ตำรวจโคราชเร่งตามหาเจ้าของกระสุนปริศนายิงเข้าสะโพกนักเรียน ผู้บริหารสั่งป้องกันเข้ม
คืบหน้าคดีเด็กชายพีระภัทรหรือเอ อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนในต.หนองกระทุ่ม อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา (สพม.นม.) ถูกกระสุนปริศนายิงเข้าบริเวณสะโพกด้านขวา ในขณะเชียร์กีฬาสีภายใน ต้องหามส่งไปรักษาโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ล่าสุดอาการปลอดภัย เหตุเกิดเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา
วันที่ 31 ส.ค.65 นายทวีศักดิ์ สมนอก รอง ผอ.สพม.นม เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ ตนซึ่งเป็นผู้แทน สพม.นม.ได้ลงพื้นที่เข้าไปกำกับดูแลทันที ซึ่งการเสนอข่าวระบุข้อความ “กราดยิง” ขอชี้แจงไม่ใช่ข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ถือเป็นข้อความรุนแรงเกินไปขอให้แก้ไขด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเชื่อใช้เวลาไม่นานนักน่าจะทราบข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้นจนสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้
ทั้งนี้ สพม.นม. มีโรงเรียนมัธยมในสังกัดจำนวน 50 แห่ง แต่เกิดเหตุที่ไม่พึงประสงค์ตั้งแต่เปิดภาคเรียนที่ 1/2565 นักเรียนกระโดดตึกฆ่าตัวตาย 2 ราย และยิงกัน ตนได้กำชับให้ผู้บริหารสถานศึกษาจัดกิจกรรมสถานศึกษาปลอดภัย สร้างสรรค์สร้างสุขรวมถึงมาตรการป้องปรามที่เข้มงวด ซึ่งห้วงนี้เริ่มทยอยจัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาภายในสถานศึกษาต้องมีมาตรการชัดเจนห้ามบุคคลภายนอกหรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่เด็ดขาด โดยนำระบบช่วยเหลือนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมที่สำคัญผู้บริหารหรือบุคลากรทางการศึกษาต้องประสานงานเครือข่ายทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมเป็นหูเป็นตาเช่นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้นำชุมชน กำนันผู้ใหญ่บ้านรวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดังนั้นต้องกลับมาตระหนักและให้ความสำคัญในการบูรณาการร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อวางแผนมิให้เกิดเหตุขึ้นอีก
ส่วน นายพิษณุ คุณชื่น ผู้อำนวยการ รร.ส.ร.น 2 เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมกีฬาสีภายในได้วางมาตรการป้องปราม โดยตั้งจุดบริเวณประตูทางเข้า เพื่อตรวจค้นกระเป๋านักเรียนและคัดกรองบุคคลภายนอกไม่ให้เข้ามา พร้อมครูที่ปรึกษาได้ตรวจสอบรายชื่อในช่วงเข้าแถวก่อนลงกิจกรรมแข่งขันกีฬา ลำดับเหตุการณ์ช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. ได้รับแจ้งมีนักเรียน ม.5 วิ่งไล่ นร.ชั้น ม.3 จำนวน 5-6 คน บริเวณทางเข้าโรงเรียน ครูพบเห็นก่อน จึงได้ระงับเหตุ ซึ่งยังไม่ได้ชกต่อยตะลุมบอนกันแต่อย่างใด ต่อมาเวลาประมาณ 11.30 น. ที่สนามวอลเลย์บอลมีเสียงดังขึ้นคล้ายปืนคาดเป็นปืนปากกาไทยประดิษฐ์ลั่นขึ้นมาเอง พบมีนักเรียนชั้น ม.1 ถูกวิถีกระสุนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลทันทีรวมทั้งแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบตามกระบวนการ ซึ่งผู้บริหารและครูได้เดินทางไปเยี่ยมอาการบาดเจ็บ เพื่อให้กำลังใจผู้ปกครองและแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยขอรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด อาการล่าสุดอยู่ระหว่างวินิจฉัยเพื่อผ่าตัดเอาหัวกระสุนออก อย่างไรก็ตามโรงเรียนต้องวางแผนดูแล กำกับ กวดขันนักเรียนอย่างเข้มงวดต่อไป เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก
ด้านนายวิเชียร ไชยสอน ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ยุติธรรมดำเนินการประสาน ร.ต.อ. พีระกิตต์ หาญเวช พนักงานสอบสวนเจ้าคดี สภ.เมือง นครราชสีมา เพื่อติดตามความคืบหน้า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบวิถีกระสุนมาจากที่ใดและสอบสวนหาผู้ก่อเหตุ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป และแจ้งสิทธิขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาแก่ผู้เสียหายเบื้องต้นโดยประสานไปยังนางสาวศรีสวัส ผู้เป็นแม่น้องเอผู้ได้รับบาดเจ็บ ชี้แจงหลักเกณฑ์การรับเงินเยียวยาตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 จากการวิเคราะห์เบื้องต้นหากมีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดและไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากทางอื่น กรณีความผิดต่อร่างกายให้จ่ายค่าตอบแทน 1.ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาลให้จ่ายเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 40,000 บาท 2.ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจให้จ่ายเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 20,000 บาท 3.ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติให้จ่ายในอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในท้องที่จังหวัดที่ประกอบการงาน ณ วันที่ไม่สามารถประกอบการงานได้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ 4.ค่าตอบแทนความเสียหายอื่น ให้จ่ายไม่เกิน 50,000 บาท ทั้งนี้การพิจารณาให้ช่วยเหลือขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ ประจำจังหวัดฯ พิจารณาเป็นสำคัญ