สสจ.ยโสธรเปิดเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ รับฟังความคิดเห็นเพื่อผลักดันสู่เวทีประเทศ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 พ.ย.62 ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 4 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร นายแพทย์จักราวุธ จุฑาสงฆ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อระเบียบสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 12 โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน องค์กรเอกชน และทีมคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยหลายแห่ง
นายแพทย์จักราวุธ จุฑาสงฆ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร กล่าวว่า สมัชชาสุขภาพ เป็นกระบวนการที่ให้ประชาชนและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเรียนรู้อย่างสมานฉันท์ เพื่อนำไปสู่การเสนอแนะนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ หรือการมีสุขภาพดีของประชาชน โดยจัดให้มีการประชุมอย่างเป็นระบบและอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรรมทางสังคม ที่เปิดพื้นที่สาธารณะรูปแบบใหม่ให้กับทุกฝ่ายในสังคม ได้เข้ามาร่วมกันทำงานเชิงนโยบายที่เรียกว่า การพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม มีกลไกการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ เนื่องจากสุขภาพเป็นเรื่องของทุกคน และเกี่ยวข้อง เชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆอย่างซับซ้อน เป็นการยากที่ภาครัฐจะแก้ปัญหาได้เพียงลำพัง ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกๆฝ่าย จึงจะทำให้เกิดกลไกและกระบวนการที่เสริมพลังซึ่งกันและกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและนำไปสู่ประสิทธิผลสูงสุดในการพัฒนา หรือแก้ปัญหาสุขภาพ
นายแพทย์จักราวุธ ยังกล่าวอีกว่าวันนี้สสจ.ยโสธรเปิดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 12 ของจังหวัดยโสธรและคัดเลือกตัวแทนแต่ละประเด็นเข้าร่วมประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ในระหว่างวันที่ 18-20 ธันวาคม 2562 ที่ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซนทราศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ภายใต้ชื่อ “ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงสู่การพัฒนาสังคมสุขภาวะ” โดยมีระเบียบวาระการประชุม จำนวน 4 ระเบียบวาระ คือ1.มาตรการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน 2.วิถีเพศภาวะ เสริมพลังสุขภาวะครอบครัว 3.รวมพลังชุมชนต้านมะเร็ง และ4.การจัดการเชิงระบบสู่ประเทศใช้ยาอย่างสมเหตุผล
ซึ่งทั้ง 4 ระเบียบวาระ ล้วนเป็นประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชนทั้งในระดับประเทศ และยโสธรบ้านเราก็เช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องมะเร็ง ซึ่งมีอัตราการตายสูงที่สุดของยโสธร และประเด็นที่เหลืออื่นๆก็ถือว่าเป็นปัญหาเช่นกัน จากนี้จะนำเอาความเห็นไปสานต่อในระดับประเทศเพื่อการแก้ปัญหาหรือพัฒนาต่อไป