ชาวประมงพื้นบ้านสตูลเดือดนัดรวมตัวปิดคลองปากบาราหลังกฎกระทรวงกำหนดแนวเขตฉบับใหม่ 

ภูมิภาค21 ธ.ค. 2565 • 10:40 น.
ชาวประมงพื้นบ้านสตูลเดือดนัดรวมตัวปิดคลองปากบาราหลังกฎกระทรวงกำหนดแนวเขตฉบับใหม่ 

วันที่ 21 ธันวาคม 2565  ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า กลุ่มตัวแทนชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดสตูล 100 คน  นัดรวมตัวกันที่สมาคมประมงประมงจังหวัดสตูล   ถนนฉลุง-ละงู  เทศบาลตำบลกำแพง  อำเภอละงู จังหวัดสตูล  หลังยื่นหนังสือถึงสมาคมประมงจังหวัดสตูล ให้ประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง พร้อมรอฟังคำตอบ  กรณีให้ระงับการใช้กฎกระทรวงกำหนดแนวเขตฉบับใหม่ที่ออกมาวันที่  7 ธันวาคม 2565 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่15 ธันวาคมที่ผ่านมา   สร้างความเดือดร้อนไม่สามารถทำกินได้    พร้อมเสนอให้มาใช้แนวเขตเก่า   ซึ่งความเดือดร้อนในครั้งนี้หากไม่เป็นผล  หลังยื่นข้อเรียกร้อง จะนัดรวมพลปิดคลองปากบาราเส้นทางเศรษฐกิจท่องเที่ยวและทำการประมง

สำหรับความเดือดร้อนจากการประกาศใช้กฎกระทรวง  กำหนดเขตประมงชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดสตูล  พุทธศักราช 2565  ทั้งที่จังหวัดสตูลมีแนวเขตติดอุทยานแห่งชาติเกือบทั้งหมด ทำให้ได้รับความเดือดร้อนจากประกาศฉบับนี้   โดยการเสนอความคิดเห็นผ่านประมงพื้นที่จังหวัดสตูลไปถึง 3 รอบไม่มีการนำข้อเสนอไปเพื่อพิจารณา

โดย นายยาหยา  ตะรุรักษ์  อายุ  65 ปี อยู่ม.2   ต.ปากบารา  อ.ละงู ชาวประมงพื้นบ้านเรือหัวโทงขนาด 6 ตัน  กล่าวว่า  ความเดือดร้อนเกิดขึ้นหลังกฎกระทรวงได้ประกาศใช้แนวเขตทางทะเลใหม่ จาก 3 ไปทะเลเป็น 10 ไมล์ทะเล ทั้งที่สภาพพื้นที่ของจังหวัดสตูลเต็มไปด้วยอุทยานทางทะเล  เหมือนบีบบังคับไม่ให้ชาวประมงได้ทำกิน   เนื่องด้วยเครื่องมือประมงที่ทำส่วนใหญ่เป็นเรือปั่นไฟหมึก  เรือปั่นไฟปลากะตัก  ซึ่งมีขนาดของเรือไม่เกิน 10 ตันกอส ด้วยเรือขนาดเล็กทำให้ไม่สามารถจะปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกมาได้

ส่วน นายสมเกียรติ   เลียงประสิทธิ์   นายกสมาคมประมงจังหวัดสตูล  หลังได้รับข้อร้องเรียนจากกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดสตูล  ได้นำเรื่องยื่นหนังสือต่อ จังหวัด เพื่อร่วมหาแนวทางแก้ปัญหา  ตามข้อเรียกร้องของชาวประมงพื้นบ้านที่ต้องการให้คงไว้ซึ่งแนวเขตเดิม   คือ 3 ไมล์ทะเลจากที่กฎกระทรวงออกมา ถึง 10 ไมล์ทะเล  

โดยทางสมาคมประมงจังหวัดสตูล ได้ทำหนังสือถึง  รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , อธิบดีกรมประมง ,ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล,สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย,ประมงจังหวัดสตูล เพื่อรับทราบปัญหา   พร้อมระบุหลังสมาคมประมงจังหวัดสตูลได้รับหนังสือจากกลุ่มชาวประมงที่ได้รับความเดือดร้อนตามที่กรมประมงได้ออกกฎกระทรวงกำหนดเขตทะเลชายฝั่งในบริเวณจังหวัดสตูลพุทธศักราช 2565 เมื่อวันที่ 7พฤศจิกายน 2565 ซึ่งประกาศฉบับนี้ไม่ได้นำความคิดเห็นของชาวประมงและผู้ที่เข้าร่วมประชุมรับความคิดเห็น ตามที่สำนักงานประมงจังหวัดสตูลได้เชิญประชุมทั้ง 3 รอบนั้นชาวประมงโดยเฉพาะเรือพื้นบ้านและเรือประมงขนาดเล็กที่ทำการประมงชายฝั่งไม่สามารถออกทำการประมงน้ำลึกในพื้นที่จังหวัดสตูลได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากและสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายซึ่งโทษและค่าปรับที่รุนแรงเนื่องจากพื้นที่ทำการประมงทะเลชายฝั่งจังหวัดสตูลเป็นพื้นที่เขตอุทยานเกือบทั้งหมด

ล่าสุด  นายชูชีพ  ธรรมเพชร  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล  เดินทางมารับฟังปัญหาชาวประมงพื้นบ้านที่รวมตัวร้องเรียนที่หน้าสมาคมประมงจังหวัดสตูล  100 คน พร้อมรับหนังสือร้องเรียนชาวบ้านผ่านสมาคมประมงจังหวัดสตูลถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลนั้น  โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัด  ระบุว่า แล้วเรื่องนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็รู้สึกห่วงใย   พยายามช่วยกันทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบังคับใช้กฎหมายเอง  ในเมื่อกฎหมายกฎกระทรวงมาบังคับใช้แล้วเจ้าหน้าที่ก็มีหน้าที่จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย   และได้มีการพูดคุยกับทางนายกสมาคมว่าคงจะมีการอะลุ่มอล่วยในช่วงระหว่างเพิ่งเริ่มบังคับใช้กฎหมายไปสักพักนึงก่อนแต่ยังไม่ถึงขั้นเข้มงวดกวดขัน 

 หลังได้รับหนังสือจากทางสมาคมประมงจังหวัด  ก็จะรีบยื่นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรวบรวมประเด็นปัญหาเพื่อนำเสนอผู้มีอำนาจก็คือกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งกรรมการประมงระดับจังหวัดอีกครั้งก็จะได้พิจารณาร่วมกันในการแก้ปัญหาระยะยาว    ทั้งนี้  ผู้ว่าราชการจังหวัดยังได้กำชับให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาซึ่งได้มีการลงนามแล้วเพื่อให้ชุดนี้เป็นชุดทำงานแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะ 

พร้อมฝากพ่อแม่พี่น้องชาวประมงพื้นบ้านหากจะมีการปิดเส้นทางก็อาจจะมีผลกระทบต่อพี่น้องอาชีพอื่นไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือว่าทัวร์ ซึ่งไม่ได้เดือดร้อนเฉพาะชาวประมง  ภาพรวมเดือดร้อนทั้งจังหวัดและไม่เป็นผลดีต่อใคร

 หลังรองผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าพูดคุยกับชาวประมงพื้นบ้านที่มารวมตัวชุมนุมหน้าสำนักงานสมาคมประมงจังหวัดนั้น   กลับไม่เป็นที่พอใจมากนัก ซึ่งจะมีการนัดพูดคุยและหาบทสรุปในกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านกันอีกครั้งว่าจะขับเคลื่อนอย่างใดต่อไป  โดยวันนี้ได้ยกเลิกการปิดคลองปากบาราเส้นทางเศรษฐกิจไปก่อน