จับแล้ว!! คนร้ายปาหินใส่รถชาวบ้านหลายราย ที่แท้ทาสยาเสพติด

ภูมิภาค6 ก.ย. 2565 • 09:02 น.โดย นพดล แก้วเรือง
จับแล้ว!! คนร้ายปาหินใส่รถชาวบ้านหลายราย ที่แท้ทาสยาเสพติด

วันที่ 6 ก.ย.65 จากกรณีมีผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความเตือนภัยโดนแก็งค์ปาหินเมื่อคืนตอนจะถึงบ้านที่สุพรรณโชคดีที่ไม่โดนกระจกรถได้ข่าวว่าคนโดนกันเยอะไม่คิดว่าตัวเองจะโดน อันตรายมาก เส้นทางหนองกุฏิ เส้นทางนี้คนแถวนี้ล่ำลือ พอแล้วไม่ผ่านทางนี้แล้วอ้อมเอาสบายใจกว่า ฟาดเคราะห์ไปรถเป็นไรชั่งมันคนไม่เป็นไรก็ดีแล้ว โชคดีที่เด็กๆ หลับ ในเคสของพี่สาวเราตำรวจบอกให้ยอมความ เราไม่รู้ว่าใช่คนเดียวกะเคสพี่สาวเรามั้ย แต่ถ้าอีกสองคนที่เรารู้จักคือคนทำคนเดียวกันแน่นอนที่เดียวกัน วันติดกันเวลาใกล้เคียงกัน โดนจุดเดียวกัน ทั้งโดนปาหิน โดนไม้เขวี้ยง เฉพาะคนรู้จักโดนนี้สี่คนละค่า เฉพาะคืนวันที่ 2 กันยาคนรู้จักโดนกัน 2 คนเป็นไม้รอยมาเลยคะ ส่วนทางนี้โดนเมื่อคืนคืนวันที่ 3 ค่ะเป็นก้อนหินขนาดใหญ่ค่ะ ทางเราไม่ได้แจ้งความเพราะกลัวเป็นแบบกรณีพี่สาวที่รู้ตัวคนทำแต่ให้ยอมความกลัวเสียเวลาค่ะ แต่อยากมาเตือนภัยสำหรับผู้คนที่ใช้รถใช้ถนนทางเส้นนี้เวลามืดๆ ค่ะ ซึ่งโพสต์นี้มีคนเข้าไปคอมเม้นเกือบ 300 คอมเม้นและแชร์ต่ออีกเกือบ 400 แชร์

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 5 ก.ย.65 เวลาประมาณ 21.00 น. พ.ต.ต.กิตติพันธุ์ โปร่งคำ พนักงานสอบสวน สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี  ได้รับแจ้งจาก ด.ต.อนุชา  โยธาฤทธิ์ สายตรวจพลับพลาไชย ว่าได้ร่วมกับชาวบ้านผู้เสียหายช่วยกันควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยหลังจากใช้หินปาใส่รถชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมาบริเวณทางโค้ง ก่อนถึงวัดหนองกุฏิ หมู่ที่ 7 บ้านหนองกุฏิ เส้นทาง บ้านท่าเสด็จ-พลับพลาไชย  จึงสั่งการคุมตับมาสอบสวน สภ.อู่ทอง 

จากการสอบสวน ผู้เสียหาย 2 ราย ประกอบด้วยนายสิงหาคม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี  (เสื้อสีเหลือง) ขับขี่รถยนต์กระบะ อีซูซุ สีเทา ทะเบียนพระนครศรีอยุธยา และนายเดชา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี (เสื้อสีน้ำเงิน) ขับขี่รถยนต์เก๋ง ฮอนด้า สีขาว ทะเบียนขอนแก่น ผู้เสียหาย เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ18.50 น.-19.00 น. ขณะกำลังขับรถกลับจากทำงานและจะเข้าบ้านมาตามถนนสายดังกล่าว  ถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งมีชาย ขับขี่รถจักรยานยนต์ แบบหญิงสีน้ำเงินเทาดำขับสวนทางที่ตะกร้าหน้ารถ มีกระสอบสีเหลืองวางอยู่ จากนั้นมีวัตุบางอย่างลอยมากระแทกที่กระจกหน้ารถอย่างแรง  จนกระจกรถกระบะแตกขอบหลังคายุบและกระโปรงหน้ารถ เก๋งบุบเสาอากาศหัก  ต่อมารถทั้ง 2 คัน ได้วนกลับมาดู ก็โดนปาหินใส่ประตูฝั่งคนขับอีกทั้ง 2 คัน หลังเกิดเหตุ ทั้งคู่ ได้โทรแจ้งตำรวจ  และมีเจ้าของรถเก๋งสีขาว ที่นายเดชา ขับออกมา ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ คาดว่าคนร้ายจะอยู่ใกล้ที่เกิดเกตุ จึงพาเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบบ้านต้องสงสัย  อยู่ในซอยใกล้โค้งที่เกิดเหตุ 

เมื่อไปถึงพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียนสุพรรณบุรี จอดอยู่ ท่อยังร้อน ที่หน้ารถมีกระสอบสีเหลือง ภายในมีเศษขวดเบียร์แตกมีเคียว 1 อัน เมื่อยกกระสอบขึ้นพบเศษลวดหนามถูกตัดเป็นท่อนวางในตะกร้าหน้ารถ ซึ่งตรงกับรถต้องสงสัย  ซึ่งมีนายศรัญพัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) หรือ ท็อป เป็นผู้ใช้รถคันนี้ แต่ตรวจสอบในบ้านไม่พบ  เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจตราไปที่หลังบ้าน ส่องไฟขึ้นไปดูบนต้นมะม่วง พบนายท็อป หนีไปซ่อนตัวบนกิ่งมะม่วง จึงเกลี้ยกล่อมให้ลงมา แต่นายท็อปไม่ยอมลง แล้วยังตะโกนด่าทอว่าตนโดนรังแก รถใหญ่ขับเปิดไฟสูงใส่ และ มีผีคอยตามมาแกล้งตน จึงมาเอาคืน พร้อมกับปารองเท้าใส่คนที่พยายามจะเข้าจับกุม  ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมตัวได้ ตรวจปัสสาวะปรากฏฉี่สีม่วง จึงควบคุมตัวส่งควบคุมตัวไว้ที่ สภ.อู่ทอง  เบื้องต้นจะได้แจ้งข้อหาเสพยาเสพติด และ ทำให้เสียทรัพย์ ก่อน อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนจะได้นัดผู้เสียหายซึ่งมีหลายรายมาสอบปากคำไว้ในสำนวนเพื่อเป็นหลักฐานในดำเนินคดี 

นายสิงหาคม กล่าวว่า ตนขับรถจะกลับบ้านภรรยา มากัน 3 คน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุโดนวัตถุบางอย่างปาใส่กระจกรถ ตนจึงขับเลยไปแล้วจอด จากนั้นโทรแจ้งตำรวจและวนกลับมาดู ก็โดนปาก้อนหินใส่อีกครั้งที่ประตูคนขับ จากนั้นพบนายเดชา  ก็โดนปาหินใส่เช่นกัน จึงรวมตัวกันรอเจ้าหน้าที่และเข้าไปหาบ้านที่ผู้ต้องสงสัยอาศัยอยู่ จนพบตัวแอบขึ้นไปซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ ซึ่งทั้งคู่อยากฝากหน่วยงานช่วยติดตั้งไฟส่องสว่างและให้ตำรวจหมั่นตรวจตราไม่ให้คนร้ายก่อเหตุลักษณะนี้อีกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้นับเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนมาก

สำหรับนายศรัญพัฒน์ เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วเมื่อประมาณ 1 เดือนแต่มีการไกล่เกลี่ยและผู้เสียหายไม่เอาเรื่องและตำรวจได้ปล่อยตัวออกมาและมาก่อเหตุซ้ำอีกทำให้มีผู้เสียหายหลายรายได้รับความเดือดร้อน ทรัพย์สินเสียหายโชคดีที่ไม่ได้รับอันตราย ผู้เสียหายหลายรายฝากไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจขอให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน