สาธารณสุขกาญจน์ เตือน ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานใกล้ชิดช่วงปืดเทอม หวั่น ยอดเด็กจมน้ำพุ่ง
หลังเกิดเหตุสลด เด็กชายวัย 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 จมน้ำเสียชีวิตขณะลงเล่นน้ำกับเพื่อน แนะ ผู้ปกครองควรฝึกทักษะการเอาชีวิตรอด 3 อย่าง "ตะโกน-โยน-ยื่น" เตรียมบูรณาการความร่วมมือจากคณะกรรมการพัฒนาคุณภาะชีวิตระดับอำเภอ(พชอ.)บ้านและชุมชนร่วมมือป้องกันแหล่งน้ำเสี่ยงในพื้นที่ป้องกันเด็กจมน้ำช่วงปิดเทอม
นายแพทย์พนัส โสภณพงษ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า "สภาพอากาศได้เปลี่ยนเป็นฤดูร้อน และเป็นช่วงปิดเทอมในเดือนมีนาคม-พฤษภาคม เป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงเด็กจมน้ำสูงที่สุด การจมน้ำเป็นสาเหตุทำให้เด็กไทยที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 1 มากกว่าโรคติดเชื้อ และไม่ติดเชื้อ
ในรอบ 10 ปี พบว่าเด็กจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึงปีละ 904 คน หรือวันละ 2.5 คน ช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงสุดทุกปี โดยเฉพาะเดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตถึง 231 คน คิดเป็นร้อยละ 34 ของเด็กที่จมน้ำตลอดทั้งปี เกือบครึ่งหนึ่งของเหตุการณ์พบว่า เป็นการชวนกันไปเล่นน้ำเป็นกลุ่มตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ส่วนใหญ่ขาดทักษะการเอาชีวิตรอดในน้ำ และไม่รู้วิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้อง แหล่งน้ำที่เด็กจมน้ำมากที่สุด คือ แหล่งน้ำตามธรรมชาติ คลองชลประทาน สำหรับจังหวัดกาญจนบุรี มีสภาพภูมิประเทศมีป่าเขาและแหล่งน้ำจำนวนมาก
ข้อมูลสถานการณ์เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิตปี 2561 มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวน 125,027 คน เสียชีวิตจากการจมน้ำ 8 ราย คิดเป็นอัตรา 6.40 ต่อประชากรเด็กแสนคน สถานการณ์ คือ ลำห้วยธรรมชาติ 4 ราย แม่น้ำ อ่างเก็บน้ำ และถังน้ำภายในบ้านอย่างละ 1 ราย
เนื่องจากเด็กมักจะลงเล่นน้ำคลายความร้อนในสภาวะอากาศร้อนอบอ้าว และมักลงเล่นน้ำเป็นกลุ่ม เมื่อมีรายหนึ่งจมน้ำก็จะลงไปช่วยกัน แต่ช่วยไม่เป็นจึงทำให้จมน้ำตายด้วยกันยก ตัวอย่างเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา มีเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของ รร.แห่งหนึ่ง จำนวน 6 คนได้ชักชวนกันไปว่ายน้ำในแม่น้ำแควใหญ่เพื่อคลายร้อนแล้วเกิดจมน้ำเสียชีวิตไป 1 รายต่อหน้าต่อตาเพื่อนๆ โดยที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้
สำหรับแหล่งน้ำที่เด็กจมน้ำ คือแหล่งน้ำธรรมชาติ แม่น้ำ ลำคลอง หนองน้ำ บึง รองลงมาสระว่ายน้ำ อ่างเก็บน้ำ ส่วนในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จุดเกิดเหตุมักอยู่บ้าน คือจะจมน้ำในถังน้ำำ อ่างน้ำ กะลังมังที่มีน้ำอยู่ เนื่องจากเด็กยังทรงตัวได้ไม่ดี ทำให้ล้มลงในท่าศีรษะทิ่มลงและไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทำให้เสียชีวิต
ปัญหาเด็กว่ายน้ำไม่เป็นยังเป็นปัญหาของเด็กไทย จึงไม่ควรปล่อยให้เด็กไปเล่นตามลำพัง แม้จะเป็นแหล่งน้ำใกล้บ้าน หรือแหล่งน้ำที่คุ้นเคยก็ตาม ควรให้ความรู้ในการปฐมพยาบาลผู้จมน้ำที่ถูกต้อง รวมทั้งขอความร่วมมือชุมชนทุกแห่งให้สำรวจแหล่งน้ำที่เสี่ยงต่อการจมน้ำในพื้นที่ เพื่อจัดการดูแลให้เกิดความปลอดภัยกับเด็ก หากพบเห็นอุบัติเหตุคนจมน้ำ สามารถโทรแจ้งขอความช่วยเหลือทางหมายเลข 1669 ทันที ควรป้องกันโดยการฝึกทักษะการเอาชีวิตรอด แนะวิธีช่วยเหลือคนตกน้ำ ทำ 3 อย่าง"ตะโกน-โยน-ยื่น พร้อมบูรณาการความร่วมมือจากคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ(พชอ.) บ้านและชุมชนร่วมมือกันป้องกันเด็กจมน้ำช่วงปิดเทอม"
นายแพทย์สาธารณสุขยังกล่าวต่ออีกว่า "ขอย้ำพ่อแม่ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดในช่วงปิดเทอมเพื่อป้องกันการจมน้ำในเด็ก ไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นน้ำกันตามลำพัง ห้ามกระโดดลงไปในน้ำเพื่อช่วยเพื่อน แม้ว่าจะว่ายน้ำเป็น เนื่องจากเด็กไม่รู้วิธีการเอาชีวิตรอดในน้ำ ซึ่งวิธีการช่วยเหลือก็ต้องตะโกนให้ผู้ใหญ่มาช่วยเหลือ
หรือถ้าไม่มีใครก็ให้ใช้อุปกรณ์ที่ลอยน้ำได้ เช่น แกลลอน ถัง ลูกมะพร้าว ไม้ยาวๆ หรือเชือกโยนให้ผู้ตกน้ำเกาะลอยตัวเข้าหาฝั่งได้"