ภาคเอกชนร่วมกับชาวบ้านและป่าไม้ลุยฝนปลูกไม้มีค่ากลางป่าสบขุ่น
นายสุทัศน์ จินตเวชศาสตร์ นายอำเภอท่าวังผา เป็นประธาน นำหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ประชาชน เยาวชนและเด็กนักเรียน บ้านสบขุ่น ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา ร่วมกันปลูกต้นไม้มีค่า 12 ชนิด จำนวน 400 ต้น ในบริเวณพื้นที่ป่าฟื้นฟูบ้านสบขุ่น ซึ่งได้รับการสนับสนุนพันธุ์กล้าไม้จากสำนักงานป่าไม้จังหวัดน่านกรมป่าไม้ โดยการปลูกต้นไม้ครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนโดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ชุมชนบ้านสบขุ่น
สำหรับการปลูกต้นไม้พื้นที่บ้านสบขุ่นครั้งนี้ เป็นความร่วมมือ ภายใต้โครงการ We Grow ปลูกเพื่อความยั่งยืน ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคมและชุมชนต่างๆในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำ ปิง วัง ยม และน่าน ดำเนินการปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 508,224 ต้น ในพื้นที่ 6,000 ไร่ ซึ่งในปี 2563 วางแผนปลูกในพื้นที่ต้นน้ำ รวม 100,000 ต้น โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพิ่มพื้นที่สีเขียว อนุรักษ์ดินน้ำป่า ปกป้องฟื้นฟู รักษาระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเพิ่มต้นไม้ ในการดูดซับคาร์บอน ที่เป็นต้นเหตุของสภาวะโลกร้อน และลดภาระการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ในการร่วมกันรักษาสมดุล ระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นายอรรถวิทย์ ยุทธยศ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า พื้นที่บ้านสบขุ่น เดิมเกษตรกรปลูกข้าวโพดบนพื้นที่ซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิ์และสภาพเป็นภูเขาหัวโล้น โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้เล็งเห็นถึงปัญหาและผลกระทบจึงได้กำหนดเป็นนโยบายด้านความยั่งยืน ซึ่งได้เริ่มเข้ามาพัฒนาพื้นที่ร่วมกับสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านสบขุ่น และ สำนักงานป่าไม้จังหวัดน่าน และชาวบ้านสบขุ่น ตั้งแต่ปี 2558 ในการร่วมกันวางแผนฟื้นฟูสภาพป่า และพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน โดยการส่งเสริมปลูกกาแฟพันธุ์อาราบีก้า เชียงใหม่ 80 และไม้ผลยืนต้น ซึ่งปัจจุบันมีชาวบ้านสบขุ่นที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 89 ราย พื้นที่ 5,000 กว่าไร่ และมีเกษตรกร 12 ราย ซึ่งเคยเป็นรายใหญ่ที่มีการปลูกข้าวโพดพื้นที่จำนวนมาก ได้เลิกการปลูกข้าวโพดแล้ว และเกษตรกรรายอื่นๆ ก็ลดพื้นที่การปลูกข้าวโพดลงเรื่อยๆ ซึ่งเกษตรกรและชาวบ้านสบขุ่น ร่วมกันจัดสรรพื้นที่ใน 5,000 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่เพื่อทำการเกษตร และสามารถฟื้นฟูเป็นสภาพป่าเพื่อคืนธรรมชาติได้มากถึง 2,000 ไร่ และผลผลิตกาแฟที่เกิดขึ้น ทางเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้เข้ามาร่วมพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนสร้างป่า สร้างรายได้ บ้านสบขุ่น ได้ก่อสร้างโรงแปรรูปผลผลิตขึ้นในพื้นที่บ้านสบขุ่น เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำผลผลิตกาแฟมาขายได้ โดยคาดว่าในปีนี้ จะได้ผลผลิตกาแฟเชอรี่ จาก 45 รายแปลง ประมาณ 20 ตัน
สำหรับกิจกรรมการปลูกป่าบ้านสบขุ่นครั้งนี้ เกิดจากความต้องการของเกษตรกรและชาวบ้านสบขุ่น ที่ต้องการฟื้นฟูพื้นที่ป่า และ ต้องการปลูกไม้ป่ามีค่าเพื่อให้เป็นไม้ร่มเงาในสวนแปลงกาแฟ โดย ต้นไม้ที่ร่วมกันปลูก ได้แก่ ต้นพญาเสือโคร่ง ต้นทองอุไร ต้นสะเดา มะขามป้อม ตะเคียนทอง ประดู่ พะยูง ต้นแขยง ต้นเสี้ยว ต้นอินธนิล ไผ่ซางนวล และต้นมะค่าโมง โดยตั้งเป้าปลูกจำนวน 10,000 ต้น