 4 ต.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่บริเวณปากอ่าวปากนคร ตำบลปากนคร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ไม่ปรากฎเรือประมงพื้นบ้านพลุกพล่านเหมือนเช่นทุกวัน หลังจากวานนี้เกิดเหตุการณ์ชิงตัวนายสุวรรณรัตน์ ยิ่งบุรุษ อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าไร่ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาซึ่งถูกจับกุมในการกระทำความผิดพรบ.ประมง ในการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย และการคราดหอยในพื้นที่ชายฝั่ง ขณะเกิดเหตุผู้ต้องหารายนี้อยู่ในความควบคุมของชุดปฏิบัติการเรือตรวจการณ์ทางทะเลของกรมประมง ขณะที่ผู้ที่ร่วมก่อเหตุแย่งชิงผู้ต้องหาหลบหนีไปพร้อมทั้งแย่งชิงเรือและทรัพย์สินของกลางที่อยู่ในความครอบครองของเจ้าหน้าที่หลบหนีไปด้วยโดยเจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพผู้ต้องหาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมดในช่วงเข้าปิดล้อมแย่งชิง โดยเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมานายสมพร ยีสมัน หัวหน้าชุดปฏิบัติการเรือตรวจการณ์ประมงทะเล 114 พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับร้อยตำรวจธวัชชัย สีใหม่ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ให้ดำเนินคดีกับนายสุวรรณรัตน์ ยิ่งบุรุษ อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าไร่ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ในฐานความผิดตาม พรบ.การประมง เพิ่มเติม นอกจากนั้นยังได้แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันเข้ามาก่อเหตุชิงตัวผู้ต้องหาพร้อมทั้งของกลางโดยในกรณีนี้กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดอาจต้องคดีร้ายแรงเนื่องจากพฤติกรรมการก่อเหตุเข้าข่ายการปล้นทรัพย์ กล่าวคือมีการก่อเหตุร่วมกันมากกว่า 2 คน การก่อเหตุเป็นขั้นตอนมีการร่วมกันเอาไปซึ่งทรัพย์สินของกลางที่อยู่ในความครองของเจ้าพนักงานซึ่งอยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำไปสู่การระบุตัวบุคคลที่ร่วมก่อเหตุเพื่อขอหมายจับดำเนินคดีตามขั้นตอน นายสมพร ยีสมัน หัวหน้าชุดปฏิบัติการเรือตรวจการทางทะเล 114 เปิดเผยว่า คดีนี้ถูกแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือการกระทำความผิดในการคราดหอยผิดกฎหมาย รวมทั้งการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นต้นคดีที่นำไปสู่คดีที่ 2 คือการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของเจ้าพนักงาน และฐานความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามที่พนักงานสอบสวนจะต้องสอบพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วไปสู่การดำเนินคดี สำหรับพฤติการณ์นั้นน่าเชื่อว่ามีเบื้องหลังมีผู้หนุนหลังชาวบ้าน เนื่องจากพบว่าการกเข้าชิงตัวผู้ต้องหาสามารถรวมคนและเรือประมงกันได้อย่างรวดเร็วเข้าชิงตัวอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทั้งยังมีความพยายามทำร้ายเจ้าหน้าที่ด้วยการปามีดเข้าใส่อีกด้วย สำหรับเรือประมงคราดหอยผิดกฎหมายเหล่านี้มีอยู่ด้วยกันประมาณ 40 ลำมักออกคราดหอยในเวลากลางวันราว 10 ลำและกลางคืนอีกราว 30 ลำ ซึ่งเป็นการทำประมงแบบเอาเปรียบผู้ที่ทำประมงอย่างถูกกฎหมาย และเป็นการทำลายล้างโดยเรือกลุ่มนี้จะอาศัยอยู่ในแถบตำบลปากนคร ตำบลท่าไร่ และตำบลบางจาก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เป็นหลัก โดยมีพื้นที่คราดหอยบริเวณอ่าวปากพูน อ่าวแหลมตะลุมพุก และอ่าวปากนคร เป็นหลัก โดยมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องพยายามออกหน้าในการให้ความช่วยเหลือทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติอยู่ในความอึดอัด และเป็นที่เอือมระอาของประมงพื้นที่บ้านที่ทำประมงแบบยั่งยืนมาโดยตลอด