ชุดพยัคฆ์ไพรกรมป่าไม้-ศปป 4.กอ.รมน.-พญาเสือ ลงพื้นที่ตรวจสอบรีสอร์ทบุกรุกพื้นที่ม่อนแจ่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ปฎิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป) กระทรวงทรัยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายวราวุธ ศิลปอาชา) ได้มอบหมายการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานเพื่อปฎิบัติการร่วมตรวจสอบการถือครองที่ดินของรีสอร์ต ในเขตดอยม่อนแจ่ม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยการกำกับดูแลของนายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) , กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ประสานสั่งการให้ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ , นายภูมินพศ์ บุณบันดาล ผอ.สจป1 ( เชียงใหม่ ) นายนฤพนธิ์ ทิพย์มณฑา หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ๆ พยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ และ ชุดปฎิบัติการพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และ พ.อ. พงษ์เพชร เกษสุภะ,ชุดปฎิบัติการของศปป 4.กอ.รมน. และ กอ.รมน.จว.ชม. ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการตรวจสอบปัญหาบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินในพื้นที่ดังกล่าว โดยให้พิจารณาการดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยให้พิจารณาบนพื้นฐานของหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ควบคู่กันไป เพื่อการบริหารจัดการที่ดินป่าไม้อย่างยั่งยืน
นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ เปิดเผยว่า คณะเจ้าหน้าที่ร่วมประชุมกับผู้ประกอบการที่ครอบครองทำประโยชน์ทั้งหมด โดยผู้ที่ครอบครองทั้งหมดอยู่ในแปลงจัดสรรที่ดินตามโครงการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าของกรมป่าไม้ จำนวน 53 คน
การตรวจสอบพบมีสิทธิอยู่ทำกิน 38 ราย มีสิทธิอยู่อาศัยทำกินแต่ทำเกินพื้นที่ 12 ราย ไม่มีสิทธิทำกินและอยู่อาศัย 3 ราย เนื่องจากมีการเปลี่ยนมือผู้ครอบครองทำประโยชน์เป็นบุคคลจากท้องที่อื่น และไม่มีรายชื่อในโครงการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ ม่อนแสนสิริจันทรา, ม่อนดอยลอยฟ้า และบ้านท่าจันทร์ รวมเนื้อที่ทั้ง 3 แปลง 8 ไร่เศษ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบคัดกรองในกรณีผู้มีสิทธิอยู่อาศัยทำกินแต่ทำเกินพื้นที่ 12 ราย พร้อมชี้แจงทำความเข้าใจให้ผู้ครอบครองแปลงที่ดินทราบวัตถุของการดำเนินการปฎิบัติการเข้าตรวจสอบ และจัดระเบียบในครั้งนี้ ห้ามให้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมโดยเด็ดขาด หากมีการก่อสร้างใหม่ จะจับกุมและดำเนินคดีและหมดสิทธิ์ในที่ดินที่ทางรัฐจะจัดสรรให้ทำกิน โดยจัดทำป้ายติดประกาศให้ผู้ครอบครองทำประโยชน์ที่ดินแต่ละรายทราบ คัดกรองบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติในแปลงที่ดิน 50 กว่าราย เช่น คนจากต่างถิ่น นายทุน ซึ่งจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะนี้ดำเนินคดีไปแล้ว 4 ราย รวมทั้งตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติรายอื่นที่เข้ามาครอบครองทำประโยชน์ที่ดินในเขตดอยม่อนแจ่มโดยไม่มีสิทธิครอบครอง และจะแจ้งความดำเนินคดีทุกราย กลุ่มประชาชนที่ทำกินและเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในเขตแปลงที่ดินทั้ง 50แปลง หากตรวจสอบพบว่ามีก่อสร้างออกนอกแปลง ให้รื้อถอนออกไปภายใน 15 วันหลังจากเจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบ
ทั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่ได้เสนอที่ประชุมให้มีการตั้งจุดตรวจสอบการขนย้ายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างเข้าพื้นที่ เพื่อป้องกันการก่อสร้างเพิ่มเติม โดยจะตั้งจุดตรวจสอบที่บริเวณหน้าโครงการหลวงหนองหอย และเสนอให้มีการย้ายจุดที่ทิ้งขยะใหม่
อย่างไรก็ตาม การขยายผลตรวจสอบรีสอร์ทเป้าหมาย 2 แห่ง พบว่าอาจมีกลุ่มทุนชาวต่างชาติเข้าครอบครองที่ดินในเขตดอยม่อนแจ่ม โดยเจ้าของกิจการเป็นกลุ่มทุนต่างชาติร่วมกับคนไทย ในนามบริษัท ม่อนดารา จำกัด มีชื่อนายหยวนเฉิน ชาญสิริกุล, น.ส.เนียน ชี ชาน, นายชี ชิน ชาน, น.ส.สุอารยา วีระเศรษฐกุล, น.ส.อาภารัฐ ลีวงศ์พันธ์, และ น.ส.ชัญญ์ฐิตา เหลืองประมวล เป็นคณะกรรมการบริษัท ได้ทำเกินพื้นที่จากเอกสารสิทธิ์ที่ดิน 3-2-45 ไร่ ซึ่งเข้าข่ายจะต้องถูกดำเนินคดีทันที และอีกรีสอร์ท คือ ม่อนจ้อ การตรวจสอบเบื้องต้นพบผู้ครอบครองมาจากกรุงเทพฯ และทั้ง 2 รีสอร์ท เป็นรีสอร์ทขนาดใหญ่ของดอยม่อนแจ่ม คณะเจ้าหน้าที่จึงจะขยายผลดำเนินการตรวจสอบเพื่อทำบันทึกและจะนำเรื่องราวร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนต่อไป.