'ผู้ประกอบการอีสาน' จ่อขึ้นค่าขนส่งสินค้า หากรัฐปรับราคาดีเซลลิตรละ 32 บาท โอดแบกรับต้นทุนไม่ไหว
ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าภาคอีสาน จ่อขึ้นค่าขนส่งสินค้า ร้อยละ 20 หากมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลเป็นลิตรละ 32- 35 บาท ตามมติ กบน. 1 พ.ค.นี้ ชี้แบกรับภาระต้นทุนไม่ไหว เชื่อหากขึ้นค่าขนส่งสินค้ากระทบกับ ปชช.แน่นอน วอนรัฐเร่งหามาตรการช่วยเหลือและแก้ปัญหาน้ำมันแพง
วันนี้ (28 เม.ย.65) สมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน ซึ่งมีผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกมากกว่า 700 ราย รถบริการขนส่งสินค้ามากกว่า 10,000 คัน เตรียมขึ้นค่าขนส่งสินค้าอีก ร้อยละ 20 เพื่อความอยู่รอด หลังจากที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติจะปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั้มจากลิตรละไม่เกิน 30 บาท เพิ่มเป็นลิตรละ 32 – 35 บาท แบบขั้นบันได ภายในวันที่ 1 พ.ค.2565 ที่จะถึงนี้ ซึ่งหากมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันตามมติดังกล่าวจริง โดยไม่มีมาตรการออกมารองรับหรือช่วยเหลือ ทางผู้ประกอบการก็จำเป็นต้องขึ้นราคาขนส่งสินค้าทันทีเช่นกัน เนื่องจากแบกรับภาระต้นทุนจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นไม่ไหว เพราะหลังจากราคาน้ำมันแพงเกินลิตรละ 25 บาท ผู้ประกอบการก็ได้รับผลกระทบหนักมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ทุกวันนี้ผู้ประกอบการแต่ละรายก็ประคับประคองกันอย่างเต็มที่ เพราะต้องเลี้ยงดูลูกน้องหลายร้อยชีวิต
นายสมคิด กิ่งกรดกลาง เจ้าของ “บุรีรัมย์พนมรุ้งขนส่ง” ในฐานะนายกสมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน บอกว่า หลังจากราคาน้ำมันแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้อยู่ที่ลิตรละ 30 บาทกว่าแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทุกจังหวัดทั่วประเทศต่างได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน ซึ่งหากมีการปล่อยลอยราคาน้ำมันเป็นลิตรละ 32 – 35 บาท ตามมติ กบน. จริง ทางผู้ประกอบการขนส่งสินค้า ที่เป็นสมาชิกสมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน ซึ่งมีสมาชิกอยู่กว่า 700 คน รถวิ่งให้บริการมากกว่าหมื่นคัน ก็อาจจะต้องปรับขึ้นค่าขนส่งสินค้าอีก ร้อยละ 20 เพื่อความอยู่รอด และเชื่อว่าหากมีการปรับขึ้นค่าขนส่งสินค้า ก็จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบร้านค้า และประชาชนผู้บริโภค
จากกรณีดังกล่าวจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง หรือแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพงอย่างเร่งด่วนด้วย ซึ่งขณะนี้ทางสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ก็ได้ยื่นข้อเรียกร้องกับรัฐบาลไปแล้ว