ไม่รอด!! รวบแก๊งลูกผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านค้ายาบ้า ยึดของกลางกว่า 5 พันเม็ด ปืน 2 กระบอก
ไปไม่รอด! ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองบุรีรัมย์ สนธิกำลังร่วมกัน ขยายผลบุกจับ 2 ลูกผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กับลูกสมุนได้ยกแก๊ง ยึดของกลางยาบ้ากว่า 5 พันเม็ด ปืน 2 กระบอก และลูกปืนอีกจำนวนหนึ่ง เผยเคยถูกจับมาแล้วหลายครั้ง ไม่เข็ดพ้นโทษหรือประกันตัวออกมา ยังขายเหมือนเดิม และรอดตัวไปทุกครั้ง
วันที่ 29 ม.ค.65 พ.ต.ต.สุวัฒน์ นามมงคล สว.ฯรองหัวหน้าชุดปฎิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์) ,ร.ต.อ.วินัย แสงอรุณ หัวหน้าชุด ชปส.ร้อย ตชด.215 พร้อมกำลังตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ ,ตชด.215 ,ตชด.216 , เจ้าหน้าที่ทหาร สขว.กอ.กรมน. ,ฝ่ายปกครองอำเภอสตึก, ชุดปฏิบัติปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง ภ.3 และเจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการข่าว ขกท.ศปก.ทบ.(มว.ขกส.2, ขกท.กกล.สุรนารี) จับกุมตัว นายธนากร หรือเก้อ ดารากาล อายุ 21 ปี ,นายณัฐพงศ์ หรือเดฟ มงคลชัย อายุ 36 ปี และนายวีระยุทธ หรือสิงห์ จงใจงาม อายุ 26 ปี ทั้งหมดอยู่หมู่บ้านตราด หมู่ที่ 4 ต.ท่าม่วง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ พร้อมของกลางยาบ้า 5,587 เม็ด ,ธนบัตรที่ลงประจำวันล่อซื้อจำนวน 22,000 บาท,อาวุธปืน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน 12 นัด และโทรศัพท์มือถืออีก 2 เครื่อง
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ร่วมกับตำรวจ สภ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ทำการจับกุมตัว นายยิ่งยศ หรือตั้ม แตบไธสง อายุ 31 ปี ชาว ต.แดงใหญ่ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ พร้อมของกลางยาบ้า 138 เม็ด โดยรับสารภาพว่าได้ติดต่อสั่งซื้อมาจาก นายณัฐพงศ์ หรือเดฟ ชาว อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นลูกผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และเคยถูกจับกุมในคดียาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง เมื่อพ้นโทษหรือประกันตัวออกมาได้ ยังคงมีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติดให้กับลูกค้าในเขตพื้นที่ อ.สตึก และพื้นที่อำเภอใกล้เคียง และยังเป็นนักค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องการตัว เพราะทุกครั้งที่มีการจับกุมเครือข่าย ที่ซื้อยาบ้ามาจากนายณัฐพงศ์ หรือเดฟ ก็จะไหวตัวทันและหลบหนีไปได้ทุกครั้ง
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้วางแผนติดต่อล่อซื้อยาบ้ากับนายณัฐพงศ์ หรือเดฟ จำนวน 1 มัด หรือประมาณ 2,000 เม็ด เป็นเงินสดในราคา 22,000 บาท โดยติดต่อให้มารับเอายาบ้าที่หมู่บ้านตราด หมู่ที่ 4 ต.ท่าม่วง อ.สตึก ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่นายณัฐพงศ์ หรือเดฟ กับพวกอาศัยอยู่ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายธนากร หรือเก้อ ได้นำยาบ้าที่ได้มีการตกลงซื้อขายจำนวน 1 มัด หรือประมาณ 2,000 เม็ด มาส่งมอบแลกกับเงินสดจำนวน 22,000 บาท กับตำรวจที่ปลอมตัวเป็นสายลับจึงถูกจับกุม โดยรับสารภาพว่าตนเองเป็นลูกน้องของ นายณัฐพงศ์ หรือเดฟ ซึ่งเป็นลูกผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ที่ได้นำเอายาบ้ามาให้ตนไว้ส่งมอบให้กับลูกค้าตามคำสั่ง ที่ได้ติดต่อสั่งซื้อไว้กับ นายณัฐพงศ์ หรือเดฟ ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อขายเสร็จก็ให้นำเงินไปมอบให้กับ นายณัฐพงศ์ หรือเดฟ ที่ตอนนี้อาศัยอยู่ในบ้านพัก
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงรีบออกติดตามไปจับกุมตัว นายณัฐพงศ์ หรือเดฟ ที่อยู่ในบ้านพักกับแม่ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งจากการตรวจสอบในบ้านพักพบรถจักรยานยนต์แต่งซิ่งประมาณ 10 คัน จึงทำการตรวจยึดมาตรวจสอบ และตรวจยึดรถยนต์ 1 คัน กับทรัพย์สินอื่น ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 และควบคุมตัว นายณัฐพงศ์ หรือเดฟ กับ นายธนากร หรือเก้อ พร้อมของกลางทั้งหมดมาทำการสอบสวนเพิ่มเติม ยังที่ชุดทำการ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์
สอบสวน นายณัฐพงศ์ หรือเดฟ ให้การยอมรัยสารภาพว่า ได้ติดต่อสั่งซื้อยาบ้าจากเพื่อนที่อยู่ต่างจังหวัดอีกทอดหนึ่ง และครั้งนี้รับมาจำนวน 5 มัด หรือประมาณ 10,000 เม็ด โดยให้นายธนากร หรือเก้อ เป็นคนไปรับเอามาและเก็บรักษายาบ้าไว้ เพื่อรอนำออกจำหน่ายให้กับลูกตามคำสั่งของตนเอง และได้ทยอยจำหน่ายไปแล้วบางส่วน
ด้านนายธนากร หรือเก้อ ให้การยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ไปเก็บยาบ้าตามคำสั่งของ นายณัฐพงศ์หรือเดฟ แล้วนำมาเก็บไว้จริง เพื่อรอนำออกไปส่งให้กับลูกค้าตามคำสั่ง นายณัฐพงศ์ หรือเดฟ และครั้งนี้ขณะนำยาบ้าไปส่งให้ลูกค้าจึงถูกจับกุมตัว โดยยังมียาบ้า กับปืน และลูกปืนอีกจำนวนหนึ่ง ของนายณัฐพงศ์หรือเดฟ ที่ตนได้นำไปฝากให้ นายวีระยุทธ หรือสิงห์ ซึ่งเป็นลูกผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่บ้านเดียวกันกับนายณัฐพงศ์ หรือเดฟ เอาไปเก็บไว้ด้วย
หลังจากนั้นชุดจับกุมได้เดินทางไปที่บ้านพักของ นายวีระยุทธ หรือสิงห์ และพบตัวอยู่ที่ในบ้านพักกับครอบครัว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้ทราบ ซึ่งนายวีระยุทธ หรือสิงห์ ยอมรับสารภาพว่า ได้นำเอายาบ้าและอาวุธปืนของ นายณัฐพงศ์ หรือเดฟ มาจาก นายธนากร หรือเก้อ เก็บรักษาไว้จริง โดยได้นำไปเก็บซุกซ่อนไว้ที่บริเวณคอกเลี้ยงวัวของแม่ และสมัครใจนำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ พบยาบ้าจำนวน 18 ถุง หรือประมาณ 3,000 กว่าเม็ด อาวุธปืน 2 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนอีก 12 นัด จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางในคดี แล้วควบคุมตัว นายวีระยุทธ หรือสิงห์ เดินทางมาที่ทำการ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนนำตัวทั้ง 3 คน พร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สตึก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป