ประจวบฯ จัดการแสดงแสง สี เสียง วีรกรรมขุนรองปลัดชู ที่หาดหว้าขาว

ภูมิภาค12 พ.ย. 2563 • 14:28 น.โดย พิสิษฐ์ รื่นเกษม
ประจวบฯ จัดการแสดงแสง สี เสียง วีรกรรมขุนรองปลัดชู ที่หาดหว้าขาว
วันที่ 12 พ.ย.63 นายพัฒน์ชพล บุญทองธิปสิริ สมาชิกกลุ่มผู้ศรัทธาขุนรองปลัดชู เปิดเผยว่า ได้เตรียมสถานที่ ศาลพ่อขุนรองปลัดชู บริเวณหาดหว้าขาว บ้านทุ่งมะเม่า อ.เมือง จ.ประจวบ ฯ เพื่อทำบุญและแสดงสดการรบของขุนรองปลัดชูนำกองอาทมาตสี่ร้อยเข้ายันกับกองทัพพม่า เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของท่านที่เดินทางจากเมืองวิเศษชัยชาญ มาต้านทัพพม่าของพระเจ้าอลองพญา(ก่อนเสียกรุงครั้งที่สอง) โดยสู้รบแบบสละชีวิตทั้งหมด ณ บริเวณหาดหว้าขาว โดยในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ เวลา19.30 น.จะมีการแสดงครั้งยิ่งใหญ่ ระบบ แสง สี เสียง เอฟเฟคครบถ้วน มีนักแสดงกว่า 60 ชีวิต ซึ่งขณะนี้ได้เปิดจองบัตรเข้าชมการแสดงเพียงรอบเดียวเท่านั้น บัตรราคาเพียงใบละ 150 บาท หางบัตรสามารถชิงรางวัลรูปหล่อพ่อขุนรองปลัดชูรุ่น 1 และเหรียญพ่อขุนรองปลัดชูรุ่น1 สำหรับขุนรองปลัดชู อดีตเป็นครูดาบที่มีฝีมือในเมืองวิเศษไชยชาญ มีลูกศิษย์มาก ได้รับการแต่งตั้งในเมืองวิเศษไชยชาญตำแหน่ง ปลัดเมือง ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ นามว่า "ขุนรองปลัดชู" ต่อมามีการตั้งอาสาสมัครกองอาทมาตได้ 400 คน นำกำลังเข้าสมทบกับกองทัพของพระยารัตนาธิเบศร์ เพื่อสกัดกองทัพพม่าที่นำโดยเจ้ามังระราชบุตรและมังฆ้องนรธา ที่เข้าตีแขวงเมืองตะนาวศรีแตก ทัพดังกล่าวได้ข้ามช่องแคบด่านสิงขรมุ่งสู่เมืองกุยบุรี เดินตามชายฝั่งทะเลเข้าสู่กรุงศรีอยุธยา ขุนรองปลัดชู พร้อมกองอาทมาต ได้ตั้งทัพอยู่ที่อ่าวหว้าขาว ซึ่งเป็นจุดแคบสุดในภูมิประเทศที่ได้เปรียบ ปัจจุบันคือตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ปะทะกับกองทัพพม่าซึ่งมีกำลังราว 8,000 คน สู้รบกันตั้งแต่เช้าจรดเย็น แต่จำนวนที่น้อยกว่า10 เท่า และไม่ได้รับกำลังเสริมจากทัพของพระยารัตนาธิเบศร์ กองอาทมาตจึงเสียเปรียบเพราะความอ่อนล้า และถูกฝ่ายตรงข้ามไล่ฆ่าฟันจนเสียชีวิตทั้งหมด กองทัพพม่าจึงผ่านเมืองกุยบุรีเข้าไปถึงยังกรุงศรีอยุธยาโดยง่ายดาย ทำให้ต้องเสียกรุงศรีอยุทธยาโดยง่าย วีระกรรมขุนรองปลัดชู จึงถูกจารึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ชาติไทย และมีการนำไปสร้างเป็นภาพยนต์เพื่อจูงใจให้เกิดความรักชาติ อีกทั้งเตรียมที่จะจัดตั้งอนุเสาวรีย์บริเวณหาดหว้าขาวเร็วๆนี้