อบต.หนองหลวง อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย ต้นแบบกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น เน้นให้ความสำคัญผู้สูงอายุ หลายหน่วยงานศึกษาดูงาน นำไปต่อยอดพัฒนาท้องถิ่น

ภูมิภาค8 มิ.ย. 2562 • 00:06 น.
อบต.หนองหลวง อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย ต้นแบบกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น เน้นให้ความสำคัญผู้สูงอายุ หลายหน่วยงานศึกษาดูงาน นำไปต่อยอดพัฒนาท้องถิ่น
วันที่ 7 มิ.ย. 2562 นางสมัย ชนาราษฎร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหลวง พร้อมคณะผู้บริหาร อบต.หนองหลวง ผู้นำชุมชน บุคลากร อบต.หนองหลวง และ ชาว ต.หนองหลวง ให้การต้อนรับนางฉวีรรรณ อาร์รีเอื้อ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลรอบเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ที่นำคณะผู้บริหาร อบต.รอบเมือง สมาชิกสภา อบต.รอบเมือง ผู้นำชุมชน เดินทางมาศึกษาดูงานโรงเรียนผู้สูงอายุ (สปสช.) นางสมัย ชนาราษฎร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหลวง กล่าวว่า ตำบลหนองหลวง อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย มีจำนวน 20 หมู่บ้านประชากรทั้งสิ้น จำนวน 14,908 คน แยกเป็นชาย 7,512 คน หญิง7,424 คน มีความหนาแน่นเฉลี่ย 245.74 คนต่อตารางกิโลเมตร (ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2559) มีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มมีความลาดเอียงเล็กน้อย มีหน้าดินตื้นเขินมีดินลูกรังปะปนเป็นบางส่วน ลักษณะหมู่บ้านตั้งอยู่เป็นกลุ่มๆ ระยะห่างกันโดยเฉลี่ย 2 กิโลเมตร เมื่อตนได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหลวง สิ่งที่ต้องทำในพื้นที่ขนาดใหญ่ในหลายๆด้านที่ตนดำเนินงานคือการพัฒนาคน โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับ “ผู้สูงอายุ” “ที่ตำบลหนองหลวง อำเภอเฝ้าไร่จังหวัดหนองคาย มีการดูแลผู้สูงอายุทั้งที่ติดสังคมและติดบ้านได้อย่างเหมาะสม โดยมีกองทุน หลักประกันสุขภาพระดับพื้นที่ ผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง บางคนฟันยังอยู่ครบทุกซี่ การเคลื่อนไหวร่างกายยังคล่องแคล่ว” นางสมัย ชนาราษฎร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหลวง กล่าว นางสมัย ชนาราษฎร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหลวง กล่าวต่อว่า อบต.หนองหลวง จัดทำโรงเรียนผู้สูงอายุ ขึ้นให้ลุงป้า ตา ยาย มีพื้นที่ พบปะกัน กลายเป็นความสุขใจ กิจกรรมมีทั้งออกกำลังกายเพิ่มความจำให้สมอง ร้องเพลง รำวงที่ล้วนเป็น พลังสะสมที่ผู้สูงอายุ ทุกคนมีอยู่ เมื่อมีกำลังใจดี จิตใจแจ่มใส ร่างกายก็แข็งแรง ตามไปด้วย แม่สูงอายุ อยู่บ้านสองคนกับลูกที่ป่วยจิตเวช มีทีมหมอครอบครัวเข้าตรวจสุขภาพ แนะนำการใช้ยา ถือเป็นการดูแลผู้สูงอายุได้ครบทุกรูปแบบ ทั้งติดบ้าน ติดเตียงและติดสังคม จนทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากหลายพื้นที่ได้เดินทางมาศึกษาดูงาน “โรงเรียนผู้สูงอายุ โรงเรียนแห่งความสุข” ที่ ต.หนองหลวง เป็นประจำ เพื่อนำความรู้ วิธีการดำเนินการต่างๆไปปรับใช้พัฒนาท้องถิ่นตนเองต่อไป อบต.หนองหลวง เข้าร่วมกับ สปสช.จัดตั้งกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลหนองหลวง โดยดำเนินการในรูปแบบของคณะกรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต.หนองหลวง และกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมีกิจกรรมครอบคลุมงานทั้งในด้านการส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุข การสนับสนุนกลุ่มหรือองค์กรประชาชนมีส่วนร่วมด้านสุขภาพ กิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนงานที่เกี่ยวกับกรณีเกิดโรคระบาดหรือภัยพิบัติ ผลการดำเนินงานอยู่ในระดับที่ดี และเป็นศูนย์การเรียนรู้และศึกษาดูงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อื่นๆ หลังจากนั้นได้เข้าร่วมจัดตั้งกองทุนดูแลผู้สูงอายุในภาวะพึ่งพิง เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในพื้นที่ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับ รพ.สต., สสอ., รพ., อสม. และแกนนำชุมชน นางสมัย ชนาราษฎร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหลวง กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า โรงเรียนแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นมาจากกองทุนสุขภาพตำบล และงบประมาณจาก สปสช. ที่โรงเรียนผู้สูงอายุแห่งนี้มีความแตกต่างจากโรงเรียนผู้สูงอายุที่อื่นๆคือ เราให้ผู้สูงอายุได้กลับมาใส่ชุดนักเรียนกันอีกครั้ง ซึ่งคนภายนอกอาจจะมองว่า เป็นการสร้างภาระให้กับผู้สูงอายหรือไม่ในการจัดหาชุดนักเรียนมา ซึ่งตรงนี้เราขอบอกว่า เราไม่บังคับให้ซื้อชุดนักเรียนใหม่ ผู้สูงอายุสามารถหยิบยืมชุดนักเรียนของลูกหลานมาใส่ได้ แต่สำหรับบางคนที่มีฐานะเขาก็ซื้อชุดนักเรียนมาเป็นของตนเองก็ได้ เป็นการลดช่องว่างระหว่างเด็กกับผู้สูงอายุ เมื่อผู้สูงอายุสวมใส่ชุดนักเรียนจะให้ความรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง และลดช่องว่างของการเข้าร่วมชั้นเรียน ที่บางครั้งครูที่มาสอนอายุน้อยกว่า ผู้สูงอายุบางท่านจะมีอีโก้ แต่เมื่อมาสวมชุดนักเรียนเหมือนกันหมดแล้ว ทุกคนต้องเชื่อฟังครูที่มาสอน โรงเรียนผู้สูงอายุที่นี่จะรับนักเรียนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะเข้าเรียนอาทิตย์ละ 1 วัน กิจกรรมที่ทำตอนเช้าก่อนเข้าเรียน เข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ไหว้พระ กิจกรรมช่วงเช้ามีการร้องรำทำเพลง ออกกำลังกาย เพื่อให้ผู้สูงอายุยืดเส้นยืดสาย บางท่านมีความสามารถด้านการร้องเพลงโบราณ ก็จะให้มาสอนเพื่อนๆในวัยเดียวกัน ซึ่งเท่ากับเป็นการอนุรักษ์ความรู้เก่าๆ ให้คงอยู่ต่อไป ส่วนในภาคบ่ายจะเป็นการเรียนรู้วิชาชีพที่ผู้สูงอายุอยากเรียน เช่น การทำขนม เบเกอรี่ อาหาร ทำสวน ซึ่งทุกคนสามารถเลือกเรียนได้ตามที่ต้องการ ส่วนทางโรงเรียนจะมีหน้าที่จัดหาวิทยากรมาให้ บางครั้งก็เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุด้วยกันเองถ่ายทอดความรู้ที่ตนเองมีอยู่ให้กับเพื่อนๆ วัยเดียวกัน หลังจากนั้นพอเวลา 15.00 น.ก็จะเลิกเรียน แยกย้ายกันกลับบ้าน บางคนลูกหลานมารับ บางคนก็กลับกันเอง ผลที่ได้คือ ผู้สูงอายุมีความสุขมากขึ้น จากเมื่อก่อนต้องอยู่บ้านคนเดียว มีหน้าที่เลี้ยงหลาน ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตที่ไม่ดี บางคนมีภาวะซึมเศร้า แต่เมื่อได้มาเข้าโรงเรียนผู้สูงอายุแล้ว ผู้สูงอายุดูมีความสุขมากขึ้น เพราะได้คุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน มีกิจกรรมทำมากขึ้น บางคนนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับตนเอง ซึ่งทำให้ผู้สูงอายุเหล่านี้รู้สึกว่าตนเองไม่ไร้ค่า เมื่อสุขภาพจิตดี สุขภาพกายก็ดีตามไปด้วย ผู้สูงอายุบางคนที่ต้องกินยาเป็นประจำ บางครั้งจะลืมกินยา แต่เมื่อมาเข้าเรียนกลับกินยาตรงตามเวลามากขึ้น ซึ่งตนรู้มาว่า มีเพื่อนๆ ที่เป็นโรคเดียวกันช่วยกันเตือนเมื่อถึงเวลากินยา ทำให้ผู้สูงอายุที่ต้องกินยาเป็นประจำมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะกินยาตรงตามที่แพทย์สั่ง นอกจากนี้ยังพบว่าลูกหลานยินดีที่จะให้ผู้สูงอายุในบ้านตนเองมาเข้าโรงเรียนผู้สูงอายุ เพราะเขาเห็นตัวอย่างจากผู้สูงอายุข้างบ้านเมื่อได้ไปโรงเรียนกลับมาแล้วอารมณ์ดี มีความสุข ไม่หงุดหงิดกับลูกหลาน โรงเรียนแห่งนี้จึงเป็นเหมือนสภากาแฟที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้มีพื้นที่มาพบปะสังสรรค์กันเป็นประจำ นางสมัย ชนาราษฎร์ นายก อบต.หนองหลวง กล่าวทิ้งท้ายว่า อบต.หนองหลวง ได้ดําเนินกิจกรรมส่งเสริมด้านผู้สูงอายุในทุกด้าน รวมทั้งการจัดสวัสดิการแก่ผู้สูง อายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการบริการอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม โดยอาศัยทุนทางสังคมดูแลผู้สูงอายุ ด้านเศรษฐกิจ สังคมและด้านสุขภาพ โดยชุมชนมีส่วนร่วมในการดําเนินการ ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งให้กับสังคมชุมชนร่วมกันตระหนักในปัญหาทีทุกคนควรช่วยกันแก้ไข ไม่ใช่ผู้สูงอายุต้องแก้ปัญหาเองโดยลําพัง เพื่อสร้างขบวนการเรียน รู้ร่วมกันในการเสริมสร้างร่างกาย จิตใจ อารมณ์และอยู่ร่วมกันระหว่างผู้สูงอายุกับคนทุกเพศทุกวัย อบต.หนองหลวง จึงได้ดําเนินการขับเคลื่อนผู้สูงอายุตําบลหนอง หลวง โดยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนจนเป็นรูปธรรม ในการดําเนินงานและได้ทําการจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนผู้สูงอายุ ตั้งแต่วันที 4 ตุลาคม 2559 จนถึงปัจจุบัน และยินดีต้อนรับคณะศึกษาดูงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อนำไปไปพัฒนาชุมชน ท้องถิ่นของตนเองต่อไป ด้าน​นางฉวีรรรณ อาร์รีเอื้อ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลรอบเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ชื่นชมการทำงานของ อบต.หนองหลวง ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน และยังเป็นพื้นที่ตัวอย่างการทำงานกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่นดีเด่น เมื่อมาทำงานด้านการดูแลผู้สูงอายุทั้งกลุ่มติดบ้าน ติดเตียง ก็สามารถบูรณาการภาคส่วนต่างๆ ให้ทำงานเพื่อประชาชนได้ดี ทั้งนี้ในส่วนของ อบต.รอบเมือง จะได้ศึกษาแนวทางการดำเนินงานด้านต่างๆ เพื่อนำไปปรับใช้ในท้องถิ่น ต่อยอดพัฒนาคน พัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป ด้าน ผู้สูงอายุหลายคนที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ กล่าวเหมือนกันว่า ถ้าย้อนไปเมื่อ10 ปีก่อนหากพูดถึงโรงเรียนผู้สูงอายุ หลายคนคงตั้งคำถามว่า จะเอาคนแก่ไปเรียนหนังสือกันอีกทำไม แต่ความจริงแล้วโรงเรียนผู้สูงอายุนี้ คือสถานที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้มีกิจกรรมร่วมกัน ได้พูดคุยสนุกสนาน คลายเหงา ได้เจอเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน ไม่ต้องกังวลว่า ภาวะซึมเศร้าจะเกิดกับผู้สูงวัยที่มาโรงเรียนผู้สูงอายุ ทั้งหมดที่โรงเรียนผู้สูงอายุ ตำบลหนองหลวงประสบความสำเร็จได้ต้องยกให้ผู้นำท้องถิ่น คือท่าน นายก อบต.หนองหลวง และ สปสช.ที่เห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ เพราะถ้าท้องถิ่นและ สปสช.ไม่เข้ามาสนับสนุนแล้ว โรงเรียนผู้สูงอายุแห่งนี้คงไม่สามารถอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้.