“ผู้รับเหมา”เดินหน้าทุบรื้อปืนใหญ่โบราณในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร “ไร้เงา” ศิลปากรเข้าควบคุมดูแล

ภูมิภาค12 ก.ค. 2566 • 09:32 น.โดย กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล
“ผู้รับเหมา”เดินหน้าทุบรื้อปืนใหญ่โบราณในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร “ไร้เงา” ศิลปากรเข้าควบคุมดูแล

จากรณีฐานปืนใหญ่และปืนใหญ่โบราณ ซึ่งน่าจะเป็นปืนใหญ่ประจำเรืออายุหลายร้อยปี ที่ถูกติดตั้งอยู่บริเวณหน้าวิหารพระสังกัจจายะ หรือที่รู้จักในท้องถิ่นในชื่อ “วิหารพระแอด” มาแล้วอย่างน้อย 70 ปี จุดอยู่นี้ภายในเขตพุทธาวาส วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเป้าหมาย 1 ใน 5 วิหารที่อ้างว่าต้องมีการบูรณะเพื่อประกอบแผนการจัดทำเอกสารในการเป็นมรดกโลกของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ยังคงถูกเดินหน้าทุบรื้อถอนออกจากจุดเดิม ล่าสุดช่างจากผู้รับเหมายังคงเข้าทำงานอีกครั้งตามการรับงานจ้าง จากผู้รับจ้าง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่ามีเพียงช่างที่เข้ารื้อถอนเท่านั้น ไม่มีเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากร เข้าควบคุมดูแลตามข้อสั่งการของอธิบดีกรมศิลปากรแต่อย่างใด

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งได้ทักท้วงและขอให้ยุติการรื้อถอนไว้ก่อนเมื่อกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา พระธรรมวชิรากร เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ได้เกษียนหนังสือขออนุญาตบูรณะ จากผู้รับจ้างเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมาอย่างชัดเจนว่า “ที่อนุญาตนั้น แต่ยังไม่เห็นว่า จะหาการป้องกันไม่ให้โบราณสถานถูกทำลายได้ จึงอยากจะให้วัดกรมศิลป์และช่างโยธาคุยกันก่อน เพื่อความสมบูรณ์ของวัตถุโบราณ” และลงนาม ท้ายข้อความ “พระธรรมวชิรากร”

ล่าสุด วันที่ 11 ก.ค.66 นายเฉลิม จิตรามาศ ประชาสัมพันธ์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ระบุว่าการเดินหน้าทุบรื้อปืนใหญ่ออกไปนั้น เข้าใจว่าผู้รับเหมาที่ต้องทำงานตามสัญญาจ้าง แต่ในส่วนของผู้รับผิดชอบนั้นยังไม่ได้คุยกันตามการสั่งของเจ้าอาวาสคือพระธรรมวชิรากร และก่อนหน้านี้ได้มีการสั่งให้ขึ้นป้ายให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้จ้าง ใครรับจ้าง ทำอะไรอย่างไร งบประมาณเท่าไหร่ ใครเป็นเจ้าของงบประมาณก็ยังไม่มีการดำเนินการ และการสั่งการล่าสุดที่ให้วัด โยธาธิการ และสำนักศิลปากร หารือกันก่อนเพื่อให้ได้ข้อยุติก็ยังไม่คุยกัน และการบูรณะที่ว่านั้นให้อยู่ภายใต้การกำกับของสำนักศิลปากร จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นเจ้าหน้าที่ หรือแม้กระทั่งกลุ่มผู้จ้าง

ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับการบูรณะภายในเขตพุทธาวาส วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร คณะกรรมการจัดทำเอกสารมรดกโลก ได้มีแผนที่จะบูรณะถึง 5 วิหารด้วยกัน แต่รายละเอียดนั้น ไม่ได้ระบุว่าจะทำอะไรอย่างไรบ้าง และใช้งบประมาณจากไหนเป็นเงินนอกงบประมาณหรือไม่ ก่อนหน้านี้ นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ได้ระบุต่อหน้า นายอภินันท์ เผือกผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และคณะกรรมการจัดอำเอกสารสู่มรดกโลกแล้วว่า การบูรณะไม่มีความจำเป็นสำหรับการจัดทำเอกสาร