รวบสองเขมรทำเนียนฉกกระเป๋านักท่องเที่ยวญี่ปุ่นขณะลงจากเครื่องบิน

ภูมิภาค19 ม.ค. 2566 • 10:21 น.โดย สุทธิวิทย์ ชยุตม์วรกานต์
รวบสองเขมรทำเนียนฉกกระเป๋านักท่องเที่ยวญี่ปุ่นขณะลงจากเครื่องบิน

ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จับภาพได้ขณะที่มีนักท่องเที่ยวชายสองคนถือสะพายกระเป๋าสีเขียวของผู้เสียหายชาวญี่ปุ่น ออกมาจากอาคารเทียบเครื่องบิน  หลังจากที่ผู้เสียหายชาวญี่ปุ่นมาแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจท่องเที่ยวว่าถูกคนร้ายขโมยกระเป๋าสะพายสีเขียว ภายในมีทรัพย์สินและเงินสดหลายรายการโดยคนร้ายฉวยโอกาสขณะที่กำลังลงจากเครื่องบินแล้วทำฉกเอากระเป๋าของผู้เสียหายที่วางไว้ในที่เก็บสัมภาระเหนือที่นั่งผู้โดยสารภายในเครื่องบิน  

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ฝ่ายสายตรวจของตำรวจท่องเที่ยวประจำสนามบินร่วมกับสายตรวจพิเศษและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดย นาย กิตติพงศ์  กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สั่งบูรณาการกำลังและประสานศูนย์สุวรรณภูมิ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างเร่งด่วน จนไปเจอว่ามีนักท่องเที่ยวชายต้องสงสัยสองคนที่มากับสายการบินเดียวกันกับผู้เสียหายเดินสะพายกระเป๋าของผู้เสียหายออกมา ศูนย์ความปลอดภัย CCTV ท่าอากาศสุวรรณภูมิ จึงติดตามชายต้องสงสัยสองคนนี้จนพบว่ากำลังไปต่อเครื่องบินไปจังหวัดอุบลราชธานี และกำลังผ่านเครื่องแสกนของเจ้าหน้าที่การท่า เจ้าหน้าที่จึงรีบไปควบคุมตัวชายต้องสงสัยสองคนนี้ได้ขณะกำลังรอขึ้นเครื่องบิน จับกุมตัวได้พร้อมของกลางเป็นกระเป๋าสะพายของผู้เสียหายชาวญี่ปุ่นที่มาแจ้งความร้องทุกข์ไว้ก่อนหน้านี้ไม่ถึงชั่วโมง  เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวกลับมาที่สถานีตำรวจนักท่องเที่ยวประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อขยายผลจับกุม  เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงสายวันนี้ ( 18 ม.ค. 66 )

โดย พ.ต.ท. อัครพัชร์  ทองศรีวาณิช รองผกก.3 บก.ทท.1. กล่าวว่า จากการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนนี้ได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมงนั้น จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาเป็นชายชาวพม่า ทราบชื่อคือ 1. นายโกรด เซาะเพื่อน อายุ 38 ปี สัญชาติกัมพูชา หมายเลขหนังสือเดินทาง N00512930 (ผู้ต้องหาที่ 1) 2. นายเปรน เซาะเกลย อายุ 38 ปี สัญชาติกัมพูชา หมายเลขหนังสือเดินทาง N00161868 (ผู้ต้องหาที่ 2) พร้อมกับของกลางเป็น กระเป๋าสะพายสีเขียวยี่ห้อชื่อดัง  จำนวน 1 ใบกระเป๋าสตางค์สีดำ จำนวน 1 ใบ หูฟังไร้สาย ยี่ห้อ Sennheiser จำนวน 1 อัน หูฟังไร้สาย ยี่ห้อ Sony จำนวน 1 อันไอแพด ยี่ห้อ Apple จำนวน 1 เครื่อง ธนบัตรรัฐบาลไทย จำนวน 11,240 บาทเงินสกุลเยน จำนวน 186,000 เยน รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 100,000 บาท โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง เพราะจำนนด้วยหลักฐาน

ซึ่งพฤติการณ์ของผู้ต้องหารายนี้คือ เป็นผู้โดยสารที่นั่งเครื่องบินมาจากกรุงพนมเปญมาลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อจะไปพบแพทย์ที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยนั่งมาในที่นั่งแถวเดียวติดกันกับผู้เสียหายและผู้เสียหายได้นำกระเป๋าสะพายไว้ในที่เก็บสัมภาระเหนือหัวที่นั่งผู้โดยสาร พอเครื่องลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิผู้ต้องหาทั้งสองกลับไม่หยิบเอากระเป๋าของตนเองไปแต่หยิบเอากระเป๋าของผู้เสียหายที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นไปแทน ซึ่งเจ้าตัวทราบดีว่าไม่ใช่กระเป๋าของตนเองเพราะมีการค้นกระเป๋าผ่านเครื่องแสกนและเจ้าหน้าที่ก่อนขึ้นเครื่องไปอุบลราชธานี แต่ไม่แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่ามีการหยิบกระเป๋าผิดไปและจงใจนำเอาไปเป็นทรัพย์สินของตนเอง จนกระทั่งติดตามจับกุมตัวได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้ง ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน นำตัวทั้งสองส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนทรัพย์สินทั้งหมดยังอยู่ครบ เจ้าหน้าที่ได้ส่งคืนผู้เสียหายชาวญี่ปุ่นทันทีเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวที่พัทยา ซึ่งผู้เสียหายชาวญี่ปุ่นออกมาขอบคุณและกล่าวความในใจที่ประทับใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวและความรวดเร็วของเจ้าหน้าที่การท่าโดยเฉพาะศูนย์ CCTV ที่ช่วยติดตามจนพบคนร้ายและตามจับกุมตัวได้อย่างรวดเร็ว