เตือนไม่ฟัง! 4 สาวใหญ่รวมตัวเล่นไพ่ดัมมี่ ฝ่า พรก.ฉุกเฉิน ตร.บุกจับวงแตกกระเจิงก่อนโดนรวบดำเนินคดี

ภูมิภาค17 เม.ย. 2563 • 21:35 น.
เตือนไม่ฟัง! 4 สาวใหญ่รวมตัวเล่นไพ่ดัมมี่ ฝ่า พรก.ฉุกเฉิน ตร.บุกจับวงแตกกระเจิงก่อนโดนรวบดำเนินคดี
เตือนแล้วไม่ฟัง 4 สาวใหญ่รวมตัวแอบเล่นไพ่ดัมมี่ฝ่าฝืน พรก ฉุกเฉิน ตำรวจ-ฝ่ายปกครองบุกจับวงแตกกระเจิงวิ่งหนีซุกบ้านร้างก่อนนำตัวมาดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอ่างทอง นำกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณสวนหลังบ้านหมู่ที่ 4 ต.จำปาหล่อ อ.เมือง จ.อ่างทอง หลังได้รับแจ้งจากพลมืองดีว่ามีการลักลอบเล่นการพนันฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉินกันเป็นประจำโดยหลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจนแน่ใจว่ามีการลักลอบเล่นการพนันกันจริงจึงนำกำลังเข้าจับกุมทำให้นักพนันที่กำลังเล่นไปอยู่ในซุ้มที่ดัดแปลงไว้โดยเฉพาะวิ่งหนีกันแตกกระเจิง ทางเจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดอุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นไพ่ ไพ่ 52 ใบ ผ้าปู กระติกน้ำ เงินสดจำนวนหนึ่งนอกจากนียังพบกุญแจรถจักรยานยนต์และโทรศัพท์มือถือตกอยู่ 1 เครื่อง รถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่อีก 2 คันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และจากการตรวจค้นบริเวณบ้านร้างที่อยู่ใกล้กับซุ้มที่ใช้เล่นไพ่พบ นางส้ม(นามสมมติ อายุ 28 ปี หนีเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นไปหลบอยู่บนบ้าน ทางเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวลงมาสอบสวนก่อนที่จะติดตามไปจับขาไพ่ได้อีก 3 ราย รวมเป็น 4 คนโดยทั้งหมดให้การรับสารภาพว่ารวมตัวกันเล่นไพ่ดัมมี่เนื่องจากว่างไม่รู้จะทำอะไร ทางเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาที่ สภ.เมืองอ่างทอง โดยนางส้มถึงกับร่ำไห้ด้วยความเสียใจพร้อมนำยารักษาโรคประจำตัวถุงใหญ่ติดตัวมาด้วยเนื่องจากคาดว่าจะต้องถูกจำคุก นายไพบูลย์ ไทยคณา อายุ 44 ปี ผู้ใหญ่บ้านเปิดเผยว่า เคยตักเตือนแล้วแต่ไม่ยอมฟังกันทั้งๆที่บอกว่าช่วงนี้มีทั้ง พรก.ฉุกเฉินหากโดนจับก็จะถูกดำเนินคดีข้อหาหนักและเมื่อไม่กี่วันก่อนหมู่บ้านใกล้เคียงก็เพิ่งจะโดนจับไป แต่ก็ไม่มีใครฟังยังคงลักลอบเล่นกันอีก ซึ่งปกติตนเองจะคอยประกันตัวให้ลูกบ้านในกรณีที่โดนจับคดีเล็กๆน้อยๆแต่ครั้งนี้คงไม่ช่วยเหลือเพราะเตือนแล้วไม่ฟัง ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวทั้ง 4 คนส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอ่างทองดำเนินคดีในข้อหาเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาติและฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 1 ข้อ 5ห้ามมิให้มีการชุมนุม การทํากิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทําการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ทั้งนี้ ภายใน เขตพื้นที่ที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงประกาศกําหนด ซึ่งมีโทษจำคุก 2 ปีปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ