รวบมือฆ่าฝังดินอำพราง​ เผยทำพิธีสะกดวิญญาณ​ แต่ยังถูกตามหลอกหลอน

ภูมิภาค5 ธ.ค. 2565 • 18:20 น.โดย ขวัญชัย หาญประโคน  
รวบมือฆ่าฝังดินอำพราง​ เผยทำพิธีสะกดวิญญาณ​ แต่ยังถูกตามหลอกหลอน

ตร.คุมตัวมือฆ่าฝังดินอำพราง​ ทำแผน​ สารภาพโมโหผู้ตายเซ้าซี้ถามหาอดีตแฟน​ เผยทำพิธีสะกดวิญญาณ​ แต่ยังถูกตามหลอกหลอน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 ธ.ค.65 พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร​ จ.บุรีรัมย์ พร้อม พ.ต.อ.สาธิต สถิตถาวร ผู้กำกับการสืบสวน​ ตำรวจ​ภูธร​ จ.บุรีรัมย์, พ.ต.ท.วิชาญ กระจ่างโพธิ์ รอง ผกก.สืบสวน​ ตำรวจ​ภูธรจังหวัดบุรีรัมย์, พ.ต.ท.ภูวดิท ปิติภัทรชนากร รอง ผกก.สืบสวน​ ตำรวจ​ภูธรจังหวัด, พ.ต.ต.ทวิช อินทร์ประสิทธ์ สว.สภ.หนองไทร และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายคนาวิน (ขอสงวนนามสกุล) หรือเต้อ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าฝังดินอำพรางศพนายธิติศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) หรือเท่ห์ อายุ 26 ปี หมกในร่องน้ำกลางไร่อ้อยด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้านเสลาโสรง ต.ทรัพย์พระยา อ.นางรอง ซึ่งพบศพเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา

โดยได้นำของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุ ประกอบด้วยอาวุธปืน พร้อมกระสุน จอบ ไฟฉายส่องสว่างแบบคาดศรีษะ  และมีดปลายแหลม มาประกอบการแถลงข่าวด้วย  พร้อมทั้งได้ให้พ่อแม่ของผู้ตายมาร่วมรับฟังการแถลงข่าว  และซักถามข้อสงสัยต่างๆ ด้วย  

หลังจากแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ควบคุมตัวนายคนาวิน ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุบริเวณไร่อ้อยด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้านเสลาโสรง โดยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ติดตามการทำแผนด้วยตัวเอง  ซึ่งจุดแรกได้นำผู้ต้องหาชี้จุดที่กำลังยืนดักหนูนา แล้วนายเท่ห์ ผู้ต้องหามาถามหาอดีตแฟนตัวเอง จุดที่ 2 คือบริเวณริมขอบสระที่ทั้งสองมีปากเสียงทะเลาะชกต่อยกันแล้วผลักผู้ตายล้มข้างขอบสระก่อนใช้อาวุธปืนยิงพอเสียชีวิตก็ใช้เชือกรัดคอ แขน และข้อเท้าผูกติดกับขอนไม้เพื่อถ่วงน้ำแต่ไม่จม จุดที่ 3 คือจุดที่ลากศพผู้ตายไปฝังในร่องน้ำกลางป่าอ้อย พร้อมทำพิธีสะกดวิญญาณ และจุดที่ 4 คือจุดที่วางเหรียญเพื่อสะกดวิญญาณ ซึ่งผู้ต้องหาก็ให้ความร่วมมือในการทำแผนชี้จุดเป็นอย่างดี ท่ามกลางชาวบ้านและญาติที่มามุงดู  

ขณะที่นางลิ้ม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี แม่ผู้ตาย ซึ่งมาดูการทำแผนด้วยก็ร้องไห้ พร้อมบอกว่า ไม่เชื่อว่านายเต้อ จะก่อเหตุคนเดียว เพราะลูกชายเป็นคนรูปร่างใหญ่ จึงคิดว่าน่าจะมีคนอื่นร่วมก่อเหตุฆาตกรรมและอำพรางศพลูกชายด้วย อยากให้ติดตามผู้ที่ร่วมก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายทุกคน ส่วนตัวไม่ขออโหสิกรรมให้ผู้ต้องหาเพราะลงมือฆ่าลูกชายอย่างโหดเหี้ยม อยากให้ลงโทษสถานหนักเป็นไปได้อยากให้ประหารชีวิตให้ตายตกตามกันไป  

จากการสอบปากคำนายคนา หรือเต้อ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนเองได้เดินมาจากกระท่อมห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 260 เมตร เพื่อไปดักหนูนาที่ริมสระน้ำใกล้จุดเกิดเหตุที่พบศพ ขณะกำลังใช้ไฟส่องสว่างแบบไฟฉายคาดหัวเพื่อส่องหาหนู ไม่นานนายเท่ห์  ผู้ตายได้เดินมาหา แล้วถามว่าเห็น น.ส.โบว์ ซึ่งเป็นอดีตแฟนที่นายเท่ห์ เคยคบหาหรือไม่  นายเต้อ ก็บอกว่าไม่เห็น จากนั้นนายเท่ห์ ขอบุหรี่ซึ่งเป็นแบบยาเส้นจากนายเต้อ 2 มวนพอนายเท่ห์ สูบหมด  ก็ยังถามซ้ำอีกว่าเห็น น.ส.โบว์ มั้ย นายเต้อ ผู้ต้องหาจึงเกิดความนำคาญเนื่องจากผู้ตายมีอการหลอนเนื่องจากเคยรักษาอาการทางประสาทและชอบดื่มสุราประจำ จึงคิดไปเองว่าตัวเองยังคบหากับอดีตแฟนสาว จึงมาถามหาอดีตแฟนสาวกับนายเต้อ และนายเทห์ ยังแสดงอาการโมโหและจะเข้าทำร้ายนานเต้อ  จึงใช้มือปัดป้อง จนเกิดเหตุชกต่อยกันชุลมุนบริเวณขอบสระ แล้วนายเต้อ ได้ผลักนานเท่ห์ เสียหลักล้มเพราะเป็นทางลาดชัน ด้วยอารมณ์โมโหประกอบกับนายเท่ห์ รูปร่างใหญ่กว่าคงสู้ไม่ได้ นายเต้อ จึงไปหยิบปืนพกสั้นจากกระเป๋าสะพายที่แขวนไว้บนบนต้นกล้วยแล้วยิงใส่นายเท่ห์ 1 นัดแต่ไม่รู้ว่าโดนจุดไหนแล้วล้มลงนอนแน่นิ่ง  ด้วยความตกใจและกลัวความผิด จึงคิดอำพรางศพเพื่อไม่ให้คนเห็น จากนั้นได้เดินทางกลับไปที่กระท่อมเอาเชือกไนล่อนสีเขียวที่คอกวัว แล้วใช้เชือกมัดคอ มือข้อเท้าของผู้ตายเพื่อผูกติดกับขอนไม้บริเวณขอบสระเพื่อหวังจะถ่วงน้ำอำพราง แต่เมื่อผลักลงน้ำแล้วศพไม่จม จึงเปลี่ยนใจแกะเขือกออกแล้วลากศพไปที่ร่องน้ำห่างจากสระ 10 เมตร นำศพลงในร่องน้ำในลักษณะคว่ำหน้าแล้วใช้จอบขุดดินในร่องออกเพื่อนำร่างลงไป   

จากนั้นก็ทำพิธีสะกดวิญญาณคนตายตามความเชื่อที่เคยดูจากยูทูป โดนเอาหญ้าคาที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุมามัดรวบแล้วผูกศรีษะคนตาย ทั้งผูกที่แขนข้างซ้ายและข้อเท้าซ้ายด้วย แล้วท่องนโม 3 จบแล้วกล่าวคำสะกดวิญญาณ  จากนั้นก็เอาดินฝังกลบร่างผู้ตาย และได้วางเหรียญบาท 2 เหรียญไว้ที่ข้างกอกล้วยใกล้กับศพตามความเชื่อไม่ให้ผุดไปเกิด  แต่วิญญาณคนตายก็ยังตามหลอกหลอน  ต่อมาเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ได้นำเสื้อผ้าที่สวมใส่วันเกิดเหตุไปเผาทำลายหลักฐาน  และเอาปืนที่ใช้ก่อเหตุห่อใส่ถุงพร้อมกับกระสุนปืนไปทิ้งในสระน้ำชลประทาน หลังทำแผนได้คุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน 

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ฝังซ่อนเร้น  ย้ายหรือทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”