คพ.เฝ้าระวังคุณภาพน้ำ หลังบ่อน้ำเสียโรงงานเอทานอลพังทลาย

ภูมิภาค3 ต.ค. 2560 • 09:52 น.
คพ.เฝ้าระวังคุณภาพน้ำ หลังบ่อน้ำเสียโรงงานเอทานอลพังทลาย
นางสุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2560 ได้มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง ทำให้บ่อพักน้ำเสียของโรงงานน้ำเสียของโรงงานประกอบธุรกิจโรงงานผลิตและจำหน่ายเอทานอลจากกากน้ำตาลและมันสำปะหลัง เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานเชื้อเพลิง ได้พังทลายทำให้เกิดน้ำไหลบ่าทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่หมู่ 7 และหมู่ 15 ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี หลังเกิดเหตุ คพ. และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบว่าน้ำที่ท่วมเป็นน้ำฝนปนกับน้ำเสียจากบ่อพักน้ำเสีย เกิดจากฝนที่ตกหนักทำให้น้ำไหลหลากส่งผลให้คันกั้นบ่อพักน้ำเสียของโรงงานซึ่งกักเก็บอยู่ประมาณ 300,000 ลูกบาศก์เมตร ตั้งอยู่เหนือหมู่บ้านเกิดพังทลายลงทำให้น้ำเสียไหลบ่ามาใส่บ้านเรือน ไร่นา และถนนหนทาง ที่อยู่ในพื้นที่ที่ต่ำกว่าพื้นที่บ่อพักน้ำเสีย จากนั้นไหลเข้าพื้นที่ ต.หนองกระทุ่ม อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกับ อ.ด่านช้าง และไหลลงสู่ห้วยกระเสียว ในเบื้องต้นน้ำเสียยังถูกกักเก็บไว้ในห้วยกระเสียวโดยมีการปิดประตูระบายน้ำป้องกันน้ำเสียไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีน นางสุณี กล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหา มีดังนี้ 1. คพ. ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุพรรณบุรี และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 5 (นครปฐม) เข้าสำรวจพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อสำรวจและตรวจวัดคุณภาพน้ำในพื้นที่ห้วยกระเสียว และบ่อพักน้ำเสียของโรงงาน เพื่อใช้ประเมินสถานการณ์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ซึ่งได้เก็บตัวอย่างน้ำและดินมาตรวจอย่างละเอียด 2. ให้มีการปิดประตูระบายน้ำชลประทานป้องกันไม่ให้น้ำเสียไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีน 3. ให้ทางโรงงานดำเนินการสูบน้ำเสียไหลลงสู่พื้นที่เพาะปลูกและบ้านเรือนของประชาชนนำกลับไปเข้าสู่ระบบบำบัด และ 4. ให้ทางโรงงานเร่งซ่อมคันดินบ่อพักน้ำเสียให้มีความแข็งแรงไม่ให้เกิดการพังทลายขึ้นอีก "น้ำเสียที่มีสีดำคล้ำปนสีน้ำตาล เนื่องจากเป็นกากน้ำตาลในกระบวนการผลิตเอทานอล มีกลิ่นฉุน ไม่พบการปนเปื้อนสารโลหะหนัก สำหรับผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำจากห้องปฏิบัติการจะทราบผลประมาณ 1 สัปดาห์ แนะนำประชาชนพยายามหลีกเลี่ยงสัมผัสน้ำเสียโดยตรง สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณลำน้ำท่าจีน โดยเฉพาะเกษตรกรที่เลี้ยงปลากระชัง หรือต้องนำน้ำไปใช้ในการเกษตร ขอให้ระมัดระวังและคอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงของน้ำและสัตว์น้ำอย่างต่อเนื่อง" นางสุณี กล่าว ++++++++++++