สมาคมหมูไทย ถกเกษตรกรใต้ เร่งแก้หมูแพง ชี้โรคระบาดทำแม่พันธุ์หายไปกว่าครึ่งประเทศ

ภูมิภาค10 ม.ค. 2565 • 08:42 น.โดย กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล
สมาคมหมูไทย ถกเกษตรกรใต้ เร่งแก้หมูแพง ชี้โรคระบาดทำแม่พันธุ์หายไปกว่าครึ่งประเทศ
สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ถกด่วนสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้เร่งหาทางออกแก้ปัญหาสุกรราคาพุ่ง เผยแม่พันธุ์หายจากระบบกว่า 50 เปอร์เซ็น –เรียกร้องเกษตรกรรายย่อยตั้งหลักกลับเข้าสู่ระบบการเลี้ยงใหม่ยังไม่ถือว่าถูกครองตลาดจากกลุ่มทุน ยกตัวอย่างอเมริกามีผู้เลี้ยงทั้งประเทศแค่ 4 รายยักษ์ วันที่ 10 ม.ค.65 ที่โรงแรมสกาเลท อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ผู้บริหารสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติและสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ และสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เรียกประชุมด่วนเพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาสุกรขาดตลาดเนื่องจากปัญหาโรคระบาด ทำให้ระบบการเลี้ยงสุกรทั้งเกษตรกรรายย่อยและเกษตรกรขนาดเล็ก ขนาดกลางเกิดปัญหาอย่างรุนแรงขาดทุนอย่างหนักจากการทำลายสุกรทิ้งจากภาวะโรคระบาด ทั้งฟาร์มชนิดสุกรขุน และชนิดผลิตลูกพันธุ์จำหน่ายเข้าสู่ระบบการขุนของผู้เลี้ยงรายย่อย ทำให้วงจรการเลี้ยงเกิดปัญหาขาดตลาดทั้งลูกสุกร และสุกรขุน รวมทั้งแม่พันธ์และลูกสุกรหายไปจากตลาดกว่า50% โดยมีปัญหาจากโรคระบาดนี้มาตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 ส่วนที่ยังสามารถผลิตได้มีราคาต้นทุนที่สูงขึ้นมากประมาณกิโลกรัมละ 70 บาทจากวัตถุดิบอาหารที่มีราคาแพง โดยในการประชุมหารือนั้นที่ประชุมได้ทำการประชุมเป็นการภายใน ก่อนที่จะให้ข้อมูลในภายหลัง นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากปัญหาใหญ่คือโรคระบาดที่หนักหนาอยู่พอสมควร รวมทั้งปัญหาต้นทุนการผลิตสุกรราคาสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งพยายามที่จะทำอย่างไรที่ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่ ขณะนี้จะต้องทำอย่างไรเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะเรื่องของวัคซีนป้องกันโรคเป็นต้น ส่วนการนำเข้าสุกรนั้นหากรัฐต้องการนำเข้าจะต้องมีจำนวนที่ชัดเจนและแจ้งให้สมาคมทราบด้วยเพื่อจะได้ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบการเลี้ยงในประเทศ รวมทั้งนำเงินเซอร์ชาร์จบางส่วนมาสนับสนุนฟื้นฟูผู้เลี้ยงรายย่อย เน่นในเรื่องความเป็นอยู่และอาชีพขจองเกษตรกรรายย่อย ภาคใต้มีเกษตรกรเดิมมากกว่า 2 หมื่นรายซึ่งหายไปจากระบบพอสมควรแต่ก็คิดว่าพวกเขาอยากที่จขะกลับมา ขณะที่นายโสภณ เพชรแก้ว นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขณะนี้สุกรภาคใต้ได้มีการหมุนเวียนไปส่งยังภาคกลางเดือนละ 7,000 ตัว จากผู้ประกอบการคือ ซีพี และเบทาโกร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้บริโภค เมื่อถามว่าท้ายที่สุดแล้วจะเป็นการครองตลาดของกลุ่มทุนขนาดใหญ่หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ในขณะนี้สิ่งสำคัญคือต้องเร่งฟื้นฟูเกษตรกร ถ้าไม่เช่นนั้นจะเหมือนต่างประเทศ เช่น ที่อเมริกามีเพียงแค่ 4 บริษัท ดังนั้นผู้ที่ประกอบอาชีพเลี้ยงสุกรจะต้องกลับมา ที่จะต้องกลับมาครั้งนี้ต้องรอแค่เวลาเรื่องการปรับระดับในเรื่องของวัคซีนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคซ้ำซ้อนและเสียหายมหาศาลเช่นที่ผ่านมา