ผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ สภ.บ้านแพ้ว ติดตามปัญหา 2 หนุ่มถูกรุมกระทืบคางานเลี้ยงข้างบ้าน 

ภูมิภาค28 ธ.ค. 2566 • 11:14 น.
ผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ สภ.บ้านแพ้ว ติดตามปัญหา 2 หนุ่มถูกรุมกระทืบคางานเลี้ยงข้างบ้าน 

วันที่ 28 ธันวาคม 2566  เวลา 10.00 น.  นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตต์อารีย์รัตน์  ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ได้ลงพื้นที่ไปที่  สภ.บ้านแพ้ว  จ.สมุทรสาคร เพื่อติดตามข้อร้องเรียนของผู้เสียหาย ที่ได้ร้องขอความช่วยเหลือผ่านมายังกระทรวงยุติธรรม อันเนื่องมาจากกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางผู้เสียหายถูกกลุ่มคนกว่า 20 คน รุมทำร้ายร่างกาย ทั้งเตะต่อย กระทืบ ตั้งแต่งานเลี้ยงตามไปถึงบ้านพักของผู้เสียหาย

อีกทั้งยังมีการใช้ปืนยิงตามคำบอกเล่าของผู้เสียหาย จนทำให้ผู้เสียหาย 1 คน มีอาการบาดเจ็บทั้งร่างกายและที่ตาข้างซ้ายจนมองเห็นไม่ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีน้องชายของผู้เสียหายอีก 1 คน ที่เข้าไปช่วยพี่ชายถูกรุมทำร้ายได้รับบาดเจ็บที่ร่างกายและใบหู ส่วนสาเหตุเกิดจากการมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันในงานเลี้ยงแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของผู้เสียหายมากนัก ขณะที่สาเหตุก็มาจากผู้เสียหายถูกหญิงสาวรายหนึ่งกล่าวหาว่า ไปจับหน้าอก ในช่วงจังหวะที่กำลังเต้นกันอยู่หน้าเวที ทำให้แฟนหนุ่มของหญิงสาวไม่พอใจเลยมีเหตุทะเลาะวิวาทกัน และนำไปสู่การกระทำดังกล่าว

ด้านผู้เสียหายก็ยืนยันว่าไม่ได้ไปจับหน้าอกใคร และไม่รู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุมาก่อนเลย แต่กลุ่มผู้เสียหายมีมากกว่า อีกทั้งยังทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล พูดจาข่มขู่และใช้อาวุธปืน แถมยังตามมาทำร้ายถึงที่บ้าน ก่อให้เกิดความเกรงกลัวจนไม่กล้ากลับเข้าบ้าน 

โดย นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตต์อารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี จากการที่ได้ลงพื้นที่มา พร้อมกับ นายเทวา จุฬารี ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษเขตพื้นที่ 7 กองปฏิบัติการพิเศษ (DSI) เจ้าหน้าที่ยุติธรรมจังหวัดสมุทรสาคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังข้อมูลจากทาง พ.ต.อ.พรชัย อริยานนท์ ผกก.สภ.บ้านแพ้ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน กับ พนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพ้ว รวมถึงจากปากของผู้เสียหาย 2 คน คือ นายบอย กับ นายหรั่ง นั้น ก็บอกว่า เหตุที่ต้องลงมาครั้งนี้ เนื่องจากบุคคลทั้งสองได้ร้องขอความช่วยเหลือไปยังกระทรวงยุติธรรม ให้เข้ามาช่วยเหลือในปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดี อีกทั้งยังกลัวอิทธิพลของอีกฝ่ายที่จะตามมาทำร้ายซ้ำหากพวกตนกลับเข้าบ้าน  

เบื้องต้นนั้นก็ยังไม่ได้มีการฟันธงว่าใครผิดใครถูกเพราะต่างฝ่ายต่างก็แจ้งความต่อกันและกัน โดยต่างฝ่ายต่างก็มีอาวุธฝ่ายนี้มีมีด อีกฝ่ายมีปืนและทำร้ายร่างกายกัน ดังนั้นจึงได้สั่งการให้ทางผู้กำกับการ สภ.บ้านแพ้ว ทำการสืบสวนหาข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ได้โดยเร็ว เพื่อดำเนินการตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าด้วยข้อกฎหมายที่ต้องลงโทษผู้กระทำความผิดในทุกกรณี อาทิเช่น มีการลวนลามเกิดขึ้นจริงหรือไม่ มีการทำร้ายร่างกายกันในรูปแบบไหน ใครใช้อาวุธข่มขู่ผู้อื่นบ้าง พฤติการณ์การก่อเหตุเป็นเช่นไร  มีใครที่ร่วมก่อเหตุบ้าง และมีใครเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้บ้าง เป็นต้น จากนั้นก็ต้องแยกการดำเนินการตามกฎหมายในแต่ละอย่างให้ชัดเจนที่สุด 

ขณะที่ นายกองตรี ดร.ธนกฤตฯ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายบอย กับ นายหรั่ง บอกว่า เกรงกลัวอิทธิพลของกลุ่มคู่กรณีนั้น ก็ได้มีการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ DSI ลงไปหาสืบหาว่า บุคคลที่ถูกกล่าวอ้างถึงนั้น เป็นผู้มีอิทธิพลจริงหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ประพฤติผิดจริงก็ต้องนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

พร้อมกันนี้ นายกองตรี ดร.ธนกฤต ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการตั้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลใดทั้งนั้น เพราะอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและการติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิด ตลอดจนการสอบปากคำผู้เสียหาย และพยานที่เห็นเหตุการณ์โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแพ้ว จะเป็นผู้ดำเนินการทางกฎหมาย ส่วนกระทรวงยุติธรรมนั้น จะเข้ามารักษาสิทธิให้แก่ผู้ร้องเรียน หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น ก็ต้องให้ความเป็นธรรมอย่างแน่นอน พร้อมกันนี้ยังมาเพื่อพาผู้เสียหายทั้ง 2 คน กลับสู่บ้านของตัวเองด้วย เนื่องจากน้องทั้งสองคนบอกว่า หลังเกิดเหตุไม่กล้ากลับเข้าบ้านเพราะเกรงว่า กลุ่มคู่กรณีจะมาทำร้ายร่างกาย ซึ่งก็ยืนยันได้ว่า หลังจากวันนี้ไปทั้งสองคนจะกลับบ้านได้ไม่มีใครมาทำร้ายอย่างแน่นอน อีกทั้งยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจตราความสงบเรียบร้อยให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น 

ด้าน พ.ต.อ.พรชัย อริยานนท์ ผกก.สภ.บ้านแพ้ว กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ยังไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับใคร เพราะต่างฝ่ายต่างก็ร้องทุกข์กล่าวโทษกันและกัน ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายบอกว่า ตอนที่ได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจฯ  พอคู่กรณีเจอก็เข้ามารุมทำร้ายบน สภ.ไม่เกรงกลัวกฎหมาย  และยังมีพูดจาเชิงข่มขู่ด้วยนั้น ก็ได้มีการสอบถามกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วว่า ไม่มีเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายกันบนโรงพักอย่างแน่นอน แต่น่าจะเกิดขึ้นตรงสถานที่ใกล้ๆ กับโรงพัก ไม่ใช่บนโรงพัก