"บิ๊กโจ๊ก" สั่งสืบสวนขยายผลคดีบุกรุกโบราณสถานเขาน้อย ดำเนินคดีฟอกเงินยึดทรัพย์

ภูมิภาค16 ก.ย. 2566 • 17:24 น.โดย ปรีชา สถิตย์เรืองศักดดิ์
"บิ๊กโจ๊ก" สั่งสืบสวนขยายผลคดีบุกรุกโบราณสถานเขาน้อย ดำเนินคดีฟอกเงินยึดทรัพย์

วันที่ 16 ก.ย.66 ภ.จว.สงขลา ได้ระดมกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 12 จุด เพื่อยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมจำนวน 5 รายการ และตรวจสอบเป้าหมายบุคคลเพิ่มเติมอีก 7 จุด เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินซึ่งอาจเข้าข่ายในความผิดฐานฟอกเงินเพิ่มเติม 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่ความสำคัญอีกคดีหนึ่ง เนื่องจากเป็นคดีที่กลุ่มคนร้ายได้เข้าไปบุกรุกที่ดินของโบราณสถาน ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญของจังหวัดสงขลา ที่พี่น้องประชาชนให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก ถือเป็นสมบัติของชาติอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย สร้างความเสียหายเป็นมูลค่าหลายล้านบาท จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ โดยสามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้จำนวน 5 ราย และขยายผลดำเนินคดีเกี่ยวกับการฟอกเงินได้เพิ่มเติมอีก 4 ราย นอกจากนี้ ในวันนี้ยังได้เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นอีก 12 จุด เพื่อติดตามยึดอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมตามกฎหมายฟอกเงิน จากนี้หากพบว่ามีบุคคลหรือทรัพย์สินอื่นใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวอีก ก็จะติดตามดำเนินการตามกฎหมายโดยเด็ดขาดทั้งหมด 

จากกรณีเมื่อ 28 มี.ค.65 สำนักศิลปากร ที่ 11 สงขลา ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.สิงหนคร ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลซึ่งมีพฤติการณ์บุกรุก และขุดหน้าดินในเขตพื้นที่โบราณสถานภูเขาน้อย อ.สิงหนคร จ.สงขลา ได้รับความเสียหายเนื้อที่ ประมาณ 4 ไร่ โดยเสียหายในหลายด้าน ประกอบด้วย 1. ความเสียหาย(ทรัพย์ถูกประทุษร้าย) 4,087,659 บาท 2. ค่าเสียหายทางโบราณสถาน 41,279,733 บาท 3. ค่าเสียหายตามพ.ร.บ.ป่าไม้  134,487 บาท 4. ค่าเสียหายตามพ.ร.บ.แร่ 2,579,901 บาท ซึ่งมีผลกระทบกับเจดีย์ภูเขาน้อย ที่เป็นโบราณสถานสำคัญ อายุกว่า 1,400 ปี ตามคดีอาญาที่ 154/65 ลง 28 มี.ค.65 ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข้อมูลไปแล้วนั้น 

คดีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวเป็นสมบัติของชาติ มีคุณค่าทางจิตใจของชาวจังหวังสงขลา พื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างเสนอให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีจนถึงที่สุด ในคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย  1.นางณัฏฐ์ณรัน, 2.นายชาญชญา, 3.นายกอง, 4.นายสนธิเทพ เต็มอะหลี และ 5.นายวุฒิชัย 

พร้อมตรวจยึด รถแบ็คโฮ ยี่ห้อโคมัทสุ สีเหลือง จำนวน 1 คัน ดำเนินคดีในฐานความผิด 7 ข้อหา ได้แก่ 1.ร่วมกันบุกรุกโบราณสถาน พรบ.โบราณสถานฯ 2.ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าฯ พรบ.ป่าไม้ฯ 3.ร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครอง...ก่น สร้าง หรือ...ทำด้วยประการใด ทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทราย ป.ที่ดินฯ 4.ร่วมกันตั้งและประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต พรบ.โรงงานฯ 5.ร่วมกันทำการขุดดิน โดยไม่ได้รับใบรับแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น พรบ.การขุดดินฯ 6.ร่วมกันทำเหมือง โดยไม่รับประทานบัตรเจ้าพนักงาน พรบ.แร่ฯ และ 7.ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะฯ ป.อาญาฯ 

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.สิงหนคร ได้สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย และพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาล จว.สงขลาไปแล้ว เมื่อ 27 มิ.ย.66 ตามคดีหมายเลขดำที่ 74/66 ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนนัดคุ้มครองสิทธิ/ตรวจพยานคดี 

นอกจากนี้ ภ.จว.สงขลา ได้ตั้งคณะทำงานสืบทรัพย์ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินของ นางณัฏฐ์ณรัน หรือเจ้อ้อย จันทร์สว่าง กับพวก รายงานไปยังเลขาธิการ ปปง. ซึ่งคณะกรรมการธุรกรรม ปปง.  มีมติให้ยึดทรัพย์สิน(ที่ดิน) จำนวน 5 แปลง ตามคำสั่งที่ ย.201/2566 ลง 4 ก.ย.66 มูลค่าประเมินรวมประมาณ 1.1 ล้านบาท และสภ.สิงหนคร ได้รวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ต้องหากับพวกเพิ่มเติม จำนวน 4 ราย ดังนี้ 1.นางณัฏฐ์ณรัน, 2.นางจันทิมา, 3.น.ส.จันทิมา และ 4.น.ส.จิรัฐิติกาล อดทน 

โดยดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันฟอกเงิน” ตามมาตรา 5 (1) และ (2) แห่งพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ตามคดีอาญาที่ 302/66 ลง 5 ก.ย.66 อีกส่วนหนึ่ง