ร้อง“สภาทนายความ”ไทยรวมสินฯรง.ผลิตปลากระป๋อง ก่อความเดือดร้อนส่งกลิ่นเหม็น-ปล่อยน้ำเสีย

ภูมิภาค24 มิ.ย. 2562 • 22:16 น.
ร้อง“สภาทนายความ”ไทยรวมสินฯรง.ผลิตปลากระป๋อง ก่อความเดือดร้อนส่งกลิ่นเหม็น-ปล่อยน้ำเสีย
จากกรณีได้มีชาวบ้านในสมุทรสาคร ร้องเรียนความเดือดร้อนโดยให้ข้อมูลส่งไปยัง “สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์” ว่า กรณีโรงงานแปรรูปปลาทูน่าส่งออก “ชื่อบริษัทไทยรวมสิน จก.” สร้างความเดือดร้อนรำคราญเสียทั้งกลิ่นคาวปลา ส่งเสียงดัง และปล่อยน้ำเสียมาลงคลองสาธารณะ จากกระบวนการผลิตนึ่งปลาที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารกระป๋อง ทำให้เกิดเสียงดังจากเครื่องจักรทั้งกล่าวและกลางคืน เป็นเหตุให้รบกวนประชาชนแถบบริเวณรอบโรงงาน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร ได้รับมอบหมาย พันเอกเกรียงชัย สุวรรณทัต รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.สมุทรสาคร (ฝ่ายทหาร) นำทีมเข้าร่วมตรวจสอบ ก่อนทราบว่า เป็นโรงงานผลิตอาหารทะเลส่งออก ซึ่งมีโรงงานรวม 2 ส่วน (1 และ 2) ในพื้นที่ ต.ท่าทราย หมู่ 8 อำเภอเมืองสมุทรสาคร โดยมี นายชัยวัฒน์ วิเศษการ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฯ นายธรรมปพน จันทร์แก้ว ปลัดอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอฯ มาร่วมกับนายตรวจโรงงาน สนง.อุตสาหกรรมจังหวัดฯ, สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสมุทรสาคร และ จนท.เจ้าท่าสาขาสมุทรสาคร, จนท.ทหารจากกรมทหารสื่อสารที่ 1 (ค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน) รองนายก อบต.ท่าทราย และปลัดฯ ในฐานะผู้ร่วมสังเกตการณ์เพื่อเป็นสักขีพยาน นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นอภ.เมืองสมุทรสาคร กล่าวว่า สืบเนื่องด้วยที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2562 ได้มีชาวบ้านร้องเรียนปัญหากรณีโรงงานปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ และการนึ่งปลาผลิตอาหาร เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารทะเลกระป๋อง ซึ่งปล่อยให้มีกลิ่นคาวปลาที่เหม็นมาก และเสียงดังของเครื่องจักรที่ทำงาน ตลอดทั้งวันทั้งคืน อันรบกวนความเป็นอยู่ของประชาชนในละแวกใกล้เคียงและรอบโรงงาน “จากการตรวจสอบสภาพในโรงงานที่ 1.ในส่วนของ บ.ไทยรวมสินฯ 1 ปรากฏว่ามีท่อสีดำ ที่ยื่นออกมานอกรั้วโรงงาน และชาวบ้านได้ส่งคลิป /ภาพ ให้ทางศูนย์ดำรงธรรมฯ พบว่ามีน้ำออกจากท่อ ทั้งจากน้ำจากการระบายน้ำฝน และน้ำที่เป็นคราบสีแดง (คล้ายเลือดปลา) ออกจากท่อสีดำ ที่ด้านทางโรงงานได้รับว่า อาจจะมีน้ำจากกระบวนการล้างหลุดรอดลงบ่อพักน้ำฝน ที่ทางโรงงานสูบออกนอกโรงงาน ทั้งนี้จึงให้ รง.ลองทำการปิดรางระบายน้ำที่เป็นน้ำจากกระบวนการล้าง ไม่ให้ไหลลงบ่อพักน้ำฝน และได้ตรวจสอบท่อสีดำ จนพบว่า เป็นท่อคล้ายพีวีซีความยาวประมาณ 3 เมตร ซึ่งไม่ได้มีส่วนเข้าไปในรั้วโรงงานแต่อย่างใด แต่คาดว่า น่าจะเป็นท่อระบายของเก่าที่ทำการตัดออกจากระบบไปแล้ว กระทั่งต้องให้รื้อทิ้งออกไป และในส่วนกลิ่นคาวปลา ตรวจพบว่า มีกลิ่นมากพอสมควร แต่ส่วนปัญหาของเสียงดังนั้นไม่พบว่ามีเสียงดังของคนงาน ขณะที่ในส่วนความผิด ที่มีการปล่อยให้มีการหลุดรอดของน้ำจากกระบวนการผลิตโดยไม่ผ่านการบำบัดก่อนนั้น ซึ่งไม่ได้ขออนุญาตจาก สนง.เจ้าท่าจังหวัดสมุทรสาคร จึงมีความผิด ตามมาตรา 119 ของ พรบ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 “มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ และต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายในการขจัดสิ่งเหล่านั้นด้วย ส่วนเรื่องกลิ่นและเสียงดังของลูกจ้าง ได้มีการแนะนำในเรื่องกลิ่นปลานึ่ง ขอให้ทาง บริษัทฯ เร่งหามาตรการป้องกันในการไม่ให้เกิดเหตุรำคาญ แต่ขณะเดียวกันกรณีช่วงที่ลูกจ้างเลิกงานและต้องออกจากสถานที่โรงาน ไม่ให้มีการส่งเสียงดังระหว่างเปลี่ยนผลัดการทำงานด้วย จึงได้ประสานทางอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ได้มีคำสั่งตาม ม.37 พรบ.โรงงาน พ.ศ.2535 เพื่อในการแก้ไขปรับปรุงไม่ให้มีเสียงดัง และได้ออกคำสั่งตาม พรบ.สาธารณสุข กรณีให้ปรับปรุงเพื่อมิให้เกิดเหตุรำคาญรบกวนชาวบ้านด้วย ต่อมาทาง สนง.สิ่งแวดล้อมภาค 5 เขตนครปฐม และสนง.อุตสาหกรรม ทำการเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งรวม 3 จุดเพื่อไปตรวจ คือ ในบ่อพักน้ำฝน, น้ำเสียบริเวณที่ผ่านการบำบัด ก่อนจะปล่อยออกนอกรั้วโรงงาน และบริเวณนอกรั้ว นอภ.เมืองสมุทรสาคร ระบุว่า สำหรับโรงงานส่วนที่ 2.(เจ้าของเดียวกัน) ผู้ร้องเรียนได้แจ้งว่า มีปัญหาเครื่องจักรส่งเสียงดัง และขณะล้างอุปกรณ์ต่างๆ ระหว่างมีขนส่งถ่ายสินค้าขึ้นรถ จึงมีคำสั่งตาม ม.37 พรบ.โรงงาน พ.ศ.2535 เพื่อให้มีการแก้ไขปรับปรุงไม่ให้มีเสียงดังตาม พรบ.สาธารณสุขท้องถิ่น เพื่อควบคุมมิให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น อย่างไรก็ตามจะเข้าพิสูจน์อย่างละเอียยดไม่ให้มีลักลอบปล่อยน้ำเสียอย่างเข้มงวด