ขยายผลพิสูจน์อาวุธปืนเหตุปะทะคนร้ายที่หนองจิก ปัตตานี พบเชื่อมโยงหลายคดีในพื้นที่ จชต.

ภูมิภาค4 พ.ค. 2563 • 15:17 น.
ขยายผลพิสูจน์อาวุธปืนเหตุปะทะคนร้ายที่หนองจิก ปัตตานี พบเชื่อมโยงหลายคดีในพื้นที่ จชต.
จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ เข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ บ้านปะการือสง ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และได้เกิดปะทะกับกลุ่มคนร้ายเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย คนร้ายเสียชีวิต 3 ราย พร้อมได้ตรวจยึดอาวุธปืนได้จำนวน 3 กระบอก และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ-110 สีขาว จำนวน 1 คัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น **** ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 4 พ.ค.63 พลตรี ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.มน.ภาค 4 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ได้รายงานผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานจากวัตถุพยานที่ตรวจยึดได้ พบว่า มีความเชื่อมโยงเคยใช้ก่อเหตุในพื้นที่มาแล้ว 22 คดี นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติคนร้ายที่เสียชีวิต ทั้ง 3 ราย มีหมายจับรวมกันถึง 10 หมาย เกี่ยวข้องคดีสำคัญในพื้นที่หลายคดี เช่น ระเบิดเมืองภูเก็ตระเบิดบิ๊กซี และปล้นร้านทองที่นาทวีและผลการตรวจพิสูจน์อาวุธ ที่ยึดได้ใช้ในการก่อเหตุมาแล้วอย่างโชกโชนโดยเฉพาะปืนเล็กยาว AK-102 หมายเลขปืน 101160757 ซึ่งเป็นปืนของ นายอะหวัง เดนดาหยัด กำนัน ตำบลเปียน ที่เบิกยืมมาใช้ปฏิบัติราชการ และถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตและชิงปืนไป เมื่อวันที่ 21 ส.ค.58 และคนร้ายได้นำปืนกระบอกนี้ไปใช้ก่อเหตุทั้งกับเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนรวม 22 คดีทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตถึง 42 รายที่สำคัญเช่นก่อเหตุยิง ประชาชนประกอบอาชีพรับซื้อน้ำยางเสียชีวิต 2 ราย ในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เมื่อวันที่ 30 มี.ค.62 ทั้งยังถล่มจุดตรวจกอแลปิเละ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 62 ยิง/ระเบิด อส.ชคต. นาประดู่ เสียชีวิต 2 ราย อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อ 15 ก.ย. 62 เป็นต้น *** พลตรี ปราโมทย์ กล่าวอีกว่า จากประวัติของคนร้ายทั้ง 3 ราย ประกอบกับผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานที่ตรวจยึดได้ สามารถที่จะบ่งชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมคนร้ายที่ ได้ก่อเหตุละเมิดกฎหมาย มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และเป็นบุคคลตามหมายจับ ป.วิอาญา ทำให้เขามีสถานะเป็นอาชญากร ซึ่งรัฐจำเป็นต้องเข้าบังคับใช้กฏหมายเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มิใช่การปฏิบัติการทางทหารกับคู่สงครามดังที่กลุ่ม PerMas และเครือข่ายแนวร่วมในพื้นที่พยายามกล่าวอ้างแต่อย่างใด วีระยุทธ/ยะลา/4/5/63