พิษน้ำมันพืชขึ้นราคา! คุณยายขายขนมนางเล็ต ปรับราคาขึ้นถุงละ 5 บาท ต้องเลี้ยงหลานสาวสองคน
วันที่ 26 มิ.ย.65 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์ ได้พบกับ คุณยายสมนึก ธรรมดา อายุ 69 ปี บ้านเลขที่ 138 บ้านยางหมู่ที่ 1 ตำบลยาง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยเด็กหญิงญานิศา ธรรมดาอายุ 14 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 2 และด.ญ.ครุฑามาศ ธรรมดา อายุ 11 ปี เรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 5 โรงเรียนบ้านศรีตะวัน ซึ่งกำลังช่วยคุณยายทำความสะอาดบ้านหลังจากที่เสร็จภารกิจนำขนมนางเล็ด ออกไปขายหาเงินรายได้มาสู่ครอบครัว
คุณยายสมนึก กล่าวว่า ตนเองมีหลานสาวอยู่สองคนกำลังกินกำลังนอนและกำลังเรียนอยู่ทั้งสองคนส่วนพ่อแม่แยกทางกันไปทำงานกันหลายปีแล้วตนเองจึงได้เลี้ยงหลานประกอบกับทำขนมขายให้กับชาวบ้านและส่งตลาดเพื่อจะได้เงินส่งให้หลานไปโรงเรียนทุกวันโดยจะให้วันละ 20 บาทและหลานสองคนก็ห่อข้าวไปกินที่โรงเรียนอีกด้วย หลังจากที่พ่อแม่ของเขาแยกทางกันไปตนเองก็เลี้ยงหลานสองคนมาตั้งแต่ตัวเล็กๆโดยการทำขนมนางเล็ดขนมกล้วยฉาบ ขายพอได้เงินให้หลานไปโรงเรียนและในช่วงนี้ข้าวของก็แพงอะไรก็แพงไปหมดน้ำมันพืชที่นำมาทำขนมก็แพงสิ่งของทุกชนิดก็แพงไปทั้งหมดทำให้ตนเองขยับราคาขนมนาง เล็ดที่เคยขายถุงละ20บาท ขอขึ้นมาเป็นถุงละ25บาท ถ้าหากไม่ขึ้นราคาก็คงจะต้องทำขายฟรีๆไม่มีกำไรอะไรเลยซึ่งตนเองเหนื่อยกับราคาสินค้าที่ขึ้นไม่มีวันหยุดหย่อน
คุณยายสมนึก ยังบอกอีกว่า ตนเองบางครั้งก็นำไข่มาต้มสองฟองและบางทีก็ทำไขตุ๋นพาหลานกิน และไปโรงเรียนซึ่งจำเป็นที่จะต้องกินถ้าไม่กินแล้วไม่รู้ว่าใครจะเอามาให้เรากินเขาอยู่ได้เราก็อยู่ได้เพราะเศรษฐกิจแบบนี้ต้องกินข้าวด้วยน้ำตาไม่อยากจะวิงวอนต่อสังคมเพราะยังมีคนที่ลำบากกว่าเราเยอะเพียงอยากจะฝากร้องขอให้นายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ช่วยพยุงราคาข้าวน้ำตาลตลอดจนน้ำมันพืชที่ตนเองเคยซื้อขวดละ 30 ถึง 35 มาจนถึงทุกวันนี้ 60 กว่าบาทแล้วนำมาทอดขนมนางเล็ดขายพอประทังชีวิตเท่านี้ก็พอแล้วอย่างน้อยก็จะพอเหลือกำไรไว้ให้หลานนำเงินไปโรงเรียนบ้างโดยขอเพิ่มราคาขนมนางเล็ดที่เคยขายถุงละ 20 บาทเป็นถุงละ 25 บาท