อดีตภรรยาวอนอย่าใส่ร้ายคนตายเป็นชู้กับเมียคนอื่นจนถูกฆ่า ยันสามีไม่ใช่คนเจ้าชู้ ไม่อโหสิกรรม

ภูมิภาค22 พ.ค. 2563 • 12:54 น.
 อดีตภรรยาวอนอย่าใส่ร้ายคนตายเป็นชู้กับเมียคนอื่นจนถูกฆ่า ยันสามีไม่ใช่คนเจ้าชู้ ไม่อโหสิกรรม
วันนี้ (22 พ.ค.63) ความคืบหน้ากรณีที่นายทองดี แสนแสวง อายุ 58 ปี ได้ก่อเหตุใช้ท่อนไม้ไผ่กระหน่ำตี นายชำนาญ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี เจ้าของบ้านเช่าแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาล ต.โนนดินแดง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยมคาห้องพัก เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (21 พ.ค.63) ในสภาพท่อนล่างเปลือยสวมเพียงเสื้อตัวเดียว โดยผู้ต้องหา อ้างว่า สาเหตุที่ฆ่านายชำนาญ เนื่องจากแค้นที่ไปแอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งฉันชู้สาวกับ นางเอ (นามสมมติ) อายุ 47 ปี ภรรยาของตัวเอง และวันเกิดเหตุก็ไปเห็นภรรยาอยู่ในห้องกับผู้ตายด้วย จึงโมโหบุกงัดหน้าต่างเข้าไปใช้ท่อนไม้ไผ่ที่พกติดตัวมาด้วยกระหน่ำตีจนเสียชีวิต แล้วหลบหนีไป ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก ในสภาพมึนเมา โดยเบื้องต้นได้แจ้งข้อหา “ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ พนักงานสอบสวน สภ.โนนดินแดง เจ้าของคดี ได้ทำเรื่องส่งฝากขังศาลจังหวัดนางรองแล้ว พร้อมทั้งคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดหนองสะแกกวน ต.ส้มป่อย อ.โนนดินแดง ที่ญาติได้นำศพนายชำนาญ ไปตั้งบำเพ็ญกุศล ซึ่งบรรยากาศก็เป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยเฉพาะ นางสายชล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี อดีตภรรยา ของนายชำนาญ ที่ยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะนอกจากอดีตสามีจะถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมทารุณแล้ว ยังถูกประณามแบบเสียหายว่า เป็นชู้กับเมียคนอื่น จนถูกฆ่าตาย ทั้งที่ไม่มีใครรู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และไม่นึกถึงสภาพจิตใจของครอบครัวคนตายเลย แต่เท่าที่ตนอยู่กินกับสามีมาก็ไม่เคยแสดงพฤติกรรมเจ้าชู้อย่างใด ส่วนสาเหตุที่แยกทางกัน เพราะรับไม่ได้ที่สามีชอบดื่มเหล้า แต่หลังจากแยกกันตนและลูกๆ ก็ยังแวะมาหาอยู่เรื่อยๆ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้ยินว่าอดีตสามีไปคบหากับใคร แต่กลับมาถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมแบบนี้ แล้วมาใส่ร้ายว่าไปเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน ตนก็รู้สึกว่าไม่เป็นธรรมกับอดีตสามี เพราะคนตายไปแล้วไม่มีโอกาสได้ลุกขึ้นมาแก้ตัวได้ ก็อยากวิงวินวอนสังคมและชาวบ้านให้ความเป็นธรรมให้กับอดีตสามี และเห็นใจครอบครัวญาติพี่น้องคนตายด้วย ซึ่งส่วนตัวก็ไม่ขออโหสิกรรมให้กับผู้ต้องหา และไม่ต้องมาขอขมาศพ เพราะรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็อยากให้ลงโทษตามกฎหมายจนถึงที่สุด ขณะที่ นางบุพผา อายุ 65 ปี พี่สาวคนตาย บอกว่า น้องชายเป็นคนรักครอบครัว ที่แยกกับภรรยา ก็เพราะเหตุผลส่วนตัว แต่ยืนยันว่า น้องชายไม่เคยมีพฤติกรรมเจ้าชู้ จึงไม่เชื่อว่าสาเหตุถูกทำร้ายเสียชีวิต เพราะไปเป็นชู้กับเมียคนอื่น น่าจะถูกใส่ร้ายกล่าวหามากกว่า เพราะโซเชียลเผยแพร่ออกไปจะเป็นคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหา และภรรยามากกว่า คนตายไม่มีโอกาสที่จะลุกขึ้นมาชี้แจงได้ ก็ไม่อยากให้ประณามกล่าวหาทั้งที่ไม่เป็นความจริง อยากให้นึกถึงความรู้สึกของครอบครัวญาติพี่น้องคนตายด้วยว่า จะรู้สึกยังไง ที่ถูกกล่าวหาเสียหายแบบนี้ หากเป็นไปได้ก็อยากให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด