แม่วัย 74 ชาวบุรีรัมย์ นำโกศบรรจุกระดูกลูกชาย​ เหยื่อชนแล้วหนี​ ร้อง ผบ.ตร.ช่วย​ หลังคดีไม่คืบ​ หวั่นตายฟรี

ภูมิภาค16 ธ.ค. 2565 • 14:57 น.
แม่วัย 74 ชาวบุรีรัมย์ นำโกศบรรจุกระดูกลูกชาย​ เหยื่อชนแล้วหนี​ ร้อง ผบ.ตร.ช่วย​ หลังคดีไม่คืบ​ หวั่นตายฟรี

แม่วัย 74 ชาวบุรีรัมย์​ นำโกศบรรจุกระดูกลูกชายเหยื่อชนแล้วหนี  ร้อง ผบ.ตร.ช่วย  หลังเหตุการณ์ผ่านไปเกือบเดือน​ แต่คดีไม่คืบ หวั่นลูกตายฟรี​ สงสารหลาน 3 คน​ ต้องกำพร้าพ่อขาดเสาหลัก​ เมียไม่มีรายได้     พี่สาวเผยต้องตระเวนหาหลักฐานเอง​ ทั้งชิ้นส่วนรถในที่เกิดเหตุ และภาพวงจรปิดรถยนต์ต้องสงสัยส่งให้ ตร.แต่ยังเงียบ จุดธูปวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้ติดตามคู่กรณีได้โดยเร็ว 
         

(16 ธ.ค.65) นางจันทร์แดง อายุ 74 ปี แม่ พร้อมด้วยนางผ่องใส อายุ 50 ปี พี่สาว  และนายถนอม อายุ 44 ปี  พี่ชาย ชาวบ้านกะโลง  ต.กันทรารมย์   อ.กระสัง  จ.บุรีรัมย์ ได้ทำป้ายไวนิลขนาดใหญ่   พร้อมนำโกศบรรจุกระดูกของนายทนง อายุ 39 ปี   ซึ่งเป็นลูกชายคนเล็ก​ ของครอบครัว ออกมาร้องขอความเป็นธรรมและขอให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)​ช่วย  หลังจากนายทนง  ถูกรถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์เสียชีวิต ที่บริเวณแยกชลประทานโคกสวาย  ต.ท่าสว่าง  อ.เมือง จ.สุรินทร์  เมื่อเวลาประมาณ 7 โมงเช้า ของวันที่  28 พ.ย.65  ที่ผ่านมา ขณะขับรถจักรยานยนต์จะมาช่วยผู้เป็นแม่และพี่สาวพี่ชายตากข้าวเปลือกที่บ้าน อ.กระสัง  จ.บุรีรัมย์ แต่จนถึงขณะนี้เวลาผ่านไปเกือบเดือนแล้ว คดีก็ยังไม่มีคืบหน้า ยังไม่สามารถติดตามรถคู่กรณีมาดำเนินคดีหรือรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้  พร้อมกันนี้​ ผู้เป็นแม่ พร้อมพี่สาว พี่ชาย ยังได้จุดธูปไหว้ศาลพระภูมิและศาลตายายหน้าบ้าน  เพื่อขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์  ช่วยดลบันดาลให้สามารถติดตามรถคู่กรณีให้ได้โดยเร็วด้วย  


 นางจันทร์แดง ผู้เป็นแม่  บอกว่า หลังจากนายทนง  ลูกชายถูกรถเฉี่ยวชนเสียชีวิตก็ทำให้หลาน 3 คน  ซึ่งเป็นลูกของลูกชายที่เสียชีวิต  คือ ลูกสาวคนโต​ อายุ 9 ขวบ  ลูกชายคนกลาง​ วัย 5 ขวบ  และลูกชายคนเล็กอายุเพียง 5 เดือน ต้องกำพร้าพ่อและขาดเสาหลัก  เพราะลูกชายทำงานเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว  ส่วนภรรยาทำหน้าที่เลี้ยงลูก แต่พอผู้เป็นพ่อเสียชีวิตทำให้ทั้งภรรยาและลูก 3 คน​ เดือดร้อนไร้ที่พึ่ง  ตอนนี้ก็มีเพียงแม่และพี่สาวพี่ชายที่คอยหยิบยื่นเงินให้หลานซื้อข้าวและนมกินตามกำลังเท่านั้น จึงอยากวิงวอนขอให้ท่าน ผบ.ตร. ช่วยเร่งรัดคดีให้ตำรวจท้องที่เกิดเหตุ  เร่งติดตามรถคู่กรณีมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย   เพราะกลัวว่าลูกจะตายฟรีเหมือนหมาข้างถนน  ที่ผ่านมาลูกชายเคยมาเข้าฝันบอกให้ช่วยเรียกร้องความเป็นธรรมให้ด้วย  
     

ด้านนางผ่องใส พี่สาว บอกว่า วันเกิดเหตุน้องชายได้ขับรถจักรยานยนต์ มาจากบ้านจักจรู๊ก ต.แกใหญ่ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านภรรยา มาตั้งแต่ 6 โมงเช้า  เพื่อจะมาช่วยครอบครัวตากข้าว ที่บ้านกะโลง  ต.กันทรารมย์ อ.กระสัง  จ.บุรีรัมย์​ แต่จน 7 โมงกว่า​ ก็ยังมาไม่ถึงแม่จึงโทรไปถาม เมียน้องชายรับสายก็บอกว่าออกมาตั้งแต่เช้าแล้ว กระทั่ง 8 โมงน้องสะใภ้โทรมาบอกว่าน้องชายถูกรถชนเสียชีวิตแล้ว  ก็ตกใจรีบเดินทางไปดูแต่ไม่เจอ เพราะมูลนิธิได้ส่งส่งกลับไปที่บ้านภรรยาแล้ว จึงรีบตามไปดูที่บ้านก็เห็นแต่ศพน้องชาย  แต่ตอนนั้นไม่เห็นตำรวจที่บ้าน จึงให้หลานไปที่โรงพักเพื่อไปสอบถามเรื่องการแจ้งความ แต่ ตร.บอกไม่ต้องแจ้งความ เพราะ ตร.รับคดีแล้ว

 ต่อมาวันที่ 29 พ.ย.65  มีพลเมืองดีส่งภาพวงจรปิดรถยนต์ต้องสงสัยขับผ่านเส้นทางจุดเกิดเหตุเวลาไล่เลี่ยกัน และรถมีรอยเฉี่ยวชนมาให้ จึงรีบนำไปให้ร้อยเวรฯ เพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามรถคู่กรณี   จากนั้นก็กลับไปจัดงานศพ และเผาวันที่ 1 ธ.ค.65 วันที่ 2​ธ.ค. ใส่บาตรทำบุญเสร็จเรียบร้อย  วันที่ 3 ธ.ค.65 จึงไปตามคดีที่โรงพัก ตร.บอกว่ายังยุ่งติดทำคดีอื่นอยู่ หลังจากนั้นก็เงียบหายไป​ จนถึงทุกวันนี้​ ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว  ก็ยังไม่คืบหน้าเลยทั้งที่ครอบครัวเป็นคนหาหลักฐานทั้งชิ้นส่วนรถที่ตกในจุดเกิดเหตุ  ภาพวงจรปิดไปให้ ตร.เอง  แต่ก็ยังเงียบจึงเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้วอนขอให้ ผบ.ตร.ช่วยเร่งคดีและติดตามคู่กรณีมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย