ผอ.รมน.ภาค 4 ประชุมคณะประสานงานระดับพื้นที่ในกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผอ.รมน.ภาค 4 / หน.คณะประสานงานระดับพื้นที่ กล่าวว่าได้ดำเนินการ 2 ส่วน วันนี้เป็นการคิกออฟสภาสันติสุขทั้ง 290 ตำบลให้เต็มพื้นที่ให้เกิดภาพทั่ว จชต. ให้เกิดภาพภาคประชาสังคมที่ใหญ่ที่สุดและเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ มีประเด็นที่สำคัญคือ ปัญหาในตำบลคืออะไร จะให้รัฐแก้ไขปัญหาอย่างไร ให้รัฐช่วยสนับสนุนส่งเสริมอย่างไร โดยให้สภาสันติสุขตำบลเป็นศูนย์กลางในการดำเนินกิจกรรมของชุมชน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ความสันติสุขของพื้นที่นั้น ต้องได้รับความร่วมมือ จากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทุกคนที่ร่วมกิจกรรมคือผู้แทนของประชาชนในพื้นที่ ที่จะช่วยกันสร้างความรับรู้ ความเข้าใจในสภาสันติสุขตำบล เกิดการร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการประชุมร่วมหารือ แนวทางการแกไขปัญหาในพื้นที่ จชต.นำพาสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่บรรลุผลสำเร็จอย่างยั่งยืนต่อไปและ สำหรับนโยบายที่สำคัญของ ผอ.รมน.ภาค ๔/หน.คณะประสานงานระดับพื้นที่ ทุกท่านของรับรู้และทราบกันอย่างดี ต้องทำให้จริงจังให้เกิดผลต่อกลุ่มคนที่กล่าวอ้างว่าเป็น BRN ที่ใช้ความรุนแรงต่อสู้เพื่อคนสามจังหวัด เขาเหล่านั้นรู้หรือไม่ว่าความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่แท้จริงคืออะไร มีการบิดเบือนข่าวสารในทุกเรือง ขอให้พวกเราช่วยเป็นกระบอกเสียงแทนรัฐด้วย
ทั้งนี้เกิดเหตุการณ์ไฟใต้ไม่สงบได้อย่างไร ถ้าเราทุกคนรวมพลังกัน เพราะพื้นแผ่นดินเราเวลาจะไปไหนมาไหนก็มีความสุขไม่มีความระแวง ซึ่งจากเหตุการณ์ที่ลำพะยา จ.ยะลานั้น เรียกได้ว่าเป็นการสังหารหมู่ผู้บริสุทธิ์ ซึ่งผู้ที่กระทำสิ่งเหล่านั้นไม่ควรอยู่ในพื้นแผ่นดินนี้อีกต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาบังคับใช้กฎหมายจากเบาไปหาหนักอย่างเต็มที่เพื่อเรียกความศรัทธาให้คนส่วนใหญ่ในพื้นที่กลับคืนมา
เลขานุการ แจ้งเพื่อทราบประเด็นที่สำคัญให้ที่ประชุมได้รับทราบ มีประเด็นของการติดตามงานในห้วงที่ผ่านมาได้แก่ ความคืบหน้ายาเสพติด จากกรณีชาวบ้านลงพื้นที่ยังสะท้อนเหมือนเดิม ปัจจุบัน กอ.รมน.ภาค 4 สน. มีผลความคืบหน้า- จับกุมผู้ค้ารายใหญ่ จำนวน 177 ราย ผู้ค้ารายย่อย จำนวน 3905 ราย ยาบ้า จำนวน 883,840 เม็ด ไอซ์ จำนวน 41 กก. , เฮโรอีน จำนวน 39 กก. ใบพืชกระท่อม จำนวน 18,631 กก. สำหรับการบำบัดรักษา ผู้เสพเข้ารายงานตัวเพื่อบำบัด ๑๕,๑๔๕ คน เข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟู 13,702คน ติดตามผู้ที่ผ่านการบำบัดฟื้นฟู 8,141 คน
ประเด็นการลงทะเบียนซิม Privacy การลงทะเบียนซิมยืนยันตัวตน ด้วยระบบตรวจสอบใบหน้า และอัตลักษณ์ ปัจจุบัน กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้ขยายเวลาลงทะเบียน ไปถึง 30 เมย.63 และประเด็นการใช้ Fake news นายมะรูฟ เจะบือราเฮง ประธานสมาคมดิจิทัลเพื่อสันติภาพ นำเสนอข้อมูลเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนระหว่างกัน คำว่า Fake News อาจจะดูแคบเกินไป เพราะอันที่จริงแล้ว Fake News ไม่ได้หมายถึงข่าวที่ไม่จริงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่ไม่เป็นข่าวลวง ซึ่งเป็นมหันตภัยใหม่และรวดเร็ว ความเป็นจริง Fake News มีมานานแล้วที่ชายแดนใต้ แต่หลังจากมีการปล่อยคลิปของกลุ่มเครือข่ายสมาพันธ์ชาวพุทธออกไป ผู้เผยแพร่คลิปในสื่อออนไลน์ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมผู้กู้ยืม กยศ.ต้องกู้ยืมผ่านธนาคารอิสลาม ทำไมไม่กู้ผ่านธนาคารออมสิน และหากยอมเปลี่ยนศาสนา แล้วกยศ. จะยกหนี้ให้ จริงหรือไม่
ทำไห้ในที่ประชุมวันนี้เห็นพ้องกันว่า จะต้องทำความจริงให้ปรากฎ หลังมีการอภิปรายในที่ประชุมอย่างดุเดือดเผ็ดร้อนมากกว่าวาระใดๆ ซึ่งผลสุดในที่ประชุมเสนอให้มีการจัดตั้งคณะทำงานการทำความจริงในเรื่องให้ปรากฎ เพื่อแก้ปัญหาที่มีใครนำไปขยายความเกลียดชังระหว่างพุทธ-มุสลิมให้เป็นการเติมเชื้อไฟใต้ภายใต้สถานการณ์ความรุนแรงของปัญหาข่าวลวงในโซเชียลมีเดีย ในที่ประชุมมีมติทุกคนจะร่วมกัน เพื่อลดปัญหาข่าวลวงข่าวปลอมที่เกิดขึ้น ตามกำลังและศักยภาพ ทั้งนี้เสนอให้เพจโซเชียลมีเดียที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ กับเพจข่างสารของฝ่ายรัฐ มาร่วมจับมือกันหันหน้าเข้าหากันเพื่อแก้ปัญหา และลดทอนความรุนแรงได้นอกจากนนี้ยังต้องส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือซึ่งกันและกัน ในภาคีเครือข่ายทั้งภาคประชาสังคม ภาครัฐ ภาควิชาการ สื่อท้องถิ่น และสถาบันศาสนา เพื่อสร้างความตื่นตัว สนใจในข้อมูลข่าวสาร ที่ใกล้ตัวชีวิตประจำวัน และข่าวที่เกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพทุกฝ่ายจะร่วมกันทำงานเพื่อรับมือ ติดตาม ตรวจสอบ รายงาน เผยแพร่ข้อเท็จจริงในด้านต่าง ๆ และรวมพลังต่อต้านข่าวลวงในทุกระดับของสังคม
ที่ประชุมเสนอการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายและประชาชนทั่วไป ให้มีความรู้ความเข้าใจในการรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสาร สื่อสารสนเทศและดิจิทัล เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันต่อปัญหาข่าวลวง เพื่อลดคติและความเกลียดชัง พัฒนาประชาชนไปสู่ความเป็นพลเมืองดิจิทัล อันนำไปสู่การสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสันติภาพ พัฒนากระบวนการ รูปแบบการทำงานและนวัตกรรม ตลอดจนเครื่องมือหรือกลไกเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาข่าวปลอมข่าวลวงอย่างมีส่วนร่วม เพิ่มพื้นที่กลางเพื่อการสื่อสารความจริงอย่างสร้างสรรค์และสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างผู้คนในสังคมและสนับสนุนการรวมพลังเพื่อผลักดันให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ มีมาตรการในการลดการเกิดขึ้นของข่าวลวง ร่วมสกัดกั้นการแพร่กระจายของข่าวลวงอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ยังมีประเด็นสำคัญอีก อาทิ เช่น การดำเนินการแต่งตั้งคณะประสานงานฯ เพิ่มเติมทุกภาคส่วนครอบคลุมในพื้นที่ โดยสรุป การดำเนินการแต่งตั้งคณะประสานงานฯ และการขอรับการสนับสนุนงบประมาณฯ เพื่อให้เป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่ใหญ่ที่สุดในการพูดคุยสันติสุข จชต.ภายในประเทศ ได้กำหนดแบ่งเป็นกลุ่มงานประกอบด้วย กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ ก ลุ่มงานศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มงานการศึกษา กลุ่มงานวิชาการ กลุ่มงานพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก (ธุรกิจ, NGO.,ทรัพยากร,พัฒนาคน) กลุ่มงานเด็ก เยาวชน และสตรี กลุ่มงานสื่อมวลชน การสื่อสาร และเทคโนโลยี กลุ่มงานยุติธรรม และกลุ่มงานปกครองท้องที่ ท้องถิ่น