สองตายายเตรียมฟ้องผญบ.เรียกเงินคืน หลังต้องกู้ยืมเงินจ่ายค่าส่วนต่างไฟแนนซ์รถ
สองตายายชาว อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เตรียมฟ้องเรียกเงินคืนจาก ผญบ. ที่หลอกเซ็นต์ค้ำซื้อรถยนต์จนถูกฟ้องยึดทรัพย์ สุดท้ายต้องจำใจกู้ยืมเงิน ขายสร้อยทอง และทุบออมสินหลาน ไปจ่ายให้บริษัทไฟแนนซ์ เพื่อไม่ให้ถูกยึดบ้านและที่ดิน ด้าน ผญบ.ปัดให้ข้อมูลกับสื่อ อ้างพูดคุยกันแล้ว
วันนี้ (19 ส.ค.63) จากกรณีที่นายสมบูรณ์ บุญเรืองศรี อายุ 65 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.สนามชัย อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ พร้อมนางแป บุญเรืองศรี ภรรยา ต้องจำใจไปกู้ยืมเงินนอกระบบ ขายสร้อยทอง น้ำหนัก 1 บาท และทุบกระปุกออมสินของหลานที่เก็บออมไว้เป็นค่าเล่าเรียน เพื่อรวบรวมเงินไปจ่ายค่าส่วนต่างให้กับบริษัทไฟแนนซ์ ที่ฟ้องยึดทรัพย์กรณีที่ผู้ใหญ่บ้านไปซื้อรถยนต์ และนายสมบูรณ์เป็นคนเซ็นต์ค้ำประกัน ตั้งแต่ปี 2558 รวมจำนวนเงินที่นำไปจ่ายที่สำนักงานบังคับคดีทั้งสิ้น 100,467.79 บาท เนื่องจากผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นคนซื้อรถไม่ยอมหาเงินไปจ่าย ทำให้สองตายายต้องมารับแบกรับภาระหาเงินไปจ่ายแทน เพื่อรักษาบ้านและที่ดินไว้ไม่ให้ถูกยึดขายทอดตลาด
ล่าสุดนายสมบูรณ์ และภรรยา ก็ได้ไปปรึกษาทนายความ เพื่อเตรียมฟ้องร้องเรียกเงินคืนจากผู้ใหญ่บ้าน ตามยอดที่นำไปจ่ายชำระหนี้แทน รวมถึงค่าดำเนินการฟ้องร้องด้วย เพื่อรักษาสิทธิ์ตามกฎหมาย เนื่องจากผู้ใหญ่บ้านรับปากจะหาเงินไปจ่ายไฟแนนซ์หลายครั้ง แต่ก็เพิกเฉย จนทำให้ครอบครัวต้องเดือดร้อน กลายเป็นหนี้เป็นสินทั้งที่ไม่ได้เป็นคนก่อ
ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเคยบอกผู้ใหญ่บ้านว่าจะช่วยหาเงินไปจ่ายคนละครึ่ง แต่พอผู้ใหญ่มาทำแบบนี้ก็ยืนยันจะฟ้องเรียกเงินที่จ่ายไปคืนทั้งหมด และที่ผ่านมาผู้ใหญ่บ้านไม่เคยมาพูดคุยด้วยตัวเอง ให้แต่พี่ชายเป็นคนมาคุย และที่ผ่านมาก็เคยไปร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ทางผู้ใหญ่บ้านก็รับปากว่าจะหาเงินไปจ่ายเองแต่ก็ไม่จ่ายซักที
ด้านนางแป ภรรยา บอกว่า ก็รู้สึกสบายใจขึ้นที่ไม่ต้องถูกยึดบ้านและที่ดินแล้ว ส่วนหนี้สินที่ไปกู้ยืมมาจ่ายแทนผู้ใหญ่บ้านนั้น ตอนนี้ก็ยังไม่รู้จะหาไหนไปจ่าย เพราะตนกับสามีก็มีเพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเงินสวัสดิการแห่งรัฐที่รัฐช่วยเหลือเท่านั้น ก็คงต้องรอเงินจากลูกหลานส่งมาให้ และยืนยันว่าที่ผ่านมาผู้ใหญ่บ้านไม่เคยมาคุยด้วยตัวเอง มีเพียงให้พี่ชายและญาติมาคุยแทนเท่านั้น
จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้านผู้ใหญ่บ้านเพื่อสอบถามข้อมูล แต่ผู้ใหญ่บ้านปฏิเสธให้สัมภาษณ์ บอกเพียงว่าได้พูดคุยกันแล้วว่าจะหาเงินไปจ่ายคืนให้ ก่อนจะขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไป