นอภ.บ้านนาเดิม สุราษฎร์ธานี ดำเนินคดีแรงงาน ต่างด้าวหนีกักตัวพบติดโควิดรายเดียวในจังหวัด ทำอีก 14คนเสี่ยงต้องถูกกักตัว

ภูมิภาค20 มิ.ย. 2564 • 09:44 น.โดย สิทธิเณศ เห้งทับ
นอภ.บ้านนาเดิม สุราษฎร์ธานี ดำเนินคดีแรงงาน ต่างด้าวหนีกักตัวพบติดโควิดรายเดียวในจังหวัด ทำอีก 14คนเสี่ยงต้องถูกกักตัว
เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.64 นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับรายงานจากนายชาญวิทย์ สิรภักดี นายอำเภอบ้านนาเดิม ว่า ได้พร้อมนายวินัย นาคะโร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง และชุดเคลื่อนที่เร็ว อำเภอ ร่วมกับ สาธารณสุขอำเภอ, สภ.บ้านนาเดิม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูล กรณีมีแรงงานต่างด้าวผู้ชายในโรงงานแปรรูปไม้ยาง ท้องหมู่ 4 ต.ทรัพย์ทวี อ.บ้านนาเดิม ติดเชื้อโควิด 1 ราย ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อเพียงรายเดียวในจังหวัด จากการตรวจสอบพบว่า แรงงานต่างด้าวรายนี้เคยทำงาน อยู่ในโรงงานได้ลาออกจะเดินทางกลับประเทศเมียนมาร์ ฝั่ง จ.ระนอง เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.64 แต่ออกไปไม่ได้จึงกลับ จะมาทำงานที่เดิมโดยพักอยู่กับญาติในโรงงาน เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 64 เดินทางมาถึงโรงงานได้แจ้งผู้ปกครองท้องที่ และ รพ.สต.รับเข้ากักกันตัวเนื่องจากเป็นบุคคลที่มาจาก ต่างจังหวัด โดยนัดจะมารับไปกักตัวที่ ศูนย์ LQ ต.ทรัพย์ทวี แต่ถึงเวลาได้หลบหนีไป จากนั้น กำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า แรงงานต่างด้าวได้เดินทางมาที่หน้าโรงงานเพื่อขอทำงาน แต่ไม่อนุญาตให้เข้าไปโดยให้ไปตรวจหาเชื้อโควิดก่อน จึงไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี และกลับมาบ้านพักในโรงงาน ภายหลังทางโรงพยาบาล แจ้งว่า ผลตรวจติดเชื้อโควิดจึงนำเข้ารักษาที่โรงพยาบาล บ้านนาเดิม เมื่อสอบสวนโรคพบมีผู้ที่สัมผัสใกล้ชิด มีความเสี่ยงสูง 14 ราย ได้ตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาล บ้านนาเดิม ผลตรวจเป็นลบทั้งหมดและรอตรวจยืนยัน ครั้งที่ 2 โดย อบต.ทรัพย์ทวี ได้นำผู้สัมผัสเสี่ยงสูงมา กักไว้ 11 ราย และให้แยกกักตัวอยู่ที่บ้านพักโรงงานอีก 3 ราย ต่อมา นายชาญวิทย์ สิรภักดี นายอำเภอบ้านนาเดิม ได้มอบหมายให้ ผอ.รพ.สต.ควนท่าแร่ ในฐานะเจ้าพนัก งานควบคุมโรคท้องที่ ต.ทรัพย์ทวี แจ้งความร้องทุกข์ กล่าวโทษต่อแรงงานต่างด้าวรายดังกล่าวและโรงงาน กรณีไม่ปฏิบัติตาม พรบ.ควบคุมโรค และคำสั่งจังหวัดฯ ซึ่งนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้สั่งกำชับให้ทางอำเภอติดตามกรณีแรงงานต่างด้าว อย่างใกล้ชิด และเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุม โรคอย่างเข้มงวดและเคร่งครัด