สุดทน! นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ตั้งรางวัลนำจับพวกเผาป่า

ภูมิภาค6 มี.ค. 2565 • 11:33 น.
สุดทน! นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ตั้งรางวัลนำจับพวกเผาป่า
นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เหลืออดหลัง เกิดการลอบเผาป่าในพื้นที่ อำเภอเมืองถี่ยิบ ส่งผลให้เกิดควันพิษกระทบต่อประชาชนโดยรวม ประกาศให้ทุกหมู่บ้านเฝ้าระวังและจับกุมคนลอบเผาป่า หากจับได้มีรางวัลอย่างงาม เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2565 นายพงษ์พีระ ชูชื่น นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไฟป่าที่ยังคงเกิดอย่างต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอเมือง ทั้งที่ได้มีการประกาศของจังหวัดออกมาบังคับใช้เรื่องการห้ามเผาป่า แต่ก็ยังคงมีการฝ่าฝืนและลอบเผาป่าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด คุณภาพอากาศ ยังวิกฤติต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 โดยค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน เช้าวันนี้วัดได้ 86 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3) ( ค่ามาตรฐาน ไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จากสถานการณ์ดังกล่าว ทางอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน โดยนายอำเภอ ได้ทำหนังสือคำสั่ง ไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยให้จัดกำลังออกตรวจสอบ หาข่าว สกัดกั้นการลอบเผาป่าในทุกหมู่บ้าน หากพบมีการลอบเผาป่าให้ดำเนินการจับกุมในทันที โดยหมู่บ้านใดสามารถชี้ช่องให้ทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวคนเผาป่าได้ จะมีรางวัลให้ รายละ 5,000 บาท นอกจากนั้น ให้ทุกหมู่บ้าน ทำการซักซ้อม การปฏิบัติ ดับไฟป่า ถ้ามีเหตุ ไฟป่าลุกลาม เป็นวงกว้าง ชาวบ้านไม่สามารถ ดับได้ ให้รีบ แจ้ง ศูนย์ ตำบล และ อำเภอ ซึ่งทางอำเภอ จะจัดกำลังเข้าไปช่วยเหลือดับไฟป่า ยกตัวอย่างเช่นเดียวกันกับ บ้านหัวน้ำแม่สะกึด ที่ทุกภาคส่วนได้แก่ ชาวบ้าน ป่าไม้ อส ทหาร จิตอาสา จนสามารถควบคุมไฟป่าได้ ทั้งนี้ ผลกระทบจากไฟป่า ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนทั่วไปจะมีสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแต่ละหมู่บ้าน ที่มีผู้ป่วยที่ติดโรคโควิด จำนวนมาก และผู้ป่วยเหล่านั้นได้รับผลกระทบจากควันไฟป่า และฝุ่นละออง ที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจโดยตรงยิ่งส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น สำนักงานสิ่งแวดล้อมที่ 1 ภาคเหนือ รายงานผลการตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน พบว่ามีค่าเกินมาตรฐานในพื้นที่ - ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย PM2.5=57 มคก./ลบ.ม. - ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย PM2.5=59 มคก./ลบ.ม. - ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ PM2.5=58 มคก./ลบ.ม. - ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน PM2.5=86 มคก./ลบ.ม. Hotspot เกิดขึ้นจำนวน 124 จุด (เชียงใหม่ 36 จุด เชียงราย 0 จุด ลำพูน 8 จุด และแม่ฮ่องสอน 80 จุด) จากรายงานพบว่า จุดความร้อนพบมากที่สุดคือ จ.แม่ฮ่องสอน 80 จุด รองลงมาคือ เชียงใหม่ 36 จุด ลำพูน 8 จุด และค่ามลพิษสูงสุดคือ แม่ฮ่องสอน ค่า PM2.5=86 มคก./ลบ.ม.