มทภ.4 สั่งคุมเข้ม หลังคนร้ายดักบึ้ม ทหาร รปภ.นักเรียน โชคดีระเบิดทำงานช้าไม่มีใครเจ็บ

ภูมิภาค8 ส.ค. 2566 • 20:45 น.โดย ปาเรซ โลหะสันต์
มทภ.4 สั่งคุมเข้ม หลังคนร้ายดักบึ้ม ทหาร รปภ.นักเรียน โชคดีระเบิดทำงานช้าไม่มีใครเจ็บ

เมื่อเวลาประมาน 10.00 น. วันที่ 8 ส.ค.66 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองจิก รับแจ้งเกิดคนร้ายลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัด ร้อย.ทพ.4303  ชุดรักษาความปลอดภัยเส้นทาง โชคดีระเบิดทำงานช้า ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดถนนในหมู่บ้าน ม.3 บ้านบางทัน ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

หลังรับแจ้งจึงจัดกำลัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นถนนเลนเดียวเส้นทางรอยต่อระหว่างบ้านบางทัน-สายหมอ โดยสองข้างทางเป็นป่าละเมาะ บนถนนพบหลุมระเบิดขนาดใหญ่ และมีเศษดินกองเต็มถนน และชิ้นส่วนระเบิดกระจัดกระจายในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานจำนวนหนึ่งกำลังลาดตระเวน เพื่อคุ้มครองเส้นทางให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านสายหมอ ที่จะเข้าศึกษาดูงานในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ในหมู่บ้านดังกล่าว เมื่อเจ้าหน้าที่ขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายได้ทำการกดระเบิดขึ้น แต่ระเบิดทำงานช้า ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบกด เจ้าหน้าที่จึงเก็บชิ้นส่วนระเบิดไว้เป็นหลักฐาน เพื่อขยายผลหาคนร้ายมาดำเนินคดี เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นกลุ่มเดิมๆที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่หนองจิก โดยการสร้างสถานณ์หวังลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร

พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 และ พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 ได้สั่งกำชับไปยังเจ้าหน้าที่กองกำลังในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพิ่มมาตรการคุมเข้มและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง หลังมีเหตุความรุนแรงบ่อยครั้งในห้วง 3 วันนี้ โดยให้ ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด ทุกด่านตรวจให้มีการตรวจสอบบุคคล และยานพาหนะ ตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มความถี่ในการเดินตรวจตราพื้นที่รับผิดชอบ เน้นย้ำเพ่งเล็งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ บุคคลที่มีสัมภาระที่น่าสงสัย พร้อมจัดชุดสายตรวจ ทั้งในเครื่องแบบ และนอกเครื่องแบบ ออกตรวจสอบหาข่าวและดูแลรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความปลอดภัย พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลบุคคลและวัตถุต้องสงสัย ป้องกันผู้ก่อความไม่สงบเข้ามาก่อเหตุการณ์รุนแรงใน