ตำรวจ​ 3​ กองสืบ​ รวบ​ "ไอ้ชาติ​ ท่าผา"ฆ่าโหดช่างซ่อมบำรุงโรงน้ำตาลที่กาญจน์

ภูมิภาค15 ส.ค. 2563 • 23:20 น.
ตำรวจ​ 3​ กองสืบ​ รวบ​ "ไอ้ชาติ​ ท่าผา"ฆ่าโหดช่างซ่อมบำรุงโรงน้ำตาลที่กาญจน์
ตำรวจ​ 3​ กองสืบ​ รวบ​ "ไอ้ชาติ​ ท่าผา"ฆ่าโหดช่างซ่อมบำรุงโรงน้ำตาลที่กาญจน์กระซ๊วกด้วยมีดสปาต้า​ไม่ยั้ง​ที่หน้าอก 6​ แผล​ เชือดคอซ้ำจนหลอดลมขาด หลังก่อเหตุทิ้ง​ศพเน่าคาห้อง​ ก่อนจะปั่นจักรยานหลบหนีกลับไปพักเหนื่อยที่ห้องพักข้างโรงงาน ก่อนจะกลับบ้านแวะเอาบัตรเอทีเอ็ม.ของเหยื่อที่เขียนเลขรหัสไว้ที่ซองไปกดเงินในแบงค์​ ได้เงินไปแสนกว่าบาท​ ทำทีไม่มีอะไรกลับไปทำงานต่อ​ ส่งศพขึ้นอืดผ่าพิสูจน์แผนกนิติเวช​ รพ.ศูนย์​ ยืนยันการตายเพราะถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ย​ ผบช.ภ.7​ ทราบเรื่อง​ สั่งการทีมสืบสวนภาค​ 7​ ร่วมทีมตำรวจ​ กก.สส.กาญจน์​ สนธิกำลังชุดสืบสวนพื้นที่​ แกะร้อยตามล่าฆาตรกรจากเบาะแสกล้องวงจรปิดหน้าตู้เอทีเอ็ม.และพยานแวดล้อม​ จนพบตัวผู้ต้องสงสัย​ นำตัวมาเค้นสอบจนยอมรับสารภาพ​ เหตุจูงใจเพราะกำลังร้อนเงิน​ คุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพ​ โรงงานน้ำตาลทำเก๋​ สั่ง​ รปภ.ห้ามใครถ่ายภาพ​ โดยเฉพาะนักข่าว​ เกรงเสียชื่อโรงงาน สืบเนื่องจากเมื่อเวลา​ 12.00 น.ของวันที่​ 10​ ส.ค.63​ ที่ผ่านมา​ พ.ต.ต.สุดเขตต์​ พิมพากุล​ วารวัตรเวร​สอบสวน​ สภ.หนองรี​ อ.บ่อพลอย​ จ.กาญจนบุรี​ ได้รับแจ้งจาก​ รปภ.ประจำจุดบ้านพักของโรงงานน้ำตาลชื่อดังแห่วหนึ่งตั้งอยู่หมู่ที่​ 6​ ต.หลุมรัง​ อ.บ่อพลอย​ จ.กาญจนบุรี​ ว่าเกิดเหตุพบศพนายบุญทัด​ ละว้า​ อายุ​ 49 ย่าง​ 50​ ปี​ อยู่บ้านเลขที่​ 305​ หมู่​ 1​ ต.บ่อพลอย​ อ.บ่อพลอย​ จ.กาญจนบุรี พนักงานในตำแหน่งช่างซ่อมบำรุงของโรงงาน​ เสียขีวิตอยู่ภายในห้องพักคนคนงาน​ ในสภาพที่ร่างกำลังเน่าเปื้อยส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ จึงรายงานให้​ พ.ต.อ.ยุทธ​ เกิดเรือง​ ผกก.สภ.หนองรี​ และ​ พ.ต.ท.เชวง​ สังข์ทอง​ รอง​ ผกก.​หน.สอบสวน​ฯ​ ทราบเรื่อง​ พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดฯ​ ร่วมกับแพทย์เวร​ รพ.บ่อพลอย​ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสมาคมบ่อพลอยร่วมใจ​ เดินทางไปร่วมชันสูตรพลิกศพและตรวจหาหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด​ พร้อมทั้งส่งศพนายบุญทัด​ ผู้ตายไปที่​ รพ.ศูนย์นครปฐมเพื่อให้แพทย์แผนกนิติเวชฯ​ ทำการผ่าพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น ผู้สื่อข่าวราบงานว่า​ ภายหลังจากที่แผนกนิติเวชฯ​ รพ.ศูนย์นครปฐม​ มีหนังสือรับรองการตายของนายบุญทัด​ ว่าเป็นการถูกฆาตกรรม​ ตามร่างกายมีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมที่บริเวณหน้าอกรวม​ 6​ แห่ง รวมทั้งที่ลำคอมีร่องรอยถูกเชือดด้วยของมีคมจนหลอดลมขาด หลัง​ พล.ต.ท.ธนา ชูวงษ์​ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร​ ภาค​ 7​ ได้รับรายงาน​ จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.วรณัน​ สุขเจริญ​ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี​ สั่งการให้ พ.ต.อ.ศุภวัชร อังคสยาวัฒน์ ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี​ สั่งการให้ พ.ต.ต.จารุเกียรติ​ อตมศรีประเสริฐ​ นำกำลังตำรวจชุด​ กก.สส.ชป.5​ สนธิกำลังร่วมกับ พ.ต.อ.สุภาพ​ วัยนิพิฐพงษ์​ ผกก.สส.1​ บก.สส.ภาค​ 7​ และเจ้าหน้าที่​ กก.สส.ภ.7​ ประสานกำลังตำรวจชุดสืบสวน​ สภ.หนองรีฯ​ แยกย้ายกันออกสืบสวนหาข่าวและเบาะแสข้อมูลของผู้ตาย​ และของคนร้าย แนวทางการสอบสวนของตำรวจเบื้องต้นได้เชิญพี่ชาย​ น้องชายน้องสาวรวมทั้งญาติและพยานแวดล้อมมาทำการสอบปากคำ​รวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบ้านพักรวมทั้งตรวจสอบทรัพย์สินและเงินสดทึ่อยู่ในกระเป๋าสะพายของผู้ตายที่มีบัตรเอทีเอ็ม.หายไป แนวทางการสอบสวนพุ่งประเด็นไปที่การฆ่าเพื่อชิงทรัพย์​ เนื่องจากมีเบาะแสว่า ผู้ตายปล่อยเงินกู้ให้กับคนงานภายในโรงงาน​ จึงตรวจสอบเรื่องการเงินของผู้ตาย​ หลังพบศพมีการนำบัตรเอทีเอ็ม.ไปกดเงินในบัญชีธนาคาร​ 3​ ธนาคาร รวมเป็นเงินแสนกว่าบาท​ จึงติดต่อไปยังธนาคารเพื่อขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าตู้เอทีเเอ็ม.จนกระทั่งทราบว่า​ มีการนำบัตรเอทีเอ็ม.ไปเงินในบัญชีของผู้ตายรวมซึ่งผู้ตายเขียนเลขรหัสไว้ที่ซองบัตรจำนวนถึง​ 3​ ครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานไปยังธนาคารเพื่อขอตรวจสอบดูภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าตู้เอทีเอ็มพบว่า​ ผู้ที่นำบัตรไปกดเงินจากตู้​ คือ​นายอภิชาติ​ พาจันทร์​ หรือ"ชาติท่าผา"อายุ​ 44 ปี​ คนงานในโรงงานน้ำตาลนั่นเอง​ จึงนำกำลังไปเชิญตัวมาทำการสอบสวนปากคำ​ เบื้องต้นนายอภิชาติ​ ได้ให้การปฎิเสธ​ แต่​ สุดท้ายจนมุมด้วยหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด​ ยอมรับสารภาพว่า​ ก่อนหน้านี้เคยมีห้องพักอยู่ใกล้กับผู้ตาย​ แต่ต่อมาได้ย้ายไปพักห้องหักอีกโซนหนึ่ง​ แต่ก็ยังติดต่อกับผู้ตาย​ เคยไปนั่งกินเบียร์กับผู้ตายบ่อยๆ​ จนกระทั่งรู็ว่า​ ผู้ตายมีเงินและปล่อยเงินกู้ให้กับคนในโรงงาน จึงคิดวางแผนฆ่าผู้ตายเพื่อเอาเงิน​โดยวันที่​ 6​ ส.ค.ช่วงเย็นได้นั่งกินเบียร์กับเพื่อน​ เพื่อย้อมใจให้กล้า​ จนกระทั่งช่วงดึก​ได้ไปเคาะประตูเรียกผู้ตายที่หน้าห้องโดยพกมีดสปาต้าไปด้วย​ พอคนตายเปิดประตูออกมาก็ใช้มีดจ้วงแทงผู้ตายที่หน้าอกทันที​ ผู้ตายวิ่งหนีไปตรงห้องครัวด้านหลัง​ จึงแทงซ้ำไปที่หน้าอกหลายครั้ง​และใช้มีดปาดคอผู้ตายไป​ 2​ ที​จนผู้ตายล้มลงจมกองเลือด​ จากนั้นล้างไม้ล้างมือ​ หยิบฉวยได้กระเป๋าสะพายที่ผู้ตายพกพาไปไหนมาไหนอยู่เป็นประจำเพราะคิดว่าภายในกระเป๋ามีเงินจำนวนมาก จากนั้นก็ปั่นรถจักรยานกลับไปที่ห้องพัก​ ​เอากระเป๋ามาเปิดดูพบว่า​ ภายในมีเงินสดอยู่แค่ 200​ บาท​ แหวนทอง​ 1​ วง​ บัตรเอทีเอ็ม.​3​ ธนาคาร​ บัตรเอทีเอ็ม.แต่ละใบ​ ผู้ตายได้จดหมายเลขรหัสเสียบไว้ที่ซองพลาสติก​ พอตอนสายไม่ได้ไปทำงาน​ ขี่รถ​ จยย.ไปกดเงินและหลบหนีไปบ้านที่​ ต.ท่าผา​ อ.บ้านโป่ง​ จ.ราชบุรี​ ระหว่างทางนำมีด​ สปาต้าที่ใช้ก่อเหตุไปขว้างทิ้งในคลองชลประทานแถว​ ต.ดอนขมิ้น​ อ.ท่ามะกาฯ​ ส่วนกระเป๋าสะพายได้นำไปทิ้งไว้ทึ่กองขยะปากทางเข้าบ้านพักคนงาน​ ส่วนบัตรเอทีเอ็ม.หลังจากกดเงินเสร็จ​ ได้นำไปเผาทิ้ง​จนกระทั่งมาถูกตำรวจจั ส่วนสาเหตุที่ต้องฆ่่าเพราะกำลังเดือดร้อนเงินมากตั้งแต่ข่วงโรคโควิด-19​ ระบาด​ ค้างค่าผ่อนรถ​ ค้างค่าผ่อนบ้าน​จึงต้องตัดสินใจทำแบบนี้ หลังตำรวจทราบข้อมูลหลักฐาน​ จึงสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐาน​เพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดกาญจนบุรี​ และควบคุมตัวนายอภิชาติ​ พาจันทร์​ หรือ"ชาติท่าผา"มือฆ่าจอมโหดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพก่อนจะควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ท่ามกลางบรรยากาศผู้คนรวมทั้งคนงานในโรงงานที่ทราบข่าวต่างมามุงดูการนำตัวผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพเป็นจำนวนมาก​ โดยทางโรงงานน้ำตาล​ ได้สั่งห้ามไม่ให้ผู้ใดถ่ายภาพ​ โดยเฉพาะห้ามไม่ให้ผู้สื่อเข้าไปยังบริเวณบ้านพักโดยเด็ดขาด​ เนื่องจากกลัวโรงงานจะเสียชื่อเสียง