รวบโจ๋ 17 บ้านแตกติดยางอมแงม บุกยกตู้กฐินวัดชื่อดัง กล้องวงจรปิดมัดตัว
รวบโจ๋ 17 ติดยางอมแงมบ้านแตกพ่อแม่แยกทางบุกยกตู้กฐินวัดชื่อดังวงจรปิดหราคุมตัวทำแผนรับได้เงินไป 4 หมื่นจ่ายเกลี้ยง - ผบก.-ผกก.รับเป็นเจ้าภาพติดพุ่มกฐินคืนให้วัด
นี่คือภาพเหตุการณ์จากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในบริเวณตู้ทำบุญกฐิน ภายในกุฏิเจ้าอาวาสวัดสวนพิกุล หมู่ 6 ตำบลดุสิต อำเภอถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราชจับภาพ คนร้ายเป็นชายวัยรุ่นเดินเข้ามาดูลาดเลา ก่อนที่จะนั่งดูจนแน่ใจว่าปลอดคนแล้วจึงเดินเข้ามายกตู้ทำบุญกฐินที่จะจัดให้มีงานทอดกฐินหลังจากออกพรรษานี้ โดยหลังจากยกตู้แรกไปแล้วไปตู้ขนาดใหญ่ ได้ย้อนกลับมายกอีกตู้ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าก่อนที่จะหลบหนีไป โดยเหตุการณืนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2565 มีชาวบ้านไปพบตู้บรรจุเงินนี้ถูกทิ้งอยู่ในป่าสวนยางห่างจากวัดประมาณ 300 เมตร ต่อมา พระครูสมุห์ยม จิตตสังวโร เจ้าอาวาสวัดสวนพิกุล ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุว่ามีเงินที่หายไปประมาณ 4 หมื่นบาท
โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2565 พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดคดีเนื่องจากเหตุเกิดขึ้นภายในวัดที่เป็นศูนย์รวมของชุมชน และหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถ้ำพรรณณา ได้สืบสวนติดตามได้ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหารายนี้กับศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากผู้ต้องหามีอายุเพียง 18 ปีเป็นเยาวชนที่อาศัยอยู่ในตำบลดุสิต โดยศาลได้อนุมัติหมายจับและเจ้าหน้าที่ได้ติดตามจับกุมตัวไว้ได้ก่อนที่จะคุมตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันนี้(5ต.ค.)
โดยการจับกุมได้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ถ้ำพรรณรา ได้ติดตามจนพบว่าว่าผู้ต้องหาอายุ 18 ปีรายนี้ได้นำเงินที่ได้ไปอาศัยอยู่กับเพื่อนวัยรุ่นด้วยกันในท้องที่ อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยจับกุมได้ แต่เงินนั้นถูกใช้จ่ายไปหมดแล้วหลังจากนั้นจึงคุมตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังที่เกิดเหตุ และยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ส่วนเงินที่ได้นั้นมีเงินสดเพียง 16,000 บาทเท่านั้น และได้นำเอาไปใช้จ่าสยเล่นพนันออนไลน์ ซื้อยาเสพติดและเที่ยวเตร่ ขณะที่เจ้าหน้าที่พบว่าผู้ต้องหารายนี้อยู่ในครอบครัวที่มีบิดาและมารดาแยกทางกัน ไม่ได้เรียนหนังสือ ติดยาเสพติดและเที่ยวเตร่ จนกระทั่งมาก่อเหตุ
โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา "ลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือเพื่อการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พบจากการจับกุม โดยได้กระทำในสถานที่บูชาสาธารณะ และบุกรุกในเวลากลางคืน"
ด้านพล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ระบุว่าในส่วนของเงินที่หายไปนั้นถูกระบุว่า 4 หมื่นบาท ทางผู้บังคับการและผู้กำกับการ สภ.ถ้ำพรรณรา รวมทั้งข้าราชการตำรวจจะร่วมกันทำบุญโดยการรวบรวมเงินมาติดพุ่มกฐินให้ได้ตามจำนวนและส่งคืนให้กับวัด