แก๊งมอดไม้เหิมหนักลอบตัดต้นพะยูงอายุร่วม 100 ปี
แก๊งมอดไม้เหิมหนักลักลอบตัดไม้พะยูงเก่าแก่อายุร่วม 100 ปี 2 จุดในคืนเดียวทั้งในวัดและที่ สปก.โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย หลังได้รับแจ้ง ตร.พร้อมฝ่ายปกครองรุดตรวจสอบคนร้ายไหวตัวทันทิ้งไม้ที่แปรรูปแล้วพร้อมอุปกรณ์ขับรถหลบหนี คาดหากลำเลียงออกนอกพื้นที่และส่งขายต่างประเทศได้จะมีมูลค่านับล้าน ชาวบ้านเชื่อกลุ่มคนมีสีอยู่เบื้องหลัง นายอำเภอสั่งเพิ่มมาตรเข้ม
วันนี้ (11 ก.ย.60) นายสิทธิโรจน์ เจริญธนศักดิ์ นายอำเภอแคนดง จ.บุรีรัมย์ พร้อม พ.ต.อ.สัมภาษณ์ ศรีจันทึก ผู้กำกับการ สภ.แคนดง นายก อบต.หัวฝาย และผู้นำชุมชน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบต้นพะยูงเก่าแก่อายุร่วม 100 ปี ขนาด 2 คนโอบ ภายในวัดป่าโนนเขวา ม.8 ต.หัวฝาย อ.แคนดง และใกล้กับป่าอ้อยบ้านโคกสว่าง ม.6 ซึ่งเป็นที่ สปก. อยู่ห่างกันไม่ถึง 100 เมตร
หลังได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านว่ามีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวน ลักลอบตัดโค่นต้นพยุงเพื่อเตรียมลำเลียงออกนอกพื้นที่ส่งขายให้กับนายทุน เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา คืนเดียว 2จุด
โดยจากการเข้าตรวจสอบภายในวัดป่าโคกเขาพบต้นพะยูงถูกตัดโค่นลงเรียบร้อยแล้ว และมีร่องรอยการใช้เลื่อยยนต์เลื่อยเป็นท่อนไว้แล้ว ส่วนจุดที่ 2 ใกล้ป่าอ้อยบ้านโคกสว่าง พบตะพะยูงถูกตัดโค่นพร้อมแปรรูป และกำลังทยอยขนส่งออกจากพื้นที่ไปบางส่วน แต่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบคนร้ายเกิดไหวตัวทันสามารถขับรถหลบหนีไปได้ ทิ้งเพียงของกลางไม้ที่พะยูงแปรรูปแล้ว พร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำผิดทั้งเครื่องปั่นไฟ เลื่อนยนต์ดัดแปลงใช้ไฟฟ้า และเสื้อผ้าสภาพเปียกฝน 10 ตัว ที่คนร้ายไว้สับเปลี่ยนสวมใส่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานเพื่อและเบาะแสในการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่มาลักลอบตัดไม้พะยูง ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. มาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะที่ชาวบ้านเชื่อว่าน่าจะมีผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มคนมีสีอยู่เบื้องหลังขบวนการดังกล่าว เพราะกระทำโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายทั้งที่อยู่ในวัด และในชุมชน และอาจจะมีคนในพื้นที่คอยชี้เป้าหรือรับจ้างตัดให้ เพื่อลำเลียงส่งให้กับนายทุนเพื่อส่งขายต่อต่างประเทศตามที่มีออเดอร์ ซึ่งหากสามารถส่งออกได้จะมีมูลค่านับล้านบาท
นายสิทธิโรจน์ เจริญธนศักดิ์ นายอำเภอแคนดง กล่าวว่า จากพฤติกรรมการก่อเหตุคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มคนนอกพื้นที่ ซึ่งก็ได้ประสานให้ทางตำรวจดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว พร้อมกันนี้ยังได้กำชับให้ฝ่ายปกครองร่วมกับเจ้าหน้าที่ ตร. และผู้นำชุมชน ได้เพิ่มมาตรการเข้มในการตรวจตราเฝ้าระวัง ป้องกันไม่ให้กลุ่มขบวนการดังกล่าวกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก พร้อมขอความร่วมมือให้ชาวบ้านช่วยเป็นหูเป็นตาคอยดูแลสอดส่องกลุ่มคนต้องสงสัย หากพบให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที