"ธีระชัย แสนแก้ว" ประธาน กยท. เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางระดับประเทศ ยื่นหนังสือ รมว.เกษตรและสหกรณ์ หาแนวทางแก้ไขปัญหาพัฒนายางพาราทั้งระบบ
วันที่ 26 สิงหาคม 2562 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมว.เกษตรและสหกรณ์) ได้เชิญทุกภาคส่วนมาประชุมสรุปแผนการดำเนินงานโครงการประกันรายได้ชาวสวนยางพาราเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง และลดผลกระทบให้แก่เกษตรกรที่เดือดร้อนจากราคายางพาราตกต่ำ โดยมี นายธีระชัย แสนแก้ว อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์/ประธานคณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง กยท. ระดับประเทศ ได้ร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนายางพาราทั้งระบบ
นายธีระชัย กล่าวว่า คณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางการยางแห่งประเทศไทย ระดับประเทศ ซึ่งเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นตามระเบียบการยางแห่งประเทศไทยภายใต้ พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 ประกอบด้วย ผู้แทนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางทั้ง 4 ภาค 7 เขต เขตละ 3 คน รวมทั้งสิ้น 21 คน โดยมีตนเป็นประธานคณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง การยางแห่งประเทศไทย ระดับประเทศ ซึ่งได้เชื่อมประสานความคิดเห็น ปัญหาอุปสรรค ตลอดจนข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาของพี่น้องชาวสวนยางทุกพื้นที่ เพื่อนำเสนอการยางแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนายางพาราทั้งระบบ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งจากการยางแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2562 คณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางการยางแห่งประเทศไทยระดับประเทศได้ดำเนินการประชุม โดยได้สรุปความคิดเห็นข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนายางพาราทั้งระบบ เช่น การประกันราคายาง ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการประกันราคายางพารา โดยให้เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนการยางแห่งประเทศไทย (บัตรเขียว) จดแจ้งการปลูกยาง (บัตรชมพู) ได้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการประกันราคายางพาราด้วย การใช้ยางในภาครัฐ โครงการ 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร และโครงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากยางพารา เช่น หมอน ที่นอน วัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคม ด้านการจราจร อุปกรณ์เครื่องมือด้านสาธารณสุข อุปกรณ์เครื่องเล่นสนามเด็กเล่น อุปกรณ์ประกอบการเรียนการสอนต่างๆอีกมากมาย
โดยรัฐบาลต้องเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหายางโดยมีมติ ครม. ในการใช้ยางในประเทศสู่เป้าหมายการใช้ 30 เปอร์เซ็นต์ โดยการสนับสนุนกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ จากสถาบันเกษตรกรกลุ่มนิติบุคคล วิสาหกิจชุมชน และ sme สนับสนุนทางด้านการตลาดและเงินทุนหมุนเวียน ดังนั้นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องร่วมมือกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง การอนุมัติขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกร เพื่อรวบรวมยางพาราต่อไปอีก 4 ปี ให้ดำเนินการภายใต้กรอบวงเงินสินเชื่อเดิม 10,000 ล้านบาท เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 และขอขยายโครงการพัฒนาศักยภาพการแปรรูปยางภายใต้กรอบวงเงิน 5 พันล้านบาท ให้สิ้นสุดโครงการวันที่ 31 มีนาคม 2567 และการบริหารจัดการโรงงานแปรรูปเดิมและการสร้างโรงงานแปรรูปยางผลิตภัณฑ์ยางขนาดใหญ่ทั้ง 7 เขต ทั่วประเทศ รวมทั้งการแก้ไขเพิ่มเติมผังเมือง เพื่ออำนวยต่อการขออนุญาต รง.4 ได้ และการดำเนินการตาม พรบ.ควบคุมยางอย่างจริงจังให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับยางแห่งประเทศไทย.